บทที่ 407: ชอบเรียกร้องความสนใจ
คำชมของเจียงหลีทำให้สองฝาแฝดตัวน้อยถึงกับไปไม่เป็น ลั่วหมิงหานกับลั่วหมิงเวยพร้อมใจกันก้มหน้างุด แก้มใสๆ ของทั้งคู่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด สองพี่น้องเหลือบมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองทางอื่นอย่างเขินอาย
ภาพนั้นทำให้เจียงหลีหลุดยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู "แม่พูดจริงนะ ไม่ว่าจะเป็นรุ่ยรุ่ย หานหาน หรือเวยเวย พวกหนูทุกคนเป็นเด็กดีและรู้จักคิดเสมอ การมีพวกหนูอยู่ด้วยกันแบบนี้ แม่มีความสุขที่สุดเลยรู้ไหม"
คำพูดที่เต็มไปด้วยความรักของแม่ทำให้ลั่วหมิงหานเงยหน้าขึ้นมาสบตา "การได้อยู่กับแม่ พี่ชาย แล้วก็น้องสาวก็ทำให้ผมมีความสุขมากๆ เหมือนกันครับ"
ลั่วหมิงเวยที่ยืนอยู่อีกข้างรีบเสริมขึ้นมาทันที "พี่รองลืมคุณพ่อไปได้ยังไงคะ"
น้องสาวท้วงขึ้นมาแบบนั้น ลั่วหมิงหานก็เบิกตากว้างอย่างนึกได้ "อ๊ะ ผมไม่ได้ลืมนะ การที่คุณพ่อรู้ว่ามีแม่กับพวกเรารออยู่ที่บ้านตอนวันหยุด คุณพ่อก็ต้องมีความสุขมากเหมือนกันแน่นอนครับ"
ความฉลาดช่างเจรจาของลูกชายทำให้เจียงหลีอดที่จะชื่นชมไม่ได้ "หานหานของแม่นี่ช่างพูดจริงๆ เลย เก่งมากลูก"
เธอพูดพลางลูบหัวลูกชายเบาๆ ก่อนจะจูงมือเด็กทั้งสองเดินมุ่งหน้ากลับบ้านพักข้าราชการที่อยู่ไม่ไกล
"สหายเจียง"
น้ำเสียงที่ไม่คุ้นหูแต่ก็แฝงความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายจะเคยได้ยินมาก่อนดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เจียงหลีต้องหยุดชะงักฝีเท้า เธอหันกลับไปมองยังต้นเสียงด้วยความสงสัย ก่อนจะพบว่าเป็นเสิ่นอวิ๋นที่กำลังจูงมือลูกชายเดินตรงมาทางนี้
"สหายเสิ่น มีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ" เจียงหลีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ พลางมองอีกฝ่ายที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า
เสิ่นอวิ๋นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเจียงหลี แววตาของเธอฉายความรู้สึกบางอย่างที่อ่านได้ยาก "ศาสตราจารย์ลั่วดีกับคุณขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเขาเคยเล่าเรื่องที่บ้านให้คุณฟังบ้างหรือเปล่า"
คำถามที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้เจียงหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย "เรื่องนั้นมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วยเหรอคะ"
ช่างเป็นคนที่แปลกเสียจริง
เจียงหลีไม่อยากเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงด้วย เธอจึงจูงมือลูกแฝดเตรียมจะเดินเข้าบ้านพักข้าราชการไป โดยไม่คิดจะตอบคำถามของอีกฝ่ายแม้แต่คำเดียว
"เดี๋ยวก่อนสิ สหายเจียง ที่คุณรีบร้อนขนาดนี้ คงไม่ใช่เพราะศาสตราจารย์ลั่วไม่เคยเล่าอะไรให้คุณฟังเลยใช่ไหม"
เสิ่นอวิ๋นไม่ยอมปล่อยโอกาสไปง่ายๆ เธอก้าวตามมาขวางทางสามแม่ลูกไว้ มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ศาสตราจารย์ลั่วเขามีแม่คนหนึ่งนะ แต่แม่ของเขาน่ะแต่งงานใหม่ไปตั้งนานแล้ว..."
"สหายเสิ่น"
คราวนี้เจียงหลีเป็นฝ่ายหยุดเดินเอง เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เก็บความรู้สึกอีกต่อไป ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเย็นชา "คุณนี่ชอบทำให้ตัวเองมีตัวตนต่อหน้าฉันจริงๆ เลยนะคะ
ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันจะเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับการวิจัย เพื่อสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ ไม่ใช่มาทำตัวไร้สาระเที่ยววุ่นวายกับชีวิตคนอื่นแบบนี้ ถึงคุณจะหน้าด้านพอที่จะหาเรื่องมาให้ตัวเองอับอายได้เรื่อยๆ แต่ฉันไม่มีเวลามาเล่นด้วยหรอกนะ คุณเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม"
สาเหตุที่เสิ่นอวิ๋นมีเวลาว่างมาเดินเล่นแถวนี้ ก็เพราะว่าโปรเจกต์ที่เธอรับผิดชอบอยู่กำลังเจอกับทางตันมานานกว่าครึ่งปีแล้ว ศาสตราจารย์หวังซึ่งเป็นหัวหน้าทีมจึงเสนอให้ผู้บริหารอนุมัติการหยุดพักร้อนของทีมงาน โดยแบ่งเป็นสองผลัดเพื่อหวังว่าการได้พักสมองจะช่วยให้งานวิจัยมีความคืบหน้าขึ้นมาบ้าง
เสิ่นอวิ๋นซึ่งได้หยุดพักในผลัดแรกจึงมีเวลาว่างเหลือเฟือมาตลอดทั้งสัปดาห์ ในใจลึกๆ เธออยากจะไปหาเรื่องกวนประสาทเจียงหลีที่บ้านใจจะขาด แต่ก็ต้องยับยั้งชั่งใจไว้ เพราะรู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เคยหลงกลเธอเลยสักครั้ง แถมยังเคยโดนตอกหน้าหงายกลับมาแล้วด้วยซ้ำ
แต่การได้มาเจอกันโดยบังเอิญในวันนี้ ถือเป็นโอกาสทองที่เธอจะปล่อยผ่านไปไม่ได้เด็ดขาด
ทว่าเจียงหลีกลับไม่เล่นตามเกมที่เธอวางไว้เลยสักนิด คำพูดตรงไปตรงมาและเชือดเฉือนนั่นทำลายภาพลักษณ์หญิงสาวผู้มีการศึกษาและแสนสุภาพที่เธอพยายามสร้างมาตลอดจนหมดสิ้น
"นี่เธอกำลังจะสอนฉันเหรอว่าควรจะวางตัวยังไง เธอมีสิทธิ์อะไร แค่ผู้หญิงที่เรียนจบแค่มัธยมปลายอย่างเธอ กล้าดียังไงมายืนชี้นิ้วสั่งฉัน"
สีหน้าของเสิ่นอวิ๋นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงถนัดตา "หัดเจียมตัวซะบ้าง สำหรับฉันแล้ว เธอมันก็แค่คนอ่านหนังสือออกไม่กี่ตัว ไม่ต่างอะไรกับคนไม่รู้หนังสือหรอก"
เจียงหลีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ฉันไม่ใช่พ่อแม่ของคุณนี่คะ ไม่มีเวลาว่างมาสั่งสอนมารยาทให้ใครหรอก แต่จะบอกอะไรให้อย่างนะสหายเสิ่น ถ้าคุณยังคิดจะมาวุ่นวายกับฉันอีก ก็เตรียมตัวอับอายได้เลย เพราะเจอหน้ากันครั้งต่อไป ฉันก็จะทำให้คุณขายหน้าอีกครั้งแน่"
[จบบท]