บทที่ 456: รับที่สถานี
“พี่สะใภ้ พี่ว่าเธอ...” ซูม่านตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเสือกระดาษเลย โดนเจียงหลีตอกหน้าไปไม่กี่คำก็หงอไปเลย ท่าทางหยิ่งผยองก่อนหน้านี้หายเกลี้ยง เธอทำหน้าเหวอ ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่หันไปมองฟางจวี๋
ฟางจวี๋ตอบ "เรื่องวันนี้เสี่ยวเจียงคงไม่ถือสาเธออีกแล้ว แต่เขาก็พูดชัดเจนมาก ถ้ายังมีครั้งหน้าอีก เสี่ยวซู...เธอคงไม่รอดเหมือนอย่างวันนี้" ฟางจวี๋พูดจบก็ถอนหายใจเบาๆ
"เอาจริงๆ ฉันไม่เข้าใจเลยนะ ว่าทำไมเธอต้องคอยหาเรื่องเสี่ยวเจียงอยู่เรื่อย"
"ฉันเปล่านะ!" ซูม่านเผลอตะโกนสวนออกไป ซึ่งยิ่งดูเหมือนคนร้อนตัวเข้าไปใหญ่
"พอเลย เธอจะคิดยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน" ฟางจวี๋ไม่อยากยุ่งด้วยแล้ว "ขอยืมคำพูดของเสี่ยวเจียงหน่อยแล้วกัน เธอ 'ดูแลตัวเองให้ดี' เถอะ" พูดจบเธอก็รีบปลีกตัวไปทำธุระของตัวเองทันที
คนที่“แกล้งหลับ”น่ะ ใครจะไปปลุกให้ตื่นได้! ฟางจวี๋ได้แต่ส่ายหัวเงียบๆ เธอตัดสินใจแล้วว่าต่อไปนี้จะพยายามอยู่ให้ห่างจากซูม่านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขืนไปยุ่งกับคนไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้ มีหวังโดนลากไปซวยทำให้เสียชื่อเสียงไปด้วยกันพอดี
พอเห็นฟางจวี๋พูดตัดบทแบบไม่สนใจ แถมยังเดินหนีไปดื้อๆ ไม่คิดจะไว้หน้ากันเลย ซูม่านที่อุ้มลูกชายอยู่ก็ได้แต่ยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนตาขวางอยู่ตรงนั้น อะไรกันนักหนา! คนนั้นก็พูด คนนี้ก็พูด ให้เธอ 'ดูแลตัวเองให้ดี' นี่เธอต้องสมองทึบขนาดไหน ถึงจะกล้าไปหาเรื่อง 'ยัยปีศาจ' แซ่เจียงนั่นอีก
ใช่เลย...ในใจของซูม่านตอนนี้ เจียงหลีไม่ต่างอะไรกับปีศาจชัดๆ อะไรนิดอะไรหน่อยก็ขู่จะโทรแจ้งตำรวจ นี่สถานีตำรวจเป็นของที่บ้านเธอหรือยังไง ทำไมไม่รู้จักคิดถึงใจคนอื่นบ้างนะ ปีศาจชัดๆ!
แต่ที่น่าเจ็บใจคือ...เธอดันกลัวยัยปีศาจนี่จริงๆ เสียด้วย! ดูท่าว่าต่อไปนี้เธอต้องระวังปากระวังคำของตัวเองให้ดีกว่าเดิม จะปล่อยให้ยัยนั่นมีโอกาสโทรเรียกพวกสหายจากสถานีตำรวจมาจริงๆ ไม่ได้เด็ดขาด
***
วันต่อมา เวลาประมาณสิบโมงครึ่ง เจียงหลีก็มายืนรอรับพ่อเจียงและพวกรวมสามชีวิตที่สถานีรถไฟ
"พ่อคะ! แม่คะ! หยางหยาง!" พอเห็นหน้าพ่อแม่แท้ๆ กับหลานชายคนโต เจียงหลีก็ดีใจจนเผลอวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา
"หลีเป่า!"
"อาเล็ก!"
ทั้งสามคนพอเห็นเจียงหลีก็ดีใจไม่แพ้กัน ทุกคนยิ้มหน้าบาน
"ไปค่ะ เราออกไปจากสถานีกันก่อน" เจียงหลีรีบเข้าไปควงแขนไช่ซิ่วเฟินผู้เป็นแม่ แล้วหันไปชวนพ่อเจียงกับหลานชายเจียงอีหยางให้เดินตามกันไป ระหว่างทางเธอก็ถามแม่ด้วยความเป็นห่วง
"นั่งรถไฟมาเหนื่อยไหมคะ?"
"สบายมากเลยลูก แม่กับพ่อแล้วก็หยางหยางได้ที่นั่งกันครบ ไม่ได้ลำบากอะไรเลย" ไช่ซิ่วเฟินตอบ พอมองเห็นว่าลูกสาวดูแข็งแรงสบายดี เธอก็ใจชื้นขึ้นเยอะ หญิงชรามองลูกสาวด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะบ่นด้วยความห่วงใย
"ลูกนี่นะ อุตส่าห์ถ่อมาถึงนี่เพื่อรับพวกเราจนได้ ไม่ดูร่างกายตัวเองเลยหรือไง ยังจะดื้อวิ่งไปวิ่งมาให้เหนื่อยอีก"
"หนูไม่เป็นอะไรเลยค่ะ สบายดีมากๆ" เจียงหลีทำเสียงอ้อนแม่
"อีกอย่าง หนูก็อยากเจอพวกแม่เร็วๆ นี่คะ" พออยู่ต่อหน้าแม่ เจียงหลีก็กลับไปทำตัวเป็นเด็กสาวขี้อ้อนเหมือนเคย
เจียงอีหยางที่เดินตามมาเห็นท่าทางของอาเล็กก็หัวเราะ "ย่าครับ อาเล็กสีหน้าดูดีมากจริงๆ นะครับ ไม่ต้องห่วงหรอก"
"นั่นไงคะ หยางหยางยังพูดแบบนี้เลย แม่เลิกกังวลได้แล้ว หนูสบายดีจริงๆ" เจียงหลียิ้มหวานให้แม่ ก่อนจะหันไปหาพ่อเจียงแล้วยื่นมือออกไป "พ่อคะ เดี๋ยวหนูช่วยถือของ"
พ่อเจียงกับหลานชายคนโตต่างหอบหิ้วสัมภาระพะรุงพะรัง ในมือของทั้งคู่มีกระเป๋าใบใหญ่คนละสามใบ แถมพ่อเจียงยังแบกกระสอบป่านอีกหนึ่งใบไว้บนบ่า ดูท่าทางหนักเอาเรื่อง
"เดี๋ยวผมช่วยปู่เองครับ" เจียงอีหยางรีบขยับเข้ามารับกระเป๋าใบใหญ่ใบหนึ่งจากมือของพ่อเจียงไปถือไว้เอง "อาเล็กประคองย่าเดินไปดีๆ เถอะครับ"
"นั่นแหละ ฟังหยางหยางเขาเถอะ" พ่อเจียงรีบดึงมือหลบ "อีกอย่าง ของแค่นี้มันไม่หนักหนาอะไรเลย"
พ่อเจียงรักลูกสาวคนนี้ยิ่งกว่าอะไรดี เขาไม่มีวันยอมให้ลูกสาวสุดที่รักต้องมาเหนื่อยยกของหนักเด็ดขาด
เจียงหลีจึงหันกลับมาประคองแม่ต่อ แต่ก็นึกขึ้นได้ "อ้าว จริงสิคะ ไหนแม่บอกว่าพวกเจียงอีเฉินก็อยากมาปักกิ่งด้วยไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมพ่อกับแม่ถึงพามาแค่หยางหยางคนเดียวล่ะคะ"
พอไม่เห็นหน้าหลานชายคนอื่นๆ เจียงหลีก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆ
[จบบท]