บทที่ 328: หรือว่าฉันจะคิดไปเองฝ่ายเดียว
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นดูจะนิ่งไปนิดหน่อยหลังจากลั่วเยี่ยนชิงปรากฏตัว เจียงหลีเหลือบมองย่าอวี๋กับเหล่าเซียวก็พอจะเดาได้ว่าผู้ใหญ่อาจจะรู้สึกเกร็งๆ อยู่บ้าง ก็โทนเสียงของสามีเธอน่ะสิ ทั้งแข็งทั้งทื่อ แถมใบหน้าก็เรียบเฉยไร้อารมณ์ตามสไตล์คนเย็นชา ถ้าเธอไม่รีบแก้สถานการณ์ มีหวังแขกคนสำคัญได้อึดอัดใจกันพอดี
"คุณย่ากับคุณปู่คะ อย่าไปถือสาเขาเลยนะคะ พอดีว่าเขาเป็นคนพูดน้อยน่ะค่ะ"
ย่าอวี๋กับเหล่าเซียวส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มบางๆ พวกเขาไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว การมาเยี่ยมเยียนโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าแบบนี้ ถ้าเจ้าของบ้านจะแสดงท่าทีไม่พอใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย แต่พอได้ฟังเจียงหลีอธิบาย พวกเขาก็เบาใจ คงเป็นเพราะชายหนุ่มคนนี้มีบุคลิกแบบนี้อยู่แล้วจริงๆ
"เอาล่ะๆ พี่ห้า อยู่คุยเป็นเพื่อนคุณย่ากับคุณปู่ไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันกับลั่วเยี่ยนชิงขอตัวเข้าครัวไปเตรียมของว่างก่อน"
เธอหันไปกำชับกับเจียงกั๋วอัน ก่อนจะหมุนตัวเดินลิ่วไปยังห้องครัว
ลั่วเยี่ยนชิงวางกระเป๋าเดินทางลงกับพื้น ตั้งใจจะเดินตามภรรยาเข้าไปติดๆ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขา เจ้าตัวเล็กสองคนก็วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาเกาะหนึบที่ขาของเขาทั้งสองข้าง
เด็กแฝดเงยหน้าจิ้มลิ้มขึ้นมอง ดวงตาแป๋วแหววเป็นประกาย
"คุณพ่อค้าบ/คะ หานหาน/เวยเวยคิดถึงคุณพ่อที่สุดในโลกเลย คุณพ่อคิดถึงพวกเราบ้างไหมค้าบ/คะ"
"...อืม"
เป็นคำตอบรับในลำคอสั้นๆ แต่แววตาของเขากลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ลั่วเยี่ยนชิงเลียนแบบท่าทางที่เห็นภรรยาทำบ่อยๆ ด้วยการยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กๆ ของลูกฝาแฝดอย่างแผ่วเบา "ไปเล่นกันก่อนนะ"
"ได้เลยค้าบ/ค่า"
เด็กแฝดขานรับอย่างว่าง่าย
สองพี่น้องปล่อยขาพ่อแล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เจียงกั๋วอันทันที ลั่วหมิงหานวิ่งนำไปก่อนแล้วโผเข้าใส่เต็มแรง "ลุงห้าค้าบ หานหานคิดถึงลุงห้าจังเลย"
เจียงกั๋วอันที่นั่งอยู่บนโซฟาอยู่แล้วจึงอ้าแขนรับร่างป้อมๆ ของหลานชายได้อย่างสบายๆ "ลุงก็คิดถึงเราจะแย่แล้ว"
เขากอดหลานชายแน่นๆ ทีหนึ่ง ก่อนจะรูดซิปเปิดกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่บนพื้น แล้วหยิบห่อของขวัญออกมาสามชิ้น จากนั้นจึงกวักมือเรียกลั่วหมิงรุ่ยกับเวยเวยให้เข้ามาหา
"ขอบคุณค้าบ/ค่า ลุงห้า" เด็กๆ ทั้งสามรับของขวัญมาถือไว้ในมือ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความดีใจ
"พี่ใหญ่ เราไปเล่นตรงมุมโน้นกัน" ลั่วหมิงหานเสนอความคิด ก่อนจะจูงมือพี่ชายคนโตเดินไปยังมุมห้อง
"รอเวยเวยด้วยสิคะ" ลั่วหมิงเวยอุ้มตุ๊กตาตัวใหม่เอี่ยมวิ่งตามพี่ๆ ไปติดๆ
เจียงกั๋วอันมองตามแผ่นหลังเล็กๆ ของหลานทั้งสามจนลับตา ก่อนจะหันกลับมาสนทนากับย่าอวี๋และเหล่าเซียวต่อ แม้ตอนแรกจะดูขัดเขินไปบ้าง แต่เมื่อได้พูดคุยกันไม่กี่ประโยค บรรยากาศก็เริ่มเป็นกันเองมากขึ้น
ภายในห้องครัวหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นอาหาร
"แปลกใจจัง ปกติช่วงเทศกาลแบบนี้ ที่สถาบันไม่เคยปล่อยให้ใครกลับมาไม่ใช่เหรอคะ" เจียงหลีเอ่ยขึ้นขณะล้างผักในอ่าง
"ทำงานต่อเนื่องมาหลายเดือนไม่ได้หยุดพัก หัวหน้าเลยอนุมัติให้หยุดพิเศษ 2 วัน" ลั่วเยี่ยนชิงตอบขณะหยิบจานจากชั้นวางส่งให้เธอ
คนหนึ่งง่วนอยู่หน้าเตา ส่วนอีกคนก็คอยเป็นลูกมืออยู่ไม่ห่าง ทั้งสองช่วยเหลือกันอย่างคล่องแคล่ว ไม่ต้องเอ่ยปากบอกก็รู้ใจกันไปเสียทุกอย่าง ช่างเป็นภาพที่อบอุ่นและน่ามองเหลือเกิน
"แปลว่าวันที่ 2 คุณก็ต้องกลับแล้วใช่ไหมคะ"
"อืม" เขาพยักหน้า "แต่ผมจะออกเดินทางช่วงบ่าย"
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงหลี ดวงตาคู่สวยฉายแววรู้ทัน "แหม ที่อยู่ต่อก็เพราะอยากจะใช้เวลากับลูกๆ ให้นานขึ้นอีกหน่อยใช่ไหมล่ะ"
ลั่วเยี่ยนชิงชะงักไปเล็กน้อย "...กับพวกคุณทุกคน" แต่ในใจเขากลับมีเพียงแค่คำว่า 'กับคุณ' เท่านั้น
"อ๋อ เข้าใจแล้ว ที่แท้ก็ทนคิดถึงฉันไม่ไหวใช่ไหมล่ะ" เธอยังคงแกล้งหยอกเขาไม่เลิก พร้อมกับส่งสายตาขี้เล่นให้
ความอึดอัดฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาของลั่วเยี่ยนชิง เขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง ริมฝีปากขยับเล็กน้อยเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่มีเสียงใดเปล่งออกมา มีเพียงใบหูที่เริ่มแดงระเรื่อ
เจียงหลีเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ "นี่ฉันไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองไปฝ่ายเดียวใช่ไหมคะ"
ลั่วเยี่ยนชิงเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะตอบเสียงเบา "ไม่ใช่"
เสียงหัวเราะใสๆ ของเจียงหลีดังขึ้น "ให้ตายสิ ศาสตราจารย์ลั่วคนเก่งของฉันไม่อยากไปจากฉันจริงๆ ด้วย ทำยังไงดีนะ ฉันรู้สึกมีความสุขจนตัวจะลอยแล้ว"
คำพูดของเธอทำให้ใบหน้าของลั่วเยี่ยนชิงร้อนเห่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาเสมองไปทางอื่น ทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
[จบบท]