บทที่ 337 เจียงหลีสอนเรื่องหัวใจ
ลั่วเยี่ยนชิงมองภรรยาที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ “เรื่องพวกนั้น คุณไม่ต้องไปใส่ใจหรอก”
เจียงหลีหันไปสบตาสามีแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ “ฉันไม่ได้เก็บมาคิดเลยสักนิดค่ะ ฉันรู้ดีว่าที่พวกเขาทำไปทั้งหมดก็เพราะความอิจฉาตาร้อนล้วนๆ ถ้าฉันรู้ทั้งรู้แล้วยังลดตัวลงไปต่อปากต่อคำด้วย มันก็เสียระดับกันพอดีสิคะ คุณว่าจริงไหมล่ะ”
คำว่า ‘ระดับ’ ทำให้ลั่วเยี่ยนชิงต้องใช้เวลาประมวลผลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย “จริง”
คำตอบสั้นๆ คำเดียวจากปากสามีทำให้เจียงหลีพอใจเป็นอย่างมาก เธอระบายยิ้มกว้าง ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ของเธอโค้งเข้าหากันจนกลายเป็นรูปทรงคล้ายๆ หัวใจสองดวงที่ส่งตรงไปให้เขา
“รักคุณนะคะ ศาสตราจารย์ลั่ว”
ลั่วเยี่ยนชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ความร้อนจะแล่นปราดขึ้นมาฉาบทั่วใบหน้าหล่อเหลาจนแดงก่ำ เขาเบือนหน้าหนีสายตาแพรวพราวของภรรยา รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งไม่ติดที่
“ผมจะเข้าไปอ่านหนังสือในห้องหนังสักหน่อย”
เขารีบลุกขึ้นยืนแล้วก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องหนังสือทันที เหมือนกับว่าที่นั่นเป็นที่หลบภัยชั้นดี
ดวงตากลมโตสีนิลของเสี่ยวหมิงเวยจับจ้องอยู่ที่มือของแม่ไม่วางตา เด็กหญิงมองตามนิ้วโป้งและนิ้วชี้ที่ยังคงจรดกันเป็นรูปทรงประหลาดตา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“แม่คะ แม่คะ เมื่อกี้แม่ทำอะไรเหรอคะ”
เจียงหลีลดมือลงแล้วอธิบายให้ลูกสาวฟัง “ที่แม่ทำเมื่อกี้เรียกว่าการส่งรูปหัวใจจ้ะ เราใช้มันเพื่อแสดงความขอบคุณ แสดงความรัก หรือจะใช้บอกเพื่อนว่าเรารักเขาแค่ไหนก็ได้เหมือนกัน”
“ส่งรูปหัวใจ” เสี่ยวหมิงเวยทวนคำ แต่ดูเหมือนจะยังไม่เข้าใจความหมายของมันทั้งหมด
เจียงหลีจึงยกนิ้วชี้ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วค่อยๆ วาดเส้นโค้งในอากาศให้ลูกสาวดูช้าๆ จนกลายเป็นรูปหัวใจที่สมบูรณ์
“เห็นไหมจ๊ะ รูปทรงที่แม่วาดเมื่อกี้นี้แหละ เขาเรียกว่ารูปหัวใจ”
เธอพูดจบก็ส่งยิ้มหวานหยดให้ลูกๆ แล้วลองวาดมันในอากาศให้ดูอีกรอบ
คราวนี้เป็นเจ้าก้อนน้อยหมิงหานที่ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น “อ๋อ ผมเข้าใจแล้วครับ ที่แม่ทำแบบนี้ให้พ่อเมื่อกี้นี้ ก็แปลว่าแม่รักพ่อมากๆ เลยใช่ไหมครับ”
พี่ชายคนโตอย่างหมิงรุ่ยที่นั่งเงียบอยู่นานได้แต่คิดในใจ ก็แหงอยู่แล้วสิ แม่เล่นแสดงออกชัดเจนซะขนาดนั้น ไม่ต้องให้แกมาอธิบายซ้ำหรอก
“เป็นอย่างนี้นี่เอง” เสี่ยวหมิงเวยพยักหน้าหงึกๆ อย่างเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
“แม่คะ แม่คะ เวยเวยก็รักแม่เหมือนกันค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยรีบยกมือเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมาทำตามแม่ พร้อมกับส่งรูปหัวใจสองดวงไปให้
เจ้าก้อนน้อยหมิงหานเห็นน้องสาวทำก็รีบทำตามบ้าง “แม่ครับ ผมก็รักแม่มากๆๆๆ เลยนะครับ” เขาส่งรูปหัวใจสองดวงไปให้แม่เช่นกัน
เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ลอยไปถึงโถงทางเดิน ที่ซึ่งลั่วเยี่ยนชิงกำลังก้าวเท้าไปยังห้องหนังสือ เขาไม่ได้เดินเร็วจนเกินไปนัก บทสนทนาทุกคำพูดจึงเข้าหูเขาอย่างชัดเจน ความร้อนบนใบหน้ายิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก มันลามเลียไปทั่วลำคอและใบหูจนแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
“จ้า แม่ก็รักพวกหนูทั้งสามคนมากๆ เลยนะ” เจียงหลีมองเด็กๆ ด้วยแววตาเปี่ยมรัก เธอส่งรูปหัวใจตอบกลับไปให้ลูกๆ ทั้งสาม
เด็กแฝดทั้งสองดีใจจนเนื้อเต้น เอามือป้อมๆ ปิดปากแล้วหัวเราะคิกคักไม่ยอมหยุด
ส่วนพี่ชายคนโตอย่างหมิงรุ่ยกลับรู้สึกแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เขาเขินจนทำอะไรไม่ถูก
“พี่ใหญ่ พี่รองคะ” เสี่ยวหมิงเวยหันไปชวนพี่ชายทั้งสอง “พวกเราไปหาพ่อกันดีไหมคะ ไปส่งรูปหัวใจให้พ่อสองดวงกัน”
“เอาสิ” เจ้าก้อนน้อยหมิงหานตอบรับทันควัน
มีเพียงหมิงรุ่ยที่ยังคงลังเล เขาเงยหน้าขึ้นมองแม่เลี้ยงของตัวเองอย่างขอความเห็น
เจียงหลีส่งยิ้มให้กำลังใจ “ไปกันเถอะลูก พ่อต้องดีใจมากแน่ๆ ที่เห็นพวกหนูทำแบบนั้น”
“ครับ” คำอนุญาตนั้นทำให้หมิงรุ่ยตัดสินใจได้ในที่สุด เขาพยักหน้าแล้วเดินตามน้องชายและน้องสาวไป ขาสั้นๆ ทั้งสามคู่พากันวิ่งต้อยๆ ตรงไปยังห้องหนังสือของพ่อ
เสี่ยวหมิงเวยเป็นคนผลักประตูเข้าไปก่อนใครเพื่อน “พ่อคะ พ่อคะ เวยเวยรักพ่อนะคะ”
เด็กหญิงประกาศก้องพร้อมกับส่งรูปหัวใจสองดวงให้พ่อของเธอ จากนั้นก็เอียงคอจ้องมองใบหน้าของเขาอย่างจับสังเกต
“พ่อดีใจหรือเปล่าคะ”
ลั่วเยี่ยนชิงที่กำลังจะหยิบหนังสือบนชั้นถึงกับชะงักงัน “...อืม” เขาตอบรับในลำคอ แต่ความรู้สึกประดักประเดิดนี่มันอะไรกัน
“พ่อดูนี่สิครับ หานหานก็รักพ่อมากๆ เลยนะครับ” เจ้าก้อนน้อยหมิงหานรีบส่งรูปหัวใจของตัวเองให้พ่อบ้าง
คราวนี้เป็นตาของหมิงรุ่ย เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ “สวัสดีปีใหม่ครับพ่อ รุ่ยรุ่ย... รุ่ยรุ่ยชอบพ่อครับ” เด็กชายยกมือเล็กๆ ทั้งสองข้างขึ้นมา เขาพยายามข่มความเขินอายทั้งหมดที่มีแล้วส่งรูปหัวใจไปให้พ่อ ในใจก็เฝ้าหวัง พ่อจะชอบเขาตอบบ้างไหมนะ
ลั่วเยี่ยนชิงกระแอมเบาๆ เพื่อเรียกสติ เขาวางมือบนศีรษะของลูกๆ ทั้งสามแล้วเอ่ยขึ้น “สวัสดีปีใหม่นะเด็กๆ พ่อขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่พวกหนูเติบโตอย่างแข็งแรง ปลอดภัย แล้วก็มีความสุขในทุกๆ วันเลยนะ”
รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กแฝด “ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ/ค่ะพ่อ”
“ขอบคุณครับพ่อ” หมิงรุ่ยกล่าวขอบคุณ ก่อนจะหันไปบอกพ่อของตน “ถ้าอย่างนั้นพ่อทำงานต่อเถอะครับ ผมกับน้องๆ จะออกไปเล่นกันที่ห้องนั่งเล่น”
พูดจบเขาก็จูงมือน้องๆ ออกจากห้องไปอย่างรู้งาน
[จบบท]