บทที่ 347 เชื่อใจผมเถอะนะ ที่รัก
จู่ๆ ความร้อนก็แล่นปราดขึ้นมาที่ใบหน้าของเจียงหลีโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย แก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อขึ้นมาเสียดื้อๆ นี่เธอปล่อยให้ตัวเองคิดเรื่องบ้าบออะไรอยู่เนี่ย ให้ตายสิ
ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกกำลังก่อตัวขึ้นในใจ แต่ถึงอย่างนั้นเจียงหลีก็ยังห้ามตัวเองไม่ให้แอบชำเลืองมองริมฝีปากได้รูปของเขาไม่ได้อยู่ดี
อาจเป็นเพราะรสจูบที่เพิ่งผ่านพ้นไป ริมฝีปากของเขาในตอนนี้ถึงได้ดูอิ่มเอิบชุ่มชื้นและมีความแวววาวเป็นพิเศษ มันช่างเย้ายวนจนเธออยากจะโน้มตัวเข้าไปฝากรอยฟันไว้สักทีให้หนำใจ
พอรู้ทันความคิดของตัวเอง เจียงหลีก็รีบเสมองไปทางอื่น ทำทีเป็นไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ก่อนจะแสร้งทำเสียงฮึดฮัดในลำคอแล้วพูดประชดประชันออกไป "เถียงสู้ไม่ได้ก็เลยใช้วิธีนี้ปิดปากฉันแทนเหรอ เก่งไม่เบาเลยนะคะ"
แววตาของลั่วเยี่ยนชิงที่คมเข้มดุจพู่กันตวัดหมึกพลันอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด "ผมไม่ได้คิดวางแผนอะไรไว้ก่อนเลยนะ ไม่ได้อดหลับอดนอนเพื่อคิดหาวิธีด้วย"
อันที่จริงตัวเขาเองก็ยังแปลกใจเหมือนกันว่าทำไมวันนี้ถึงทำเรื่องแบบนั้นเป็น หรือว่ามันเป็นสัญชาตญาณดิบของผู้ชายกันแน่
เจียงหลีเหลือบตามองค้อนให้เขาวงหนึ่ง "แหม ถ้าอย่างนั้นคุณก็สมกับที่เป็นอัจฉริยะจริงๆ นั่นแหละ"
ลั่วเยี่ยนชิงถึงกับไปไม่เป็น เขาควรจะหาคำพูดไหนมาตอบเธอดีล่ะทีนี้
"พ่อคนซื่อบื้อเอ๊ย" เธอแค่แหย่เขาเล่นสนุกๆ เท่านั้นเอง แต่ดูเขาทำสิ กลับทำหน้าคร่ำเคร่งตั้งใจคิดหาคำตอบให้เธออย่างจริงจังซะอย่างนั้น
ความใสซื่อบริสุทธิ์ของเขามันมากเกินไปจนทำให้เธออดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ
"คุณหลีครับ..."
"ว่าไงคะ มีอะไรอยากจะพูดก็พูดมาได้เลย"
ลั่วเยี่ยนชิงเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจส่ายหน้าในที่สุด
แล้วเขาจะพูดอะไรออกไปได้ล่ะ
เปลือกตาของลั่วเยี่ยนชิงลดต่ำลง บดบังประกายความคิดที่วูบไหวอยู่ในดวงตา
เจียงหลีลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วปรับสีหน้าให้ดูจริงจังขึ้น "เอาล่ะค่ะ ฉันพอจะเดาออกว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ถ้าคุณไม่ชอบใจ ต่อไปฉันจะไม่ล้อคุณเล่นแบบนี้อีกแล้ว ทั้งเรื่องที่ว่าคุณทำตัวเหมือนเด็กๆ เรียกคุณว่าลั่วลั่ว หรือล่าสุดที่ว่าคุณเป็นคนซื่อบื้อ ฉันสัญญาเลยว่าคุณจะไม่มีวันได้ยินคำพวกนี้จากปากฉันอีก"
จริงอยู่ที่เขาเป็นคนซื่อๆ ใสๆ แต่บางทีอาจเป็นผลพวงมาจากประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็ก ประกอบกับพื้นฐานการศึกษาที่เน้นด้านเหตุผลและตรรกะ รวมถึงหน้าที่การงานในปัจจุบันที่หล่อหลอมให้เขาเป็นผู้ชายที่เคร่งขรึม สุขุมเยือกเย็น และไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาเท่าไหร่นัก ผิดกับเธอโดยสิ้นเชิงที่พอมาอยู่ในโลกใบนี้แล้วกลับรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระ ความขี้เล่นที่เคยถูกเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกของจิตใจกลับถูกขยายให้ชัดเจนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
แม้ว่าเธอจะแสดงด้านนี้ออกมาให้เขาเห็นแค่คนเดียวก็ตาม แต่เพื่อความสงบสุขของครอบครัวแล้ว เธอก็...ยอมลดๆ ลงหน่อยก็ได้
ลั่วเยี่ยนชิงเกิดอาการทำตัวไม่ถูกขึ้นมา "คุณ...คือผม...ผมไม่ได้โกรธนะ...แล้วก็ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่คุณทำมันไม่ดี ผมแค่...แค่ยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่ คุณไม่จำเป็นต้อง...ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น"
เขาไม่อยากให้ภรรยาคนสวยต้องเข้าใจผิด และที่สำคัญไปกว่านั้นคือเขาไม่อยากให้เธอต้องฝืนเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครเลย
เขายอมรับตามตรงว่าแค่ยังไม่คุ้นชินกับการที่เธอหยอกล้อเขาแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจได้เต็มร้อย นั่นคือวิธีการพูดคุยของเธอไม่ได้ทำให้เขารู้สึกต่อต้านเลยแม้แต่น้อยนิด ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่าการได้ใช้เวลาร่วมกับเธอในลักษณะนี้มันเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก
มันให้ความรู้สึกเหมือนกับผืนน้ำในทะเลสาบที่เคยนิ่งสงบมาตลอดทั้งปี จู่ๆ ก็มีก้อนกรวดเล็กๆ ตกลงไปกระทบผิวน้ำ จนเกิดเป็นระลอกคลื่นแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างอย่างช้าๆ
หากในวันข้างหน้าเธอต้องเปลี่ยนไปเป็นคนจริงจังเหมือนอย่างเมื่อครู่ ใบหน้าปราศจากรอยยิ้มและอารมณ์ขัน การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน การพูดคุยกัน...แค่ลองจินตนาการดู ตอนนี้หัวใจของเขาก็รู้สึกหนักอึ้งจนน่าอึดอัด
เมื่อเห็นเจียงหลีนิ่งเงียบไปนาน ลั่วเยี่ยนชิงก็เริ่มกระวนกระวายใจ เขารวบตัวเธอเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง ก้มหน้าลงสบตากับดวงตากลมโตแสนสวยของภรรยา พลางเอ่ยย้ำด้วยความชัดเจนในทุกถ้อยคำ "ผมไม่ได้โกรธจริงๆ นะครับ เชื่อใจผมได้ไหม"
เจียงหลีค่อยๆ กะพริบตา ขณะจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของเขา เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที แต่กลับถามกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มที่พยายามกลั้นไว้ "ฉันไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเลยใช่ไหมคะ งั้นฉันขอเข้าใจว่าคุณชอบให้เราเป็นเหมือนเดิมได้หรือเปล่า ชอบที่ฉันบอกว่าคุณน่ารัก เรียกคุณว่าลั่วลั่ว แล้วก็หาว่าคุณเป็นคนซื่อบื้อน่ะค่ะ"
พอได้ฟังแบบนั้น ลั่วเยี่ยนชิงก็รู้สึกเก้อเขินขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังพยักหน้ารับพร้อมกับส่งเสียง "อืม" ในลำคอ
แต่เจียงหลียังไม่ยอมจบง่ายๆ เธอถามต่อทันที "แล้วไม่คิดว่าฉันเป็นคนขี้เล่นเกินไปหน่อยเหรอคะ"
ลั่วเยี่ยนชิงส่ายหน้าปฏิเสธ ทั้งสง่างามและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ทั้งยังแฝงไปด้วยความน่ารักสดใส เธอเป็นแบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว
เจียงหลีแกล้งทำทีเป็นใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า…
[จบบท]