บทที่ 355 คุณ...คือใครกัน
"แม่กับพ่อบุญธรรมของลูกนี่นั่งรอจนเหงือกแห้งแล้ว ก็ยังไม่เห็นวี่แววของพวกเธอเลยนะ คิดอยู่แล้วว่าจะให้ซ่งเซวียนปั่นจักรยานไปดูที่บ้านให้รู้เรื่อง"
ฉีฟางพอเห็นหน้าเจียงหลีก็รีบลุกขึ้นจากโซฟา เดินตรงเข้ามาจับมือเธอไว้ด้วยความยินดี ดวงตาที่มองมานั้นเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู ก่อนจะเอ็ดเบาๆ "มาเยี่ยมกันทีไรต้องหอบของพะรุงพะรังมาทุกที อะไรกันลูก บอกไปตั้งหลายหนแล้วว่าไม่ต้อง"
"ของฝากเล็กๆ น้อยๆ เองค่ะแม่"
เจียงหลียิ้มรับ ก่อนจะหันไปพยักพเยิดให้ลั่วเยี่ยนชิงเอาของที่เตรียมมาไปวางไว้บนโต๊ะรับแขก ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าก้อนแป้งสามก้อนที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานกันอย่างเป็นระเบียบได้ส่งเสียงเจื้อยแจ้วออกมา โดยมีพี่ใหญ่เป็นตัวแทนหมู่บ้าน
"สวัสดีปีใหม่ครับคุณยาย ถึงเมื่อวานผมกับน้องๆ จะอวยพรคุณยายไปแล้ว แต่ไหนๆ วันนี้ก็มาถึงบ้านแล้ว พวกเราขอสวัสดีปีใหม่อีกสักรอบนะครับ"
พูดไม่ทันขาดคำ ลั่วหมิงรุ่ยก็ก้มหัวลงเป็นคนแรก น้องแฝดทั้งสองก็รีบทำตามพี่ชายทันที ทั้งสามประสานเสียงกันดังฟังชัด "สุขสันต์วันปีใหม่ครับ/ค่ะ"
ภาพตรงหน้าทำให้ฉีฟางยิ้มกว้างจนเห็นรอยตีนกาเรียงตัวสวยงาม "โอ๊ย ดีมากเด็กๆ ยายรักพวกหนูที่สุดในโลกเลย"
หลังจากชื่นชมหลานๆ จนหนำใจแล้ว ฉีฟางก็หันไปแนะนำแขกอีกสองคนที่ลุกขึ้นยืนรออยู่ก่อนแล้ว "หลีเป่า เยี่ยนชิง นี่คุณป้าเฉิน ส่วนคนสวยที่ยืนอยู่ข้างๆ กันนั่น..."
ยังไม่ทันที่ฉีฟางจะได้แนะนำจนจบประโยคดี หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าอวิ๋นอวิ๋นก็ชิงพูดขึ้นก่อน พร้อมกับยื่นมือขาวผ่องออกไปตรงหน้าของลั่วเยี่ยนชิง "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ลั่วเยี่ยนชิง"
ทว่าชายหนุ่มกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ไม่แม้แต่จะยื่นมือออกไปสัมผัสตอบ สายตาที่มองไปยังหญิงสาวคนนั้นเรียบนิ่งและเย็นชาไร้ความรู้สึกใดๆ เช่นเดียวกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมา "คุณ...คือใครครับ"
ปกติแล้วกับคนที่ไม่เคยอยู่ในสายตา ลั่วเยี่ยนชิงไม่เคยคิดจะเสียเวลาด้วยซ้ำ แต่เพราะที่นี่คือบ้านของผู้เฒ่าซ่งและแม่บุญธรรม เขาจึงต้องรักษามารยาทเอาไว้
"นี่คุณจำฉันไม่ได้จริงๆ เหรอคะ สมัยที่คุณเรียนอยู่ต่างประเทศ ฉันเป็นรุ่นน้องคุณสองปี ชื่อเสิ่นอวิ๋นไงคะ ตอนนั้น..."
"ขอโทษด้วย ผมจำไม่ได้จริงๆ" เสียงของเขาในคราวนี้ฟังดูห่างเหินและเย็นชากว่าเดิมหลายเท่าตัว
"คุณ...คุณยังเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ ฉันก็นึกว่า..."
มือที่ยื่นออกมาของเสิ่นอวิ๋นค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ดึงมันกลับอย่างช้าๆ ความรู้สึกกระดากอายแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า
"พ่อบุญธรรมของลูกกับสหายเสิ่นกำลังคุยกันอยู่ในห้องหนังสือแน่ะ จะเข้าไปทักทายหน่อยไหม" ฉีฟางรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีเพื่อทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ทิ้งไป
ลั่วเยี่ยนชิงเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง ก่อนจะละสายตาจากหญิงสาวแปลกหน้าแล้วหันไปมองภรรยาสุดที่รักของตนแทน
ดวงตาคู่สวยของเจียงหลีฉายแววอ่อนโยน เธอพยักหน้าให้เขาน้อยๆ พร้อมกับรอยยิ้มบางเบา "ไปเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันเข้าไปดูในครัวให้เอง"
"ไปด้วยกัน"
เขาไม่อยากเข้าไปในห้องหนังสือที่มีคนอื่นอยู่ด้วย
"วัตถุดิบส่วนใหญ่แม่จัดการไว้เกือบหมดแล้วล่ะ ลูกกับเยี่ยนชิง..." ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวเสิ่นมาเยี่ยมแบบไม่ทันให้ตั้งตัว ฉีฟางก็คงกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำอาหารอยู่ในครัวเป็นแน่
"งั้นแม่คุยกับคุณป้าเฉินไปก่อนนะคะ เรื่องในครัวปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหนูเอง"
ว่าแล้วเจียงหลีก็หมุนตัวเดินตรงไปยังห้องครัวทันที โดยมีลั่วเยี่ยนชิงก้าวตามหลังไปไม่ห่าง
ส่วนเด็กน้อยทั้งสามคนนั้นถูกซ่งเซวียนลักพาตัวไปที่ห้องนอนของเขาเรียบร้อยแล้ว เดิมทีซ่งเซวียนก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องนั่นแหละ แต่พอได้ยินเสียงน้องๆก็แทบจะถลาออกมาจากห้องนอน ตรงดิ่งมาจูงมือลั่วหมิงรุ่ยแล้วกวักมือเรียกน้องแฝดให้ตามไป โดยไม่สนใจบรรยากาศมาคุในห้องนั่งเล่นเลยสักนิด
ทางด้านเฉินเสีย หลังจากที่เห็นว่าสายตาของลูกสาวเอาแต่จับจ้องอยู่ที่ลั่วเยี่ยนชิงไม่วางตา แถมตอนนี้ยังทำหน้าเหมือนคนวิญญาณหลุดออกจากร่างอีก เธอก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ในใจ
ยิ่งพอนึกถึงชื่อภาษาจีนของหลานชายตัวน้อยด้วยแล้ว เฉินเสียก็รู้สึกอับอายขายหน้าจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เธออยากจะลุกขึ้นขอตัวกลับบ้านเสียเดี๋ยวนี้ เรียกให้สามีพาลูกสาวกับหลานชายกลับไปตั้งหลักก่อน แต่เมื่อคำนึงถึงมารยาทอันดีงาม เธอก็จำต้องสะกดกลั้นความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ แล้วนั่งลงบนโซฟาตามเดิม
"หนูอยากไปเล่นกับพี่น้องๆ ที่เพิ่งเจอเมื่อกี้ไหมจ๊ะ" แม่เฒ่าฉีถามขึ้น
[จบบท]