บทที่ 474: ขอพูดแทนบ้าง
เจียงหลีรีบส่ายหน้า “ไม่ได้ค่ะ ยังไงหนูก็ต้องไปด้วย ถ้าพ่อกับแม่ไปกันเองหนูไม่วางใจ”
“มีอะไรต้องไม่วางใจอีก? พ่อจำได้หมดแล้วว่าต้องนั่งรถสายไหน ขึ้นตรงไหน ต่อรถแค่รอบเดียว แถมยังจอดป้ายหน้าหน่วยงานของพี่ชายลูกเป๊ะๆ พ่อกับแม่ไม่หลงทางหรอกน่า”
พ่อเจียงยืนกรานหนักแน่น “อีกอย่าง ตอนเที่ยงลูกต้องทำกับข้าวให้รุ่ยรุ่ยไม่ใช่หรือไง? ถ้ามัวแต่ไปเป็นเพื่อนพ่อกับแม่ แล้วรุ่ยรุ่ยจะกินอะไรล่ะ? จริงสิ หยางหยางก็ไม่ต้องไป เขาต้องคอยรับรุ่ยรุ่ยตอนเลิกเรียน แล้วตอนบ่ายก็ต้องพารุ่ยรุ่ย...”
ยังไม่ทันที่พ่อเจียงจะร่ายยาวจบ เจียงอีหยางที่นั่งฟังอยู่ก็พูดแทรกขึ้นมา “ผมไม่มีปัญหาครับ”
“ถ้าไม่ให้หนูไปเป็นเพื่อนก็ได้ค่ะ แต่หยางหยางต้องไปด้วย” เจียงหลียื่นข้อเสนอ ก่อนจะหันไปทางหลานชาย
“ส่วนเรื่องรับส่งรุ่ยรุ่ย เดี๋ยวอาจัดการเอง” เธอกำชับเจียงอีหยางต่อ “ระหว่างทางเธอต้องดูแลคุณปู่คุณย่าให้ดีนะ เดี๋ยวนั่งรถสายไหน ต้องต่อสายอะไร แล้วลงป้ายไหน อาจะเขียนใส่กระดาษให้ชัดๆ เลย”
เจียงอีหยางเหลือบมองปู่กับย่าสลับกับอาเล็กของเขา ก่อนจะพยักหน้ารับคำ “ครับ”
เจียงหลีดึงกระดาษกับปากกาออกมาจากลิ้นชักโต๊ะรับแขก เธอเขียนขยุกขยิกอยู่ไม่กี่วินาทีก็รวบรัดเส้นทางการเดินทาง ทั้งสายรถประจำทาง ป้ายที่ต้องต่อรถ และป้ายปลายทางที่จะต้องลงอย่างชัดเจน เธอยังเขียนเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานของเจียงกั๋วอันกำกับไว้ด้านล่างด้วย
“เก็บกระดาษแผ่นนี้ไว้ให้ดี แล้วเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านจำได้ใช่ไหม?”
“จำได้ครับ” เจียงอีหยางรับกระดาษแผ่นนั้นมา กวาดตาอ่านอย่างละเอียด “ผมจะดูแลปู่กับย่าเองครับ พอเจอคุณอาห้าเสร็จ ผมจะพาท่านกลับทางเดิมนี่แหละครับ”
“ถ้า... อาหมายถึงว่าถ้าเกิดหลงทาง หรือมีปัญหาอะไรที่เธอแก้เองไม่ได้ ก็ให้รีบไปหาพวกสหายตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อขอให้เขาช่วย เข้าใจนะ แล้วก็อย่าลืมหาทางโทรกลับมาที่บ้านด้วย”
เจียงหลีล้วงเงิน 20 หยวนออกจากกระเป๋าเสื้อแล้วยื่นให้หลานชาย “พกเงินนี่ติดตัวไว้ ค่ารถราเธอเป็นคนจัดการนะ อ้อ เดี๋ยวอาจะหยิบตั๋วปันส่วนอาหารให้ไปด้วย เผื่อว่ากลับมาไม่ทันมื้อเที่ยง ก็จะได้พาพวกท่านแวะกินข้าวที่ร้านอาหารของรัฐแถวนั้นได้เลย”
พูดจบเธอก็หันไปมองพ่อกับแม่ “เมื่อเช้าหนูจัดของไว้ให้แล้ว ฝากพ่อกับแม่เอาไปให้พี่ห้าด้วยเลยนะคะ”
ไช่ซิ่วเฟินได้ยินก็ขัดขึ้น “พี่ห้าลูกกินอยู่ดีอยู่ที่หน่วยงาน เขาไม่ขาดเหลืออะไรหรอก ลูกอย่าไปเสียเงินซื้อนู่นซื้อนี่ให้เขานักเลย”
เจียงหลียิ้มหวาน “หนูไม่ได้ซื้อของสิ้นเปลืองสักหน่อยค่ะ ก็แค่ฝากพ่อกับแม่เอาขนมนิดๆ หน่อยๆ ไปให้เขาแค่นั้นเอง”
“มันไม่ใช่เด็ก 3 ขวบนะ” พ่อเจียงทำเสียงดุ “จะเอาขนมอะไรไปฝากมัน เดี๋ยวก็ได้ใจหรอก!”
เจียงอีหยางที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ได้ยินก็เผลอหัวเราะออกมาเบาๆ
เจียงหลีเลยต้องขอพูดแทนเจียงกั๋วอันบ้าง “พ่อคะ พี่ก็อายุเท่าเท่าหนูไม่ใช่เหรอ ในสายตาพ่อกับแม่ หนูยังเป็นเด็กได้ แล้วทำไมพี่จะเป็นบ้างไม่ได้ล่ะคะ? อีกอย่าง ตั้งแต่เกิดมาหนูยังไม่เคยเห็นพ่อกับแม่ตามใจพี่เลยสักครั้ง!”
“ลูกไม่ได้ว่าพ่อกับแม่ พ่อว่าลูกนั่นแหละที่ตามใจพี่ห้าลูก อย่ามาเถียง ทุกครั้งที่มันโทรกลับบ้าน มันเล่าอวดตลอดว่าลูกซื้อของกินอะไรให้ ซื้อเสื้อผ้าแบบไหนให้บ้าง สรุปคือทุกรอบที่พี่ห้าลูกมาหาที่นี่ ลูกไม่เคยปล่อยให้มันกลับไปมือเปล่าเลยสักครั้งใช่ไหมล่ะ”
พ่อเจียงพูดไปก็รู้สึกสงสารลูกสาวคนสวยขึ้นมาจับใจ เขารู้สึกว่าไอ้ลูกชายคนเล็กนี่มันช่างไม่รู้จักคิด ไม่เคยเห็นจะซื้ออะไรมาให้น้องสาวตัวเองบ้าง มีแต่ให้น้องสาวคอยดูแลเทียวซื้อของให้ทุกด้าน เดี๋ยวกลับไปเจอกันเมื่อไหร่ เขาจะต้องอบรมไอ้ลูกชายตัวดีนี่สักชุดใหญ่ๆ
“โธ่พ่อคะ ก็หนูสงสารพี่นี่นา พ่อไม่รู้หรอกว่าเวลาเขาว่างๆ วันหยุดสุดสัปดาห์ ถ้าเขามีโอกาส เขาก็จะซื้อของมาให้หนูตั้งเยอะ แถมยังมาถึงก็ช่วยหนูทำงานหนักๆ ในบ้านจนเสร็จเรียบร้อย ไม่ยอมให้หนูลำบากยกอะไรหนักๆ เลย”
เจียงหลีอธิบาย “ในเมื่อเขาดีกับหนูขนาดนี้ หนูก็เป็นน้องสาวของเขา หนูก็ต้องดีตอบแทนเขาบ้างสิคะ จริงไหม? ที่หนูทำก็แค่นานๆ ทีซื้อเสื้อผ้าให้เขาตัวสองตัว หรือไม่ก็เตรียมขนมให้เขาติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง มันไม่ได้เปลืองเงินเปลืองทองมากมายอะไรเลยค่ะ”
[จบบท]