บทที่ 483: ลั่วเยี่ยนชิงคิดแบบนี้
ผู้เฒ่าซ่งพยายามกล่อมให้ลั่วเยี่ยนชิงกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม พอเห็นว่าอีกฝ่ายยอมนั่งลงแล้ว เขาจึงเริ่มอธิบายสถานการณ์อย่างใจเย็น "คือตัวเสี่ยวหลีเองนั่นแหละที่เป็นคนบอกว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่หมดแรงเฉยๆ พ่อถึงไม่ได้รีบโทรบอกแก"
เขารีบพูดต่อ "ส่วนพ่อตาแม่ยายแก พวกท่านก็แค่ขวัญเสียไปบ้าง แต่ร่างกายปกติดีทุกอย่าง ไม่มีตรงไหนบาดเจ็บ สำหรับสหายเจียงกั๋วอันกับหลานชายของเสี่ยวหลี สองอาหลานคู่นั้นก็แค่ถลอกปอกเปิกนิดหน่อย ไม่ได้ร้ายแรงอะไร..."
ลั่วเยี่ยนชิงไม่ได้สนใจรายละเอียดพวกนั้น เขาถามสวนขึ้นมาทันที "แล้วผลการจัดการเรื่องนี้ล่ะครับ?"
"ทางนั้นบอกว่าอย่างช้าที่สุดก็น่าจะมะรืนนี้"
ผู้เฒ่าซ่งถอนหายใจยาว "พูดไปก็น่าเห็นใจ สหายเจียงกั๋วอันนี่เหมือนเจอเคราะห์ซัดเข้ามาเต็มๆ แต่แกไม่ต้องห่วงหรอกนะ ไม่ว่าจะทางสถานีตำรวจ หรือทางหน่วยงานของเขาเอง ทั้งสองที่รับปากแล้วว่าจะต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนให้เราแน่"
"มีผู้หญิงสติไม่เต็มเต็งแบบนั้นคอยป่วนอยู่ ถึงจะมีคำอธิบายออกมาแล้วมันจะช่วยอะไรได้ล่ะครับ?"
ในมุมมองของลั่วเยี่ยนชิง พฤติกรรมที่หยางจื่อเจวียนทำกับเจียงกั๋วอัน มันไม่ต่างอะไรกับการกระทำของพวกอันธพาลข้างถนนเลยสักนิด การคุกคามตอแยไม่เลิกราแบบนี้มันน่ารำคาญสิ้นดี
"อืม... แกรอพ่อแป๊บนึงนะ"
ผู้เฒ่าซ่งเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาหมุนโทรศัพท์สายตรงไปยังบริษัทปิโตรเคมีปักกิ่งอีกครั้ง ไม่นานปลายสายก็รับ "สวัสดีครับ ผมหลิว กั๋วสง พูดครับ"
"เออ รู้แล้วล่ะว่าเป็นแก หลิวเถี่ยฉุย"
หลิวเถี่ยฉุยคือฉายาสมัยหนุ่มๆ ที่เพื่อนในกองทัพตั้งให้ผู้นำหลิว พอได้ยินเสียงอีกฝ่ายทีไร ผู้เฒ่าซ่งก็รู้สึกหัวร้อนขึ้นมานิดๆ ทุกที แต่ครั้งนี้เขาก็พยายามข่มอารมณ์ไว้
ผู้นำหลิวหัวเราะแหะๆ "เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ เราคุยกันดีๆ ก็ได้มั้ง?"
"ฉันไม่อ้อมค้อมนะ ฉันอยากรู้ว่าสหายหญิงที่ชื่อหยางจื่อเจวียนอะไรนั่น ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้าง?"
"อ๋อ เรื่องนั้น หลังผ่าตัดช่วยชีวิตด่วน ตอนนี้ก็ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ พ้นขีดอันตรายแล้ว"
"แล้วเรื่องการทำงานของเธอ ทางนั้นมีแผนจะจัดการยังไงต่อ?"
คำถามนี้ตรงประเด็นจนผู้นำหลิวเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ทันที ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ ก่อนจะมีเสียงตอบกลับมา
"เราจะทำเรื่องย้ายเธอออกจากบริษัทปิโตรเคมีปักกิ่ง ส่วนเรื่องงานของพ่อแม่พี่น้องในครอบครัวเธอ เราก็จะจัดสรรตำแหน่งใหม่ที่เหมาะสมให้เหมือนกัน"
ผู้เฒ่าซ่งรู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดอะไร หยางจื่อเจวียนเปรียบเหมือนระเบิดเวลาเดินได้ ตราบใดที่ครอบครัวของเธอยังทำงานและอาศัยอยู่ที่นี่ ต่อให้ย้ายตัวเธอออกไป พอถึงวันหยุดเธอกลับมาเยี่ยมบ้าน ใครจะรับประกันได้ว่าเธอจะไม่กลับไปก่อเรื่องวุ่นวายกับเจียงกั๋วอันอีก หรืออาจจะทำอะไรที่มันรุนแรงบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
ผู้เฒ่าซ่งเหลือบมองลั่วเยี่ยนชิงแวบหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายยังคงนั่งนิ่งไม่แสดงอาการใดๆ เขาจึงตัดสินใจเปิดลำโพงโทรศัพท์ แล้วพูดกับปลายสาย
"ถ้างั้นก็เอาตามนี้ไปก่อนแล้วกัน"
เมื่อผู้นำหลิววางสายไปแล้ว ผู้เฒ่าซ่งจึงหันมาถามลั่วเยี่ยนชิง
"ให้ครอบครัวนั้นทั้งครอบครัวย้ายออกจากบริษัทปิโตรเคมีปักกิ่งไปเลย ผลการตัดสินแบบนี้ แกว่ายังไง?"
ลั่วเยี่ยนชิงยังคงนิ่งเงียบ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง นิ้วชี้ของเขาเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะช้าๆ ทิ้งเวลาให้ความคิดตกตะกอนอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เฒ่าซ่ง
"จริงๆ แล้ว วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือให้สหายเจียงกั๋วอันเป็นฝ่ายลาออกจากที่นั่นเองครับ"
"แกหมายความว่ายังไง..." ผู้เฒ่าซ่งขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจความคิดของลั่วเยี่ยนชิง
"ตราบใดที่สหายเจียงกั๋วอันยังทำงานอยู่ที่นั่น ผู้หญิงคนนั้นก็ย่อมหาทางกลับไปเจอเขาได้อยู่ดี แล้วเธอก็จะกลับไปตอแยเขาไม่เลิก"
คำพูดนั้นทำให้ผู้เฒ่าซ่งชะงักไป เขานิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ "ที่แกพูดมามันก็มีเหตุผล…
มันมีความเป็นไปได้สูงมาก แต่บริษัทปิโตรเคมีปักกิ่งถือเป็นหน่วยงานชั้นดีเลยนะ ถ้าต้องให้สหายเจียงกั๋วอันย้ายออกไปดื้อๆ แบบนี้ มันจะไม่น่าเสียดายโอกาสของเขาไปหน่อยเหรอ?"
"ปักกิ่งออกจะกว้างใหญ่ไพศาล หรือคุณพ่อคิดว่าจะไม่มีหน่วยงานอื่นที่ดีๆ อีกแล้วเหรอครับ?"
น้ำเสียงของลั่วเยี่ยนชิงเรียบสนิท แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาด "ผมไม่อยากให้คนในครอบครัวของผมต้องมาถูกผู้หญิงอันธพาลตามราวีไม่เลิกรา และที่สำคัญที่สุด ผมไม่อยากให้ภรรยาของผมต้องมาเจอเรื่องเสี่ยงอันตรายอะไรแบบนี้อีก"
ผู้เฒ่าซ่งพยักหน้ารับ "เอาล่ะๆ เรื่องที่แกเสนอมา พ่อจะเก็บไปคิดดู แต่ยังไงก็ตาม อีกสักครู่แกลองโทรไปคุยกับเสี่ยวหลีก่อนนะ ลองถามเธอดูว่าพฃสหายกั๋วอันมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้"
ลั่วเยี่ยนชิงพยักหน้า "ครับ"
...
ในเวลาเดียวกันนั้น ที่หน้าบ้านพักข้าราชการ
รถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอดเทียบ พ่อเจียงรีบก้าวลงจากรถก่อน แล้วหันไปกำกับลูกชายที่กำลังจะอุ้มลูกสาวลงมา
"ไอ้ลูกชาย ค่อยๆ หน่อย ระวังด้วย อย่าให้น้องแกไปกระแทกตรงไหนเข้าล่ะ!"
เขามองอย่างเป็นกังวล กลัวว่าจังหวะที่เจียงกั๋วอันอุ้มเจียงหลีออกมาจากรถ ศีรษะหรือแขนขาของเธอจะเผลอไปฟาดเข้ากับขอบประตูรถ
[จบบท]