บทที่ 393: แค่ไม่อยากให้ใครเห็นคุณ
"คุณกำลังเขินอยู่ใช่ไหมคะ"
"เปล่าสักหน่อย"
"แต่ฉันว่าคุณเขินนะคะ ดูสิ หูแดงไปหมดแล้ว!"
มือของเจียงหลียังคงถูกกุมไว้อย่างนั้น เธอจ้องมองใบหูที่แดงก่ำของเขาแล้วเอ่ยแซวต่อ "ถ้างั้น... ปล่อยมือฉันดีไหมคะ คุณจะได้รู้สึกสบายใจขึ้น"
"ผมไม่ได้อาย" เขาปฏิเสธเสียงเรียบ แต่ก็ไม่ได้คลายมือที่จับเธอไว้
การที่เขาจูงมือภรรยาของตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาว่าได้เสียหน่อย
ภาพของคนทั้งคู่ที่เดินจูงมือกันห่างออกไป ทำให้ผู้ช่วยหลินที่ยืนมองอยู่ได้สติกลับคืนมา เขาหันไปถามผู้เฒ่าซ่งด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา "ท่านหัวหน้าครับ เมื่อกี้ผมไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม"
ผู้เฒ่าซ่งเหลือบตามอง "ตาฝาดหรือไม่ฝาด ตัวคุณเองก็น่าจะรู้ดีนี่นา จะมาถามคนแก่อย่างผมทำไม"
"ก็ผมไม่แน่ใจนี่ครับ ว่าคนที่ผมเห็นเมื่อครู่ คือศาสตราจารย์ลั่วคนเดียวกับที่ไม่เคยสนใจเรื่องอะไรเลยนอกจากงานจริงๆ หรือเปล่า" ผู้ช่วยหลินยกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองแรงๆ ดูเหมือนว่าเขาคงต้องทำความรู้จักศาสตราจารย์ลั่วผู้เย็นชาในสายตาของทุกคนเสียใหม่แล้ว
...
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในหอพัก ลั่วเยี่ยนชิงก็วางกระเป๋าเดินทางในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะรวบร่างของเจียงหลีเข้ามากอดและประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากนุ่มของเธอในวินาทีต่อมา
สัมผัสของเขาช่างแผ่วเบา อบอุ่นทว่าแฝงไปด้วยไอเย็นราวกับเกล็ดหิมะ ค่อยๆ เคลื่อนคลอเคลียอยู่บนริมฝีปากของเธออย่างอ่อนโยน ละเอียดลออ และเปี่ยมไปด้วยความอดทน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดก็ไม่อาจทราบได้ ในที่สุดลั่วเยี่ยนชิงก็ยอมถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง "ผมจะไปซื้อข้าวมาให้ที่นี่ หรือคุณจะไปกินที่โรงอาหารพร้อมกับผมเลย"
เจียงหลีแกล้งทำหน้ามุ่ย "นี่ฉันเป็นตัวอะไรที่พาไปให้ใครเห็นไม่ได้หรือไงคะ" เธอจงใจตีความคำพูดของเขาไปในทางตรงกันข้าม
ลั่วเยี่ยนชิงรีบอธิบายเป็นการใหญ่ "คุณก็รู้ดีนี่ครับว่าผมไม่ได้หมายความแบบนั้น"
"แล้วคุณหมายความว่ายังไงกันแน่คะ" เธอยังคงแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจต่อไป
ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างจนใจ "คุณสวยขนาดนี้ ผมก็แค่อยากจะซ่อนคุณไว้ ไม่ให้ใครได้เห็นต่างหาก"
คำหวานนั้นทำให้หญิงสาวที่กำลังหาเรื่องถึงกับยิ้มออกมา "ถือว่าคุณยังพูดจาเข้าหูหน่อย ไปกันเถอะค่ะ ฉันจะไปกับคุณ ยังไงซะฉันก็เป็นภรรยาของคุณ ถึงคนอื่นจะมองมากแค่ไหน ก็เปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ไปไม่ได้หรอกค่ะ"
คำพูดนั้นทำให้แก้มของลั่วเยี่ยนชิงพลันปรากฏรอยแดงระเรื่อขึ้นมา
เจียงหลีเห็นท่าทีของเขาก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ เสียงหัวเราะใสดังกังวานไปทั่วห้อง "คุณจะหน้าแดงทำไมกันคะ หรือว่าที่ฉันพูดมันไม่จริง"
ลั่วเยี่ยนชิงรีบเบือนหน้าไปทางอื่น ยกกำปั้นขึ้นมาจรดริมฝีปากแล้วกระแอมเบาๆ สองสามครั้ง "คุณพูดถูก คุณเป็นภรรยาของผม"
ที่เขาหน้าแดงก็เพราะรู้สึกเขินขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น ก็คำว่า "ภรรยา" เพิ่งจะถูกเอ่ยขึ้นมาระหว่างพวกเขาสองคนเป็นครั้งแรกนี่นา
"เอาล่ะค่ะๆ รู้แล้วว่าคุณขี้อาย ฉันไม่แกล้งแล้วก็ได้ เราไปโรงอาหารของพวกคุณกันดีกว่าค่ะ ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าอาหารที่นี่จะอร่อยสักแค่ไหน"
เธอใช้มือดันแผ่นหลังของเขาเบาๆ เป็นเชิงเร่ง ก่อนจะเดินนำไปยังประตูหอพัก
ณ โรงอาหารสำหรับเจ้าหน้าที่
ทันทีที่ลั่วเยี่ยนชิงและเจียงหลีก้าวเข้ามา การปรากฏตัวของทั้งคู่ก็ดึงดูดทุกสายตาในโรงอาหารให้หันมามองเป็นจุดเดียว ทว่าชายหนุ่มกลับทำเป็นไม่สนใจ เขากวาดตามองหาโต๊ะว่าง ก่อนจะพาเธอเดินตรงไปยังโต๊ะตัวหนึ่ง "คุณนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ ผมจะไปซื้อข้าวมาให้"
เจียงหลีพยักหน้ารับ "ค่ะ"
ที่โต๊ะอาหารซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เหอเหว่ยพยายามส่งซิกให้เหวินซือหย่วนอย่างสุดความสามารถ
"อะไรของนาย ตากระตุกหรือไง"
เหวินซือหย่วนที่ถูกเพื่อนเตะขาอยู่ใต้โต๊ะ เงยหน้าขึ้นมามองอย่างรำคาญ ก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังขยิบตาให้เขายิกๆ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกไปเช่นนั้น
เหอเหว่ยบุ้ยปากไปทางทิศที่เจียงหลีนั่งอยู่ "เห็นนั่นไหมล่ะ คนนั้นแหละภรรยาของท่านศาสตราจารย์ลั่ว!"
"ตื่นเต้นอะไรนักหนา นายไม่เคยเห็นเธอที่บ้านพักข้าราชการหรือไง"
"จะบอกให้นะว่าฉันไม่เคยเห็นจริงๆ" เหอเหว่ยเถียง ถึงแม้พวกเขาจะพักอยู่ในบ้านพักข้าราชการเหมือนกัน แต่บ้านของเขากับบ้านของศาสตราจารย์ลั่วก็อยู่ห่างกันพอสมควร แถมภรรยาของท่านศาสตราจารย์ก็ไม่ค่อยได้ออกมาเดินเล่นนอกบ้านสักเท่าไหร่ การที่เขาจะไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อนจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิด
[จบบท]