บทที่ 326: การกลับมาของลั่วเยี่ยนชิง
เจียงกั๋วอันเอ่ยประโยคตัดรอนอย่างไร้เยื่อใย "ผมไม่เคยมีความรู้สึกพิเศษให้คุณ แล้วจะเอาอะไรมาให้พิจารณา"
เขาไม่ต้องการจะเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว ชายหนุ่มจึงตัดสินใจพูดออกไปให้ชัดเจนที่สุด เมื่อสิ้นเสียง เขาก็หมุนตัวเดินอ้อมร่างของหยางจื่อเจวียนไปทันที ไม่แม้แต่จะชายตามองเธออีกเลย
ทว่าเจียงกั๋วอันก้าวขาออกไปได้ไม่เท่าไร หยางจื่อเจวียนก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เธอโผจากด้านหลังเข้าสวมกอดเอวสอบของเขาไว้แน่น
หยางจื่อเจวียนที่กำลังใจสลายปล่อยโฮออกมาเสียงดัง เธอกอดเขาไว้แน่นพร้อมกับระบายความในใจที่อัดอั้นออกมา "ฉันชอบคุณนะเจียงกั๋วอัน ฉันก็รู้ว่าคุณมีแฟนแล้ว แต่ฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้จริงๆ คุณช่วยบอกฉันทีสิว่าฉันต้องทำยังไง"
ใบหน้าของเจียงกั๋วอันฉายแววขุ่นมัวและรำคาญอย่างปิดไม่มิด เขาพยายามแกะมือของหยางจื่อเจวียนที่เกาะกุมเขาไว้ออกอย่างไม่ลังเล สายตาที่เคยเป็นมิตรเสมอมาบัดนี้กลับแข็งกร้าวขึ้น
"สหายหยางจื่อเจวียน ผมขอเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย ช่วยรักษาเกียรติของตัวเองด้วย"
ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของเหล่าพนักงานที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร เสียงซุบซิบนินทาจึงเริ่มดังขึ้น
"นี่มันอะไรกันเนี่ย น่าด้านชะมัด พี่เจียงกั๋วอันเขาก็มีแฟนแล้ว บอกปัดไปไม่รู้กี่รอบแล้วว่าไม่ได้ชอบ ทำไมยังจะมาตอแยไม่เลิกอีกนะ"
"นั่นสิ ตอนแรกคนยังนึกว่าพี่เจียงกั๋วอันเป็นมือที่สามอยู่เลย สุดท้ายเป็นไงล่ะ โดนแฟนตัวจริงของเขาฟาดหน้าหงายกันไปหมด"
"แล้วเธอว่าหยางจื่อเจวียนจะเลิกยุ่งไหม"
"ใครจะไปรู้ได้ล่ะ"
"เฮ้อ เสียชื่อผู้หญิงหมด"
"จริงด้วย ทำตัวเหมือนหาผัวไม่ได้ ต้องมาเกาะแกะพี่เจียงกั๋วอันอยู่ได้"
"วันก่อนฉันก็เห็นแฟนพี่เจียงกั๋วอันนะ โคตรสวยเลย เหมือนนางฟ้าชัดๆ"
"ฉันก็เห็นเหมือนกัน ไม่ใช่แค่สวยนะ แต่ดูดีมีชาติตระกูลมาก"
"แล้วชุดที่ใส่ก็ดูดี๊ดูดี"
"ก็แน่สิยะ"
บทสนทนาเหล่านั้นไม่ได้เข้าหูของเจียงกั๋วอันที่เดินปลีกตัวออกมาไกลแล้วแม้แต่น้อย แต่สำหรับหยางจื่อเจวียนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม เธอได้ยินมันบางส่วน แต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจ หญิงสาวก้าวเดินกลับบ้านไปด้วยสภาพเหมือนคนไร้วิญญาณ
เวลาล่วงเลยไปอย่างช้าๆ บนรถโดยสารประจำทางที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านพัก เจียงกั๋วอันเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือของตนเองอีกครั้ง ก่อนจะลุกจากที่นั่งแล้วคว้ากระเป๋าเดินทางใบเล็กเดินไปรอที่ประตูทางลงด้านหลัง
นี่ก็เลยทุ่มครึ่งมาแล้ว ป่านนี้เจียงหลีคงจะรอจนกระวนกระวายใจไปหมดแล้วแน่ๆ
ความคิดนั้นทำให้เจียงกั๋วอันยิ่งอยู่ไม่สุข เมื่อรถจอดเทียบป้าย เขาก็รีบก้าวลงจากรถแล้วเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม
"คุณกั๋วอัน"
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านข้างขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านประตูใหญ่ของบ้านพักข่าราชการ รถจี๊ปคันหนึ่งชะลอความเร็วแล้วจอดเทียบข้างๆ ร่างของเขา ประตูหลังฝั่งหนึ่งถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างของลั่วเยี่ยนชิงที่ก้าวลงมา
เจียงกั๋วอันขยี้ตาตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป เมื่อเห็นว่าเป็นลั่วเยี่ยนชิงจริงๆ เขาก็เอ่ยเรียกอีกครั้ง "น้องเขย"
ลั่วเยี่ยนชิงหยุดฝีเท้าแล้วหันไปพูดกับคนที่นั่งอยู่เบาะหลังของรถ "หัวหน้าสถาบันครับ ไม่เป็นไรครับ ผมเดินเข้าไปเองดีกว่า" เมื่อพูดจบ เขาก็ปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา สายตามองตามรถจี๊ปที่ขับหายเข้าไปด้านใน ก่อนจะหันมาพูดกับเจียงกั๋วอัน "ไปกันเถอะ"
เจียงกั๋วอันพยักหน้ารับ "อืม"
ทั้งสองเดินเคียงกันไปบนทางเดินที่คุ้นเคย เจียงกั๋วอันเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา "หลีเป่าคงนึกว่าคุณงานยุ่งจนกลับมาไม่ได้ซะอีก"
"ก็ติดธุระนิดหน่อยน่ะ" ลั่วเยี่ยนชิงตอบกลับ ก่อนจะอธิบายต่อ "แต่ช่วงหลายเดือนมานี้ทุกคนแทบไม่ได้หยุดกันเลย ที่สถาบันเลยถือโอกาสก่อนปีใหม่ให้หยุดพักกัน 2 วัน"
ความจริงแล้วเมื่อสองเดือนก่อน ลั่วเยี่ยนชิงเพิ่งได้หยุดยาวไป 3 วันเพื่อกลับมาพักฟื้นร่างกาย แต่สำหรับนักวิจัยคนอื่นๆ ในสถาบันแล้ว พวกเขาทำงานหามรุ่งหามค่ำมาตลอดจนถึงวันนี้
ไม่ใช่ทางสถาบันใจร้ายไม่ให้หยุดพัก แต่เป็นเพราะเหล่านักวิจัยแต่ละทีมต่างก็เป็นพวกบ้างานกันทั้งสิ้น ไม่มีใครยอมละมือจากโครงการวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่ได้ลง
การที่เขาได้กลับมาในครั้งนี้ ก็เพราะผู้บริหารระดับสูงของสถาบันออกคำสั่งเด็ดขาดให้พนักงานทุกคนต้องหยุดพักผ่อน 2 วัน เพื่อกลับไปใช้เวลากับครอบครัวในช่วงเทศกาลปีใหม่และชาร์จพลังไปในตัว
เจียงกั๋วอันอมยิ้ม "พอเห็นคุณกลับมาปุบปับแบบนี้ พวกรุ่ยรุ่ยต้องดีใจกันมากแน่ๆ"
ลั่วเยี่ยนชิงไม่ได้ตอบรับในทันที แต่เลือกที่จะพูดถึงเรื่องอื่น "ผมงานยุ่ง ปีหนึ่งแทบไม่ได้กลับบ้านเลย มันก็อาจจะทำให้เสี่ยวหลีลำบากใจอยู่บ้าง"
"หลีเป่าตัดสินใจแต่งงานกับคุณ เธอก็ต้องเตรียมใจมาระดับหนึ่งแล้วล่ะ คุณไม่ต้องคิดมากหรอก"
[จบบท]