บทที่ 427: การลงทัณฑ์
"เรื่องที่ลูกเล่ามาทั้งหมด คิดว่ามันจะช่วยอะไรได้งั้นเหรอ"
เสิ่นจื้อกั๋วสวนกลับลูกสาวอย่างหมดความอดทน เขาผุดลุกขึ้นยืน สองมือเท้าเข้าที่สะเอวแล้วเริ่มก้าวเดินไปมาในห้องหนังสืออย่างใช้ความคิด เสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะสะท้อนความขุ่นมัวในใจ ก่อนที่ร่างสูงวัยจะหยุดกึกอยู่ตรงหน้าเสิ่นอวิ๋น
"ฟังพ่อนะเสิ่นอวิ๋น ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยากไปกว่านี้ ทางที่ดีที่สุดคือยอมรับการตัดสินใจของผู้ใหญ่ซะ" เขาจ้องหน้าลูกสาว "ความรู้ความสามารถที่ลูกมี ต่อให้ต้องย้ายไปทำงานที่สถาบันวิจัยแห่งอื่น ลูกก็ยังเฉิดฉายได้อยู่ดี"
"แต่พ่อคะ หนูเคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าที่หนูกลับมาประเทศเราก็เพราะลั่วเยี่ยนชิง" เสิ่นอวิ๋นเถียง "ในเมื่อตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้แล้วที่หนูจะได้ครองคู่กับเขา อย่างน้อยที่สุด...ก็ขอให้หนูได้เห็นหน้าเขาบ้างก็ยังดี มันมากเกินไปเหรอคะ"
"ความรักน่ะเหรอ มันกินแทนข้าวได้หรือไง" เสิ่นจื้อกั๋วแทบจะตะคอกใส่หน้าลูกสาวที่ยังคงดื้อรั้นไม่เลิก
"ตอนที่ลูกตัดสินใจแต่งงานที่ต่างประเทศ ก็ควรจะคิดได้ตั้งนานแล้วว่าผู้ชายที่อายุขนาดสหายลั่วพอกลับมาถึงบ้านเกิดเมืองนอนแล้ว เขาจะยังเป็นโสดรอลูกอยู่หรือไงกัน
คิดสิ... ตอนนี้เขาก้าวไปไกลแค่ไหนแล้ว ไม่ใช่แค่เคยแต่งงาน แต่เขาแต่งงานเป็นครั้งที่สอง มีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีลูกตั้ง 3 คน ผู้ชายที่มีพร้อมทุกอย่างแบบนี้ ถึงเขาจะยอดเยี่ยมแค่ไหน ลูกกับเขาก็ไม่มีวันโคจรกลับมาพบกันได้อีกแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ภรรยาคนปัจจุบันของเขาเป็นคนที่หน่วยงานจัดหาให้ ชีวิตครอบครัวของพวกเขากำลังไปได้ด้วยดี แล้วลูกกลับมาเพื่อจะทำอะไร คิดจะแทรกตัวเข้าไปเป็นปัญหาอย่างนั้นเหรอ มันใช่เรื่องที่ควรทำหรือเปล่า
เสิ่นอวิ๋น พ่อเตือนไว้ตรงนี้เลยนะ ถ้าลูกยังดึงดันที่จะทำอะไรตามอำเภอใจ ก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบบ้านหลังนี้อีก"
สำหรับเขา การถูกหน่วยงานเรียกไปตำหนิยังไม่น่าเจ็บใจเท่ากับการต้องอับอายขายหน้าเพราะการกระทำของลูกสาวตัวเอง
"งั้น...หนูจะไปหาลั่วเยี่ยนชิง" ดวงตาของเสิ่นอวิ๋นฉายแววแห่งความหวังสุดท้าย "พ่อคะ ถ้าหนูไปขอร้องเขาตรงๆ ไปขอโทษเขากับทุกเรื่องที่ผ่านมา แล้วให้คำมั่นว่าจะไม่ทำเรื่องโง่เง่าแบบนี้อีก ขอแค่เขาช่วยพูดกับผู้เฒ่าซ่งให้หนูอยู่ที่สถาบันวิจัยต่อ...พ่อคิดว่าเขาจะใจอ่อนไหมคะ"
เธอไม่ได้รอคำตอบจากผู้เป็นพ่อด้วยซ้ำ เพียงแค่ความคิดนั้นผุดขึ้นมา ร่างของเธอก็พุ่งออกจากห้องหนังสือไปแล้ว เป้าหมายคือสถาบันวิจัย เธอต้องไปให้เร็วที่สุด วันนี้คือวันหยุดวันสุดท้าย หากจัดการเรื่องนี้ไม่สำเร็จ พรุ่งนี้เช้าประตูห้องทดลองอาจจะปิดตายสำหรับเธอไปตลอดกาล
ณ สถาบันวิจัย
ลั่วเยี่ยนชิงกำลังจดจ่ออยู่กับงานในห้องทดลอง แต่แล้วสมาธิของเขาก็ถูกทำลายลงด้วยข่าวที่ว่าเสิ่นอวิ๋นมาขอพบ และที่สำคัญคือเธอยืนกรานว่าจะไม่ยอมกลับไปหากไม่ได้คุยกับเขา
เพื่อไม่ให้การทำงานของนักวิจัยคนอื่นในทีมต้องหยุดชะงัก ลั่วเยี่ยนชิงจึงจำต้องวางมือจากงานแล้วเดินออกมาเผชิญหน้ากับเธอ
"สหายเสิ่น การกระทำตามอำเภอใจของคุณแบบนี้ ใครเป็นคนให้ความกล้าคุณมา"
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยจนเย็นชา แววตาคมกริบมองตรงมายังเธออย่างไม่ปิดบังความห่างเหิน
"ช่วยฉันหน่อยเถอะนะคะ ฉันยอมรับว่าฉันทำผิดไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ฉันเป็นคนส่งจดหมายไปที่บ้านแม่ผู้ให้กำเนิดของคุณเอง ฉันให้ที่อยู่บ้านพักข้าราชการของเราไป..."
"ผมไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร" เขาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย
"ลั่วเยี่ยนชิง ฉันไม่อยากถูกย้ายออกจากที่นี่ ขอร้องล่ะ คุณช่วยไปคุยกับผู้เฒ่าซ่งให้ฉันได้ไหม บอกให้ท่านอนุญาตให้ฉันทำงานที่นี่ต่อไป..."
"ผมบอกไปแล้ว ว่าผมไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณพูด" ลั่วเยี่ยนชิงย้ำคำเดิม ปฏิเสธที่จะรับรู้เรื่องราวใดๆ ทั้งสิ้น
"..."
เสิ่นอวิ๋นยืนนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดออกมาอย่างละเอียด "เรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้ค่ะ..."
พอสิ้นเสียงอธิบายของเธอ บรรยากาศรอบตัวลั่วเยี่ยนชิงก็พลันเย็นเยือกจนน่าขนลุก "ที่ผ่านมาผมไม่เคยทำร้ายผู้หญิง แต่ดูเหมือนว่ากับคุณ...ผมคงต้องทำเป็นครั้งแรก"
เพียะ!
ฝ่ามือหนากระทบลงบนใบหน้าของเสิ่นอวิ๋นอย่างจัง ร่างของเธอเซถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความแรง
"เยี่ยนชิง คุณทำอะไรน่ะ"
เสียงของผู้เฒ่าซ่งดังขึ้น ท่านผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี
ทว่าลั่วเยี่ยนชิงกลับไม่สนใจเสียงเรียกนั้น เขาก้าวเข้าไปหาเสิ่นอวิ๋นช้าๆ แต่ละย่างก้าวเต็มไปด้วยแรงกดดัน น้ำเสียงของเขาเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"ผมไม่เคยรู้จักคุณ" เขากดเสียงต่ำ "แต่ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง คุณกลับไม่เคยรู้จักรักนวลสงวนตัวแม้แต่น้อย พยายามเข้ามาในชีวิตผมครั้งแล้วครั้งเล่า เอาเรื่องไร้สาระมาพูดกรอกหูผม... คงคิดว่าผมเป็นคนใจดี ไม่กล้าทำอะไรคุณสินะ"
"ทำไม... ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้"
[จบบท]