บทที่ 378: บทเรียนของเด็กหญิง
เหวินเยว่เล่าเรื่องราวของตัวเองออกมาด้วยท่าทีที่ดูราวกับว่าโลกทั้งใบของเธอกำลังพังทลายลงตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวเด็กหญิงตัวน้อยเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง จนเจียงหลีอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอโน้มตัวลงไปพูดคุยกับเด็กหญิงด้วยความอ่อนโยน
"ทำไมเราจะไม่มีเรื่องให้ดีใจเลยล่ะจ๊ะ ลองนึกดูสิ ที่โรงเรียนเรามีคุณครูใจดี มีเพื่อนๆ ที่น่ารักไม่ใช่เหรอ แล้วน้องสาวของเราล่ะ เวลาที่ทุกคนอยู่ด้วยกัน พวกน้องๆทำให้เรายิ้มได้บ่อยแค่ไหน ไหนจะคุณพ่อ แล้วก็ญาติคนอื่นๆ ที่รักแล้วก็คอยเป็นห่วงเราอีกตั้งเยอะแยะ"
เจียงหลีเว้นจังหวะให้เด็กหญิงได้คิดตาม "เหวินเยว่จ๊ะ เด็กๆ ไม่ควรเก็บเรื่องเล็กน้อยมาคิดให้มันซับซ้อนวุ่นวายหรอกนะ การที่คุณพ่อของหนูตัดสินใจแต่งงานกับน้าซูคนนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็เพื่อให้มีคนคอยดูแลลูกๆ ทั้งสามคนเวลาที่คุณพ่อไม่อยู่
ลองคิดดูสิ ถ้าคุณพ่อต้องไปทำงานที่หน่วยงานเป็นเดือนๆ แล้วเกิดพวกเราเป็นอะไรขึ้นมาที่บ้านเพราะไม่มีใครดูแล คุณพ่อคงจะรู้สึกแย่แล้วก็โทษตัวเองไปตลอดชีวิตเลยนะ"
เธอกล่าวเสริมเพื่อปลอบประโลมหัวใจดวงน้อย "ส่วนเรื่องที่คุณแม่... ไม่ต้องกังวลไปหรอก เราจะได้เจอกันอีกแน่นอน"
"จะจริงเหรอคะ คุณพ่อบอกว่าตอนนี้คุณแม่อยู่ที่ปักกิ่งแล้ว" น้ำเสียงของเหวินเยว่สั่นเครือไปด้วยแรงสะอื้น
เจียงหลียิ้มให้กำลังใจ "รอให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนนะ ไม่ว่าคุณแม่จะอยู่ที่ไหน แค่เราใช้เวลาตามหาสักหน่อย เดี๋ยวก็เจอเองแหละ อีกอย่างคุณแม่ก็ต้องเป็นห่วงพวกเราสามพี่น้องมากแน่ๆ ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่งท่านอาจจะกลับมาหาพวกเราก็ได้"
หยาดน้ำตาที่คลออยู่เต็มหน่วยตาของเหวินเยว่พลันหยุดชะงัก "จริงเหรอคะ คุณน้า"
"เหวินเยว่เป็นเด็กน่ารักขนาดนี้ น้าจะโกหกเราได้ยังไงกันล่ะ" เจียงหลีพูดอย่างจริงใจ
"เพราะฉะนั้นนะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ที่บ้าน ทำทุกวันให้มีความสุข กินข้าวให้อิ่มๆ แล้วก็ตั้งใจเติบโตนะ พอถึงวันที่เรากลายเป็นสาวสวยแล้วมองย้อนกลับมา เราจะรู้เลยว่าเรื่องที่กังวลอยู่ตอนนี้มันเล็กนิดเดียวเอง"
"แต่หนูไม่ชอบผู้หญิงใจร้ายที่บ้านเลยสักนิด"
เหวินเยว่เบะปากอย่างไม่พอใจ "เธอไม่เคยดีกับหนู ไม่เคยดีกับน้องเหวินอี๋หรือเหวินอวี๋เลยค่ะ ตอนปิดเทอมหน้าหนาวที่ผ่านมา เธอยังบังคับให้หนูทำกับข้าวกินเองอีกด้วย
ถ้าไม่ทำ หนูกับน้องๆ ก็ต้องทนหิวท้องกันไป... อย่างวันนี้เธอก็ออกไปข้างนอก สั่งแค่ให้หนูกับน้องๆ เฝ้าบ้านดีๆ แล้วก็ไม่พูดอะไรอีกเลย"
เจียงหลียังคงลูบศีรษะเล็กๆ นั้นอย่างแผ่วเบา พลางอธิบายด้วยรอยยิ้ม "เด็กดีต้องให้ความเคารพผู้ใหญ่นะจ๊ะ ยิ่งกว่านั้น น้าซูคนนั้นก็เป็นภรรยาของคุณพ่อ เป็นแม่คนใหม่ของพวกเราสามพี่น้อง ถ้าเราเอาแต่พูดให้คนอื่นฟังว่าเขาเป็นคนใจร้าย ถ้าเรื่องนี้ไปเข้าหูเขา เขาจะรู้สึกดีได้ยังไง
น้าจะลองถามเรากลับกันนะ ถ้ามีคนไปบอกใครต่อใครว่าเราเป็นเด็กไม่ดี พอเรารู้เข้า เราจะรู้สึกยังไง"
เด็กหญิงตอบตามสัญชาตญาณ "ต้องโกรธมากแน่ๆ ค่ะ แล้วหนูก็จะไม่คุยกับคนนั้นอีกเลย"
"นั่นแหละจ้ะ ไม่ว่าใครก็รู้สึกแบบนั้นกันทั้งนั้นแหละ พอโดนคนอื่นว่าร้ายให้เสียใจ ก็ต้องโกรธเป็นธรรมดา ทีนี้เราลองกลับไปคิดดูดีๆ อีกสักรอบสิว่า ทำไมน้าซูถึงได้พูดว่าให้เราทำกับข้าวเอง ไม่อย่างนั้นจะต้องอดข้าวกันทั้งพี่ทั้งน้อง"
เหวินเยว่ก้มหน้างุด เสียงอ้อมแอ้มตอบกลับมา "ก็หนูชอบบ่นว่ากับข้าวที่เขาทำไม่อร่อยค่ะ... แถมยังเคยโยนตะเกียบต่อหน้าเขาแล้วตะโกนลั่นบ้านว่าจะไม่กินข้าวฝีมือเขาอีก แล้วก็ห้ามน้องๆ กินด้วย"
"เห็นไหมล่ะจ๊ะ" เจียงหลีสรุปบทเรียนให้เด็กหญิงฟัง
"ตอนนี้เราก็รู้แล้วนี่ ว่าเป็นเราเองที่ทำตัวไม่น่ารักกับเขาก่อน น้าซูเขาถึงได้พูดแบบนั้นออกไปเพราะความโมโห เด็กดีที่น่ารักต้องรู้จักยอมรับผิดแล้วก็แก้ไขในสิ่งที่ทำลงไปนะจ๊ะ ผู้ใหญ่เขาถึงจะรักแล้วก็เอ็นดูเรา"
เหวินเยว่เงยหน้าขึ้นสบตาเจียงหลีอีกครั้ง แววตายังคงเต็มไปด้วยคำถาม "แล้ว...แล้วแบบนี้เขาไม่ผิดเลยสักนิดเลยเหรอคะ"
คำถามนั้นทำให้เจียงหลีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยอมรับตามความจริง "คนเราทุกคนทำผิดพลาดกันได้ทั้งนั้นแหละจ้ะ ไม่ต้องมองไปไหนไกลเลย แค่วันนี้น้าซูทิ้งพวกเราสามพี่น้องไว้ที่บ้านตามลำพัง แค่นี้เขาก็ทำไม่ถูกแล้ว"
เด็กหญิงเม้มปากนิ่งเงียบไปพักใหญ่ เหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยังเจือความไร้เดียงสา "คุณน้าเจียงคะ... แล้วทำไมคุณน้าถึงดีกับน้องรุ่ยรุ่ยแล้วก็คนอื่นๆ จังเลยคะ"
เจียงหลีหัวเราะเบาๆ กับคำถามนั้น "ก็เพราะว่ารุ่ยรุ่ยกับน้องๆ เป็นลูกของน้าน่ะสิ ในฐานะคนเป็นแม่ น้าก็ต้องดีกับลูกๆ ของตัวเองอยู่แล้วเป็นธรรมดา"
[จบบท]