บทที่ 398: ความรู้สึกของคุณสำคัญที่สุด
เจียงหลีรู้ดีว่าสามีของเธอเป็นคนรักสะอาดอยู่หน่อยๆ แต่เรื่องที่เขาจะออกอาการย้ำคิดย้ำทำด้วยนี่สิ ตอนอยู่บ้านด้วยกันเธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนเลย
“เสี่ยวหลีครับ...” ลั่วเยี่ยนชิงเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน
“หืม?” เจียงหลีขานรับในลำคอ
“ตอนอยู่ที่โรงอาหาร ทุกคนเอาแต่มองคุณ” เขาโพล่งประโยคนี้ออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาเจ้าตัวยังแอบแปลกใจกับการกระทำของตัวเอง
อาการของเขาทำให้เจียงหลีพอจะเดาอะไรบางอย่างได้ เธอจึงแกล้งถามหยั่งเชิง “คุณคงไม่ได้กำลังหึงอยู่หรอกใช่ไหมคะ”
เมื่อเห็นว่าเขายังนิ่งและมีท่าทีอึดอัดใจอย่างเห็นได้ชัด เจียงหลีเลยตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้จนหน้าผากของทั้งสองชนกันเบาๆ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาแล้วถามย้ำอีกครั้ง “บอกฉันมาเถอะค่ะ คุณหึงจริงๆ ใช่ไหม”
“ก็ทุกคนมองแต่คุณ แล้วยังซุบซิบไม่หยุดอีก ผมไม่ชอบเลย”
เจียงหลีถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว เขาหึงจริงๆ ด้วย ไม่ใช่แค่หึงธรรมดา แต่ยังแฝงความน้อยใจเอาไว้หน่อยๆ อีกต่างหาก บรรยากาศแบบนี้ทำเอาเธอทั้งอยากหัวเราะทั้งสงสาร
“พวกเขาอยากมองฉันเองนี่คะ ไม่ใช่ว่าฉันไปขอให้พวกเขามองสักหน่อย อีกอย่างเราก็ไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน คุณไม่เห็นจะต้องเก็บมาใส่ใจเลย” เธออธิบายอย่างใจเย็น ก่อนจะพูดต่อ
“แล้วก็อย่าลืมสิคะว่าบรรดาสหายผู้หญิงที่แอบมองคุณก็มีไม่น้อยเหมือนกัน แบบนั้นฉันไม่ยิ่งต้องหึงมากกว่าเหรอ”
เจียงหลียื่นมือไปประคองใบหน้าคมคายของสามีแล้วแกล้งยื่นข้อเสนอ “ถ้าคุณไม่สบายใจที่คนอื่นมองฉันจริงๆ ต่อไปนี้เวลาจะออกจากบ้าน ฉันจะใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเลย ดีไหมคะ”
“ไม่ต้อง” เขาปฏิเสธทันควัน
“ไม่ต้องจริงๆ เหรอคะ” เธอยังคงคาดคั้น “คุณต้องเข้าใจนะคะว่าสำหรับฉันแล้ว ความรู้สึกของคุณมันสำคัญกว่าทุกสิ่งทุกอย่างเลยนะ”
“ไม่ต้องจริงๆ”
เขายืนยันอีกครั้ง จะบ้าหรือไง อากาศร้อนอบอ้าวขนาดนี้ การใส่หน้ากากอนามัยมันน่าอึดอัดจะตาย เขาไม่มีวันยอมให้ภรรยาสุดที่รักต้องมาลำบากเพราะเรื่องแบบนี้แน่
เมื่อได้คำตอบที่พอใจแล้ว เจียงหลีจึงเปลี่ยนอิริยาบถไปนั่งข้างๆ เขา ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหนุนตักสามีอย่างสบายอารมณ์ “ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเราสองคนหน้าตาดี ใครๆ ก็เลยอยากมอง มันเป็นเรื่องธรรมดามากเลยค่ะ คนเราก็แบบนี้ทั้งนั้นแหละ พอได้เห็นอะไรสวยๆ งามๆ ก็อยากจะมองนานๆ เป็นธรรมดา”
แววตาของลั่วเยี่ยนชิงอ่อนแสงลง เขายกมือขึ้นลูบไล้กลุ่มผมนุ่มสลวยของเธอเบาๆ “ที่คุณพูดมันก็ถูก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่อยากให้ใครมาให้ความสนใจคุณมากเกินไปอยู่ดี”
คำตอบของเขาทำให้เจียงหลีหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เธอยื่นมือไปบีบจมูกเขาเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว “ศาสตราจารย์ลั่วของบ้านเรานี่ช่างเผด็จการจริงๆ แต่จะบอกอะไรให้นะคะ ฉันชอบ”
บทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ อาจเป็นเพราะความสบายใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน หรืออาจเป็นเพราะเสียงทุ้มนุ่มของลั่วเยี่ยนชิงนั้นไพเราะราวกับเสียงเพลงขับกล่อม ไม่นานเจียงหลีก็ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงแล้วผล็อยหลับไปบนตักของเขาโดยไม่รู้ตัว
ลั่วเยี่ยนชิงปล่อยให้เธอนอนอยู่อย่างนั้น เขานั่งนิ่งไม่ขยับไปไหน จนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเข้าทำงานในช่วงบ่าย เขาจึงตัดสินใจปลุกเธอเบาๆ “เสี่ยวหลี ตื่นได้แล้วครับ”
เจียงหลีขยี้ตาอย่างงัวเงีย “อุ๊ย ฉันเผลอหลับไปเหรอคะเนี่ย”
“อืม” เขาพยักหน้ารับ
“คุณนี่ซื่อบื้อจริงๆ เลย” เธอต่อว่าเขาเบาๆ “ทำไมไม่ปลุกฉันให้เร็วกว่านี้ หรือไม่ก็อุ้มฉันไปนอนบนเตียงดีๆ ปล่อยให้ฉันนอนหนุนตักคุณแบบนี้ ไม่กลัวว่าขาจะเป็นเหน็บหรือไงคะ”
ลั่วเยี่ยนชิงเข้าใจเจตนาของเธอดี เขาจึงส่งยิ้มบางๆ ให้ “ผมไม่เป็นไร”
“ถึงคุณจะไม่เป็นอะไร แต่คุณก็ยังซื่อบื้ออยู่ดีนั่นแหละ” เธอแกล้งค้อนให้เขาวงหนึ่ง “จะไปทำงานแล้วใช่ไหมคะ”
“ครับ”
“งั้นคุณไปเตรียมตัวเถอะค่ะ เดี๋ยวตอนกลับฉันจะเอากุญแจห้องไปฝากไว้กับพ่อบุญธรรมให้ เลิกงานแล้วคุณก็แวะไปเอาที่ห้องทำงานของท่านนะคะ”
“ได้ครับ”
เจียงหลีค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง เธอเอื้อมแขนไปโอบรอบคอของเขาแล้วส่งสายตาหวานเชื่อม “มานี่เลยค่ะ เดี๋ยวให้รางวัลเป็นจูบหวานๆ หนึ่งที”
คำพูดของเธอทำให้ลั่วเยี่ยนชิงยิ้มออกมา “แบบนี้ผมต้องขอบคุณด้วยหรือเปล่า”
“แล้วแต่คุณเลยค่ะ”
สิ้นคำพูดนั้น เจียงหลีก็ประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากของเขาทันที แต่เพียงชั่วอึดใจต่อมา ลั่วเยี่ยนชิงก็เปลี่ยนจากผู้ถูกกระทำมาเป็นฝ่ายคุมเกมเสียเอง เขาตอบรับจูบของเธออย่างดูดดื่มและลึกซึ้งยิ่งกว่า
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดจูบนั้นก็สิ้นสุดลง ลั่วเยี่ยนชิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาจัดการกับเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะพับแขนเสื้อที่คลายตัวลงให้กลับไปอยู่ตำแหน่งเดิมอย่างเรียบร้อย
[จบบท]