บทที่ 50: ก็ฉันตั้งใจจะเป็นปลาเค็ม!
ความเงียบที่โรยตัวลงในห้วงความคิด ทำให้เจียงหลีซึ่งกำลังนั่งผ่อนคลายอยู่บนเก้าอี้ต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปกติแล้วเสียงใสๆ ของระบบในหัวเธอจะดังเจื้อยแจ้วไม่ขาดสาย แต่ตอนนี้กลับเงียบเชียบจนผิดสังเกต
“ว่าไง มีอะไรหรือเปล่า”
เสียงทุ้มหวานเอ่ยถามทำลายความเงียบ หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง เสียงเล็กๆ ที่คุ้นเคยจึงดังขึ้น แต่ครั้งนี้กลับแฝงความลังเลและไม่แน่ใจอย่างเห็นได้ชัด
【มีครับ...มีรางวัลครับพี่สาว พี่สาวไม่ต้องกังวลนะ ตุนตุนเก็บรางวัลทั้งหมดไว้ให้พี่สาวอย่างดีเลยครับ แล้ว...พี่สาวอยากจะรับไปตอนนี้เลย หรือว่าจะให้ตุนตุนเก็บไว้ในมิติของตุนตุนก่อนดีครับ】
น้ำเสียงที่ฟังดูหวั่นๆ นั้นทำให้เจียงหลีอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางตอบกลับไปอย่างไม่รีบร้อน
“แล้วเธอคิดว่าฉันควรจะทำยังไงดีล่ะ”
คำตอบของเธอทำให้เสียงเล็กๆ ในหัวเงียบหายไปอีกครั้ง ก่อนจะดังขึ้นใหม่พร้อมกับความน้อยใจที่อัดแน่นจนเกือบจะกลายเป็นเสียงสะอื้น
【พี่สาว... พี่สาวคงไม่ได้กำลังคิดว่าตุนตุนจะแอบยึดรางวัลของพี่สาวไว้หรอกนะครับ】
เจียงหลีแทบจะเห็นภาพเด็กน้อยตัวกลมๆ กำลังเบะปากน้ำตาคลอด้วยความเสียใจ เธอส่ายหน้าเบาๆ กับจินตนาการของตัวเอง
【พี่สาวต้องใจดีกับตุนตุนหน่อยสิครับ ตุนตุนไม่มีวันเอารางวัลของพี่สาวไปหรอกนะ ตุนตุนเป็นระบบที่ดีนะครับ!】
คำยืนยันหนักแน่นนั้นทำให้มุมปากของเจียงหลีกระตุกน้อยๆ “เธอเนี่ย... ช่างจินตนาการไปไกลจริงๆ”
【จินตนาการอะไรกันครับ ตุนตุนไม่ได้คิดไปเองนะ ตุนตุนไม่เคยคิดจะเก็บรางวัลของพี่สาวไว้เป็นของตัวเองเลยสักนิดเดียว】 เสียงเล็กๆ รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน
“เอาล่ะๆ ฉันเชื่อแล้ว” เจียงหลีตัดบทอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เรื่องราวยืดยาวไปกว่านี้ “สรุปแล้วรางวัลที่ว่าคืออะไร บอกมาได้แล้ว”
【เป็นนมผง 2 ถุง กับนมมอลต์สกัด 1 กระป๋องครับ】
“อืม ก็ไม่เลวนี่”
เจียงหลีพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แม้เธอจะไม่ชอบการถูกบังคับให้ทำภารกิจ แต่สำหรับรางวัลที่ได้มาจากการใช้ชีวิตตามปกติจนบรรลุเงื่อนไขไปเองโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธของดีๆ แบบนี้
“ส่งมาให้ฉันได้เลย”
【ได้เลยครับ!】 เสียงของตุนตุนกลับมาสดใสเหมือนเดิมในชั่วพริบตา ก่อนจะเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล 【พี่สาวไม่โกรธตุนตุนแล้วใช่ไหมครับ】
“ฉันไม่ได้โกรธสักหน่อย”
เธอรู้ดีว่าความโกรธมีแต่จะบั่นทอนสุขภาพและจิตใจของตัวเอง การปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับอารมณ์ขุ่นมัวไม่ใช่สิ่งที่คนฉลาดเขาทำกัน
【อย่างนั้นเหรอครับ! งั้นก็แสดงว่าตุนตุนคิดมากไปเองสินะครับ!】
ระบบเด็กน้อยดูจะดีใจเป็นอย่างมาก เจียงหลีสัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งความสุขที่หมุนวนอยู่ในหัว แต่ถึงจะตื่นเต้นแค่ไหน ตุนตุนก็ไม่ลืมทำหน้าที่ของตัวเอง
บนโต๊ะอาหารไม้ตัวเล็กที่เคยว่างเปล่า พลันปรากฏถุงนมผงสีครีม 2 ถุง และกระป๋องนมมอลต์สกัดทรงกลมขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ เจียงหลีมองภาพนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนดูเป็นเรื่องปกติ เธอหยิบของทั้งสามชิ้นขึ้นมาแล้วเดินกลับเข้าไปเก็บไว้ในห้องนอนใหญ่อย่างเป็นระเบียบ
ฉลากและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ไม่ได้แตกต่างไปจากยี่ห้อที่วางขายตามท้องตลาดในยุคนี้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะมันทำให้เธอไม่ต้องยุ่งยากหาคำอธิบายที่มาของมัน
【พี่สาวครับ...】
“มีอะไรก็ว่ามา”
【คือ...ตุนตุนจะพูดแล้วนะครับ แต่ว่า...พี่สาวฟังแล้วห้ามโมโหตุนตุนนะ】
“โมโห?”
เจียงหลีเลิกคิ้วอีกครั้ง เธอเดินเข้าไปในห้องทำงานแล้วหยิบหนังสือเล่มหนึ่งติดมือออกมา ก่อนจะไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างโต๊ะเขียนหนังสือในห้องของลูกๆ ทั้งสาม ความรู้สึกขบขันผุดขึ้นในใจขณะที่เธอพลิกหน้ากระดาษไปมาอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ไม่ต้องห่วงหรอก ถึงฉันจะไม่ได้ใจกว้างขนาดนั้น แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะหัวเสียกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อีกอย่าง...เธอคิดว่าตัวเองมีอิทธิพลกับอารมณ์ฉันขนาดนั้นเลยเหรอ พูดมาเถอะ”
【พี่สาวครับ...ถ้าพี่สาวไม่อยากอายุสั้น ก็ต้องพยายาม...พยายามทำภารกิจให้สำเร็จนะครับ!】
มือที่กำลังจะพลิกหน้าหนังสือชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่เจียงหลีจะวางหนังสือลงบนตักแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดานด้วยแววตาที่เรียบเฉยราวกับผืนน้ำในฤดูใบไม้ร่วง
“ฉันคงลืมบอกเธอไปสินะ หรือบางทีเธออาจจะไม่เคยได้ยินที่ฉันพูด...ว่าฉันคนนี้น่ะ ตั้งใจที่จะใช้ชีวิตแบบปลาเค็ม!”
ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง พี่สาวเคยพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ตุนตุนมั่นใจว่าตัวเองไม่มีทางลืมเรื่องสำคัญแบบนี้แน่
【แต่ว่า...พี่สาวไม่อยากได้ยาเม็ดเสริมพลานามัยกับสารฟื้นฟูยีนแล้วเหรอครับ】
“อยากสิ ใครจะไม่อยากได้ของดีๆ แบบนั้นกัน” เจียงหลียอมรับอย่างตรงไปตรงมา “แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องยอมให้ภารกิจอะไรนั่นมาบงการชีวิต จนตัวเองต้องกลายเป็นทาสของมัน...เธอเข้าใจความหมายของฉันใช่ไหม”
ชีวิตที่แสนสงบสุขและงดงามนี้ เธออยากจะทำอะไรก็ย่อมได้ ไม่อยากทำก็ไม่มีใครบังคับ แล้วจะหาเรื่องใส่ตัวให้วุ่นวายไปเพื่ออะไรกัน
เธอกลับมาสนใจตำราฟิสิกส์ฉบับภาษาต่างประเทศในมืออีกครั้ง ท่าทีของเธอดูผ่อนคลายและเกียจคร้านอย่างถึงที่สุด
【ตุนตุนไม่เคยคิดจะให้พี่สาวเป็นทาสเลยนะครับ ตุนตุนแค่อยากเห็นพี่สาวมีชีวิตยืนยาว อยู่ไปจนแก่จนเฒ่า ฟันหลอ ผมขาว แล้วค่อยจากไปอย่างสงบตามอายุขัย】
เจียงหลีแย้มยิ้มบางเบา “เธอนี่ก็ช่างหวังดีเสียจริง แต่ทุกชีวิตบนโลกใบนี้ล้วนมีเส้นทางและโชคชะตาเป็นของตัวเอง จะเร็วหรือช้า สุดท้ายทุกคนก็ต้องไปสู่จุดหมายเดียวกันอยู่ดี...ความตายไม่ใช่เรื่องที่ฉันหวาดกลัว”
【แล้วพี่สาวไม่เคยคิดบ้างเหรอครับ ว่าถ้าพี่สาวต้องจากไปก่อนอายุ 30...พ่อแม่และคนในครอบครัวของพี่สาวจะทำยังไง】
[จบบท]