บทที่ 489: กระดากอาย
เจียงหลีเบือนหน้าหนีเล็กน้อย สภาพของพี่ห้ากับหลานชายคนโตในตอนนี้มันช่าง... เกินจะทนมองไหวจริงๆ ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบัดนี้บวมเป่งจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
เจียงกั๋วอันหัวเราะแห้งๆ อย่างจนใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปตบหลังหัวเจียงอีหยางเบาๆ หนึ่งที "หลงตัวเองไปหน่อยมั้งเราน่ะ คิดว่าหล่อมากหรือยังไง เดี๋ยวพอได้ไปอาเขยแกจะรู้เองว่าคนหล่อจริงๆ เขาเป็นยังไง"
"โธ่ ผมก็เคยเห็นรูปอาเขยแล้วน่า" เจียงอีหยางยู่ปาก ทำท่าไม่ยอมรับ
"ผมรู้ว่าหน้าตาผมสู้อาเขยไม่ได้หรอก อันนั้นมันระดับตำนานไปแล้ว แต่ถ้าเทียบกับอาเล็กล่ะก็ ผมว่าผมไม่แพ้เลยนะ ปู่ครับ ย่าครับ แล้วก็อาหลีเป่า... พวกท่านว่าจริงไหมล่ะครับ"
ไช่ซิ่วเฟินเหลือบมองหลานชายคนโตอย่างหมั่นไส้ "เหอะ หลงตัวเอง!"
เจียงไหลเกินส่ายหน้า "เด็กผู้ชายจะหน้าตาดียังงั้นไปเพื่ออะไรกัน ไร้สาระ"
มีเพียงเจียงหลีที่ยิ้มขำแล้วพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง "ใช่ๆๆ ถูกต้องเลยจ้ะ เธอกับลุงห้าของเธอน่ะหล่อสูสีกันมาก ชนิดที่ว่าดอกไม้เห็นยังต้องยอมเบ่งบาน รถราเห็นยังต้องยางระเบิดให้!
เผลอๆ ด้วยหน้าตาแบบพวกเธอนี่แหละ อีกสัก 30-40 ปีข้างหน้า ถ้าปล่อยให้เดินตามถนนคนเดียว ที่บ้านคงต้องเป็นห่วงแย่เลย เผลอๆ อาจจะต้องให้คนเดินตามคุมเลยด้วยซ้ำ"
"ตาเฒ่า คุณฟังหลีเป่าพูดเข้าสิ" ไช่ซิ่วเฟินหันไปหัวเราะกับสามีจนตัวโยน
"พูดอย่างกับว่าอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า เด็กผู้ชายหน้าตาดีๆ เดินอยู่ดีๆ จะโดนคนฉุดไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นแหละ ฟังดูน่ากลัวไปแล้ว"
เจียงหลีรีบสวน "แม่คะ หนูไม่ได้พูดเล่นนะ ตอนนี้บรรยากาศในสังคมเรามันดี คนยังมีศีลธรรมยำเกรงกฎหมาย แต่รออีกสักหลายสิบปี สังคมจะเปลี่ยนไปแบบไหนเราใครจะไปรู้
ถึงยุคนั้น ไม่ใช่แค่เด็กผู้หญิงสวยๆ ที่เดินถนนแล้วจะไม่ปลอดภัยหรอกค่ะ พวกเด็กผู้ชายหน้าตาดีๆ ก็คงไม่ต่างกัน เผลอๆ จะแย่กว่าด้วยซ้ำ เพราะกฎหมายส่วนใหญ่เขาก็จะเน้นคุ้มครองผู้หญิงว่าห้ามถูกรังแก ห้ามถูกล่วงละเมิด แต่ไม่ยักมีข้อไหนบอกชัดๆ เลยว่าถ้าผู้ชายโดนรังแกบ้าง... จะเป็นยังไง!"
"พอฟังอาพูดแบบนี้ หน้าตาดีก็ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่แฮะ" เจียงอีหยางว่าพลางฉีกยิ้มกว้างจนแผลที่มุมปากตึง
"แต่ผมสายบู๊อยู่แล้ว ต่อยตีเก่งจะตาย เดินถนนที่ไหนผมไม่เคยกลัวหรอกครับ ใครกล้าเข้ามาก็ลองดู"
"แน่ใจเหรอ" เจียงหลีทอดเสียงยาว พลางเหลือบสายตาไปมองใบหน้าที่บวมเป่งจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมของหลานชายคนโตแวบหนึ่ง เป็นการย้ำเตือนถึงผลงานที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ
เจียงอีหยางหน้าเจื่อนลงทันควัน รีบแก้ตัวเสียงอ่อย "คือ... ผมแค่กลัวว่าถ้าเผลออัดอีกฝ่ายหนักมือไป เดี๋ยวจะต้องเสียเงินชดใช้ต่างหาก ไม่ใช่ว่าผมสู้เขาไม่ได้สักหน่อย! ถ้าผมไม่ยั้งมือ อีกฝ่ายเจ็บหนักกว่านี้แน่"
"อ้อ อย่างนั้นเหรอ..." เจียงหลีจงใจลากเสียง ทำเอาเจียงอีหยางไม่รู้จะแถยังไงต่อ ได้แต่พึมพำอุบอิบ "ถ้าผมเอาจริงขึ้นมาล่ะก็ รับรองได้เลยว่าอีกฝ่ายลุกไม่ขึ้นแน่"
"เอาล่ะๆ" เจียงหลีตัดบท เธอเลิกคิ้วมองหลานชาย "การใช้กำลังน่ะมันไม่ถูก แต่ถ้ามันจำเป็นต้องสู้เพื่อป้องกันตัวก็ต้องสู้ ทว่าก็ต้องรู้จักยั้งมือ ไม่ใช่ซัดกันปางตายจนเป็นเรื่องใหญ่ แต่ที่สำคัญที่สุด คือต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบเด็ดขาด เข้าใจหรือยัง"
"ครับ" เจียงอีหยางรับคำอย่างว่าง่าย
เจียงหลีรู้สึกเรี่ยวแรงกลับมาบ้างแล้ว จึงค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น "โอ๊ย มัวแต่คุยเพลิน ลืมไปเลยว่าต้องเอายาลดบวมมาให้" เธอหันไปมองเจียงกั๋วอันด้วยสีหน้าขอโทษ
"พี่ห้ารอกับอีหยางรอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันไปเอามาให้"
พูดจบเธอก็เดินเข้าห้องนอนไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับยาหลอดเล็กๆ ที่เป็นยาทาลดบวมฟกช้ำสูตรพิเศษ "มานี่เลย เดี๋ยวฉันทาให้"
ไม่จำเป็นต้องอธิบายที่มา ยาหลอดนี้คือของที่เธอใช้แต้มแลกจากร้านค้าในระบบของตุนตุนนั่นเอง ประสิทธิภาพดีเยี่ยมกว่ายาในยุคนี้หลายเท่านัก
ส่วนเด็กแฝดกับลั่วหมิงรุ่ยนั้น เจียงไหลเกินเป็นคนไปรับกลับบ้านมาเรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้
ความจริงเจียงอีหยางกับเจียงกั๋วอันอาสาจะไปรับเอง แต่ก็โดนเจียงไหลเกินเบรกไว้ด้วยเหตุผลที่ว่า "สภาพพวกแกสองคนตอนนี้ ถ้าเดินออกไปนอกบ้าน มีหวังคนแถวนี้ได้อัปลักษณ์กันพอดี แถมเด็กเล็กๆ เห็นเข้าคงได้ร้องไห้จ้า"
"ลุงห้า! พี่อีหยาง! เดี๋ยวหานหานเป่าให้นะครับ เพี้ยงๆ ความเจ็บจะได้บินไปให้หมดเลย!" เจ้าก้อนแป้งลั่วหมิงหานเพิ่งกลับมาถึงบ้าน พอเห็นสภาพใบหน้าของทั้งสองคน ก็รีบวิ่งเตาะแตะขาป้อมๆ เข้ามาหาทันทีด้วยความเป็นห่วง
"เวยเวยก็จะเป่าให้ลุงห้ากับพี่อีหยางด้วยค่ะ" ลั่วหมิงเวยวิ่งตามมาสมทบ
เจียงกั๋วอันกับเจียงอีหยางต้องรีบคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันที ปล่อยให้หนูน้อยฝาแฝดผลัดกันใช้มือป้อมๆ ประคองใบหน้าของพวกเขา แล้วเป่าลมเบาๆ พร้อมกับท่องคาถา "เจ็บๆ บินไปนะ"
สายตาของชายหนุ่มทั้งสองที่มองเด็กๆ เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความอบอุ่นในหัวใจ
ลั่วหมิงหานเป่าเสร็จก็ประกาศก้องด้วยท่าทางจริงจัง "ลุงห้ากับพี่อีหยางไม่ต้องห่วงนะครับ รอให้ผมโตก่อนนะ ผมจะเก่งให้มากๆ เลย คราวนี้จะได้ไม่มีใครกล้ามารังแกพวกลุงกับพี่อีก!"
[จบบท]