บทที่ 406: เด็กดีของแม่
เสียงเรียกของอู๋เยว่ดึงเจียงหลีให้ตื่นจากภวังค์ความคิด เธอส่ายศีรษะเบาๆ เป็นเชิงปฏิเสธ "เปล่าจ้ะ ไม่ได้คิดอะไรเลย... เรื่องนั้นเอาตามที่เธอว่าเลยนะ สุดสัปดาห์นี้ฉันจะรออยู่ที่บ้าน" ทันใดนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเธอ
"เดี๋ยวนะ ที่สถานีของเธอไม่มีวันหยุดสุดสัปดาห์กันเหรอ"
อู๋เยว่หัวเราะออกมา "พวกเราเป็นคนนะ ไม่ใช่เครื่องจักรที่ทำงานได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าต้องมีวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่แล้ว แต่พอดีว่าทีมของเรารับผิดชอบรายการเด็กมาใหม่น่ะสิ เพื่อให้รายการเปิดตัวได้อย่างสวยงามและโด่งดังเป็นพลุแตก ทุกคนเลยต้องระดมสมอง ทุ่มเทพลังงานทั้งหมดไปกับการวางแผนและเตรียมงานทุกอย่างให้พร้อมที่สุดก่อนวันถ่ายทำจริง"
"อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง" เจียงหลีพยักหน้ารับรู้ โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
"ฉันก็นึกว่าเธอพยายามจะจัดตารางให้เข้ากับเวลาของฉัน เลยยอมทำงานกันวันหยุด" หากเป็นเช่นนั้นจริง เจียงหลีก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอคงกลายเป็นบุคคลที่ทีมงานทั้งกองถ่ายพากันเขม่นเอาอย่างแน่นอน
แต่เอาเข้าจริง ต่อให้ถูกเกลียดหรือไม่ชอบหน้า เจียงหลีก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย
เพราะเธอมาที่นี่ในฐานะผู้ช่วยเท่านั้น ไม่ได้มีความจำเป็นหรือเดือดร้อนว่าต้องคว้างานนี้มาครองให้ได้
ส่วนเรื่องค่าความสุขที่ตั้งใจจะเก็บสะสม หากเธออยากจะได้มันมาจริงๆ ก็มีอีกตั้งร้อยแปดวิธีให้เลือกใช้
หลังจากที่บทสนทนาจบลงและแยกย้ายกับอู๋เยว่ เจียงหลีก็จูงมือลูกแฝดทั้งสองเดินไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยเพื่อกลับไปยังบ้านพักข้าราชการ
ระหว่างทาง ความคิดที่เคยถูกขัดจังหวะไปเมื่อครู่ก็หวนกลับมาอีกครั้ง เธออดไม่ได้ที่จะเผยอยิ้มขมขื่นออกมาอย่างเงียบๆ
มันเป็นเรื่องเพ้อฝันที่ไม่มีทางเป็นไปได้โดยสิ้นเชิง แต่เธอก็ยังปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั้น คิดไปไกลถึงขนาดที่ว่าถ้าวันหนึ่งเธอได้กลับไปยังโลกใบเดิม กลับไปหาครอบครัวที่แท้จริงของเธอได้สำเร็จ แล้วครอบครัวที่นี่... ศาสตราจารย์ลั่วกับลูกๆ ทั้งสามคนของเขา... จะเป็นอย่างไรต่อไป
ช่างเป็นความคิดที่โง่เขลาเสียจริง
เธอเกือบจะกลายเป็นคนเสียสติไปแล้ว
หยาดน้ำใสเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาคู่สวย เจียงหลีรีบเงยหน้าขึ้นเพื่อบังคับไม่ให้มันไหลรินออกมา พร้อมกับพร่ำบอกกับตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอไม่เป็นไรนะเจียงหลี เธอต้องเข้มแข็งเข้าไว้... ถึงแม้ว่า... ถึงแม้ว่าในชีวิตนี้เธอจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าพ่อกับแม่อีกแล้ว ไม่มีวันได้ยินเสียงเจียงอี้เรียกเธอว่าพี่สาวอีกต่อไป
แต่เธอก็คือเจียงหลีนะ... คือลูกสาวที่พ่อกับแม่ภาคภูมิใจและวางใจมากที่สุด เป็นพี่สาวที่เจียงอี้ชื่นชมและยกย่องเสมอมา เป็นประธานเจียงผู้ทรงอิทธิพลที่ใครๆ ในแวดวงธุรกิจต่างก็ต้องยำเกรง!
ความอ่อนแอไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของเธอ ตั้งแต่เล็กจนโตเธอก็เป็นคนเข้มแข็งมาโดยตลอด ไม่ว่าจะต้องไปอยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายเพียงใด เธอก็สามารถจัดการชีวิตของตัวเองให้ดีได้เสมอ และยังสามารถปั้นแต่งชีวิตให้เป็นไปในแบบที่เธอต้องการได้ทุกครั้ง!
ทว่า... แม้จะปลุกใจตัวเองด้วยถ้อยคำเหล่านั้น แต่ในห้วงเวลานี้ เจียงหลีก็ยังคงพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกอ่อนไหวที่กัดกินหัวใจ
ความจริงแล้ว นับตั้งแต่วันแรกที่เธอมาถึงโลกใบนี้ เธอก็คิดถึงครอบครัวในโลกเดิมของเธออยู่เสมอ แต่เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องจมอยู่กับความเศร้า เธอจึงพยายามบังคับตัวเองไม่ให้คิดถึงเรื่องเหล่านั้น เพื่อที่จะได้ปรับตัวและเริ่มต้นใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ได้เร็วที่สุด
"แม่ครับ... ตาของแม่แดงๆ แม่ร้องไห้เหรอครับ"
ลั่วหมิงหานตัวน้อยที่เดินจูงมืออยู่ข้างๆ ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาเงยหน้าเล็กๆ ขึ้นมองแม่ แล้วก็สังเกตเห็นว่าดวงตาของแม่แดงก่ำคล้ายกับดวงตาของกระต่ายน้อย เขาจึงเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงใสซื่อและเต็มไปด้วยความห่วงใย
"เปล่าจ้ะ"
เจียงหลีส่ายหน้า ปรับเปลี่ยนสีหน้าและอารมณ์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกุเรื่องขึ้นมา "พอดีเมื่อกี้มีฝุ่นเข้าตาแม่น่ะ ตาเลยแดงแบบนี้"
ลั่วหมิงหานตัวน้อยทำตาโต "งั้นเดี๋ยวหานหานเป่าฝุ่นออกให้แม่เองนะครับ"
ลั่วหมิงเวยที่อยู่อีกข้างก็รีบพูดเสริมขึ้นมาทันที "หนูก็จะเป่าให้แม่ด้วยค่ะ"
"ได้สิจ๊ะ"
เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของลูกๆ ทั้งสอง เจียงหลีก็รู้สึกทั้งอบอุ่นในหัวใจและจนปัญญาในเวลาเดียวกัน เธอทำอะไรไม่ถูกนอกจากย่อตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นเพื่อให้ใบหน้าของเธออยู่ในระดับเดียวกับลูกๆ ทั้งสอง ปล่อยให้พวกเขาช่วยกันเป่า "ฝุ่น" ที่ไม่มีอยู่จริงออกจากตาของเธอ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ลั่วหมิงหานก็เอ่ยถามขึ้น "แม่ดีขึ้นหรือยังครับ"
เจียงหลีพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม "อื้ม แม่ดีขึ้นเยอะแล้วจ้ะ ขอบใจนะหานหาน แล้วก็ขอบคุณเวยเวยของแม่ด้วยนะจ๊ะ"
"แม่คะแม่ขา หนูยังไม่ได้เป่าให้แม่เลย แม่ยังไม่ต้องขอบคุณหนูนะคะ" ลั่วหมิงเวยพูดเสียงอู้อี้ ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้แล้วเป่าลมเบาๆ ใส่ดวงตาของแม่หนึ่งครั้ง จากนั้นก็เอ่ยถามอย่างน่ารัก
"แม่คะ ตอนนี้แม่รู้สึกดีขึ้นเยอะแล้วใช่ไหมคะ"
"ดีขึ้นแล้วจ้ะ ตอนนี้แม่รู้สึกสบายตามากๆ เลย ขอบคุณนะจ๊ะเวยเวย"
เจียงหลีใช้แขนทั้งสองข้างโอบรัดร่างเล็กๆ ของลูกแต่ละคนเข้ามาไว้ในอ้อมอก ให้พวกเขาได้พิงซบอย่างอบอุ่น เธอค่อยๆ กระชับวงแขนให้แน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำเสียงปลาบปลื้ม
"การที่มีลูกที่น่ารักและใส่ใจแม่แบบนี้ถึงสองคนเป็นของตัวเอง แม่นี่เป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลกจริงๆ เลย"
[จบบท]