บทที่ 502: ข่าวดี
เจียงอีหยางยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องนั่งเล่น ข่าวดีที่ได้รับมันกะทันหันเกินไปจนเขาประมวลผลไม่ทันจริงๆ เขาอ้าปากค้างอยู่นานหลายวินาทีกว่าสมองจะเริ่มทำงานและหาเสียงของตัวเองเจอ
"อาครับ... นี่... นี่อาไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ"
เจียงหลียิ้มขำกับท่าทางตื่นตะลึงของหลานชาย "เรื่องใหญ่ขนาดนี้อาจะเอามาล้อเธอเล่นทำไมกัน"
"ผม... ผมสอบติดแล้ว! ผมทำได้!" เจียงอีหยางตะโกนออกมาสุดเสียง ความดีใจทั้งหมดระเบิดออกมาในคราวเดียว
"ปู่ครับ! ย่าครับ! ได้ยินที่อาพูดไหมครับ ผมสอบติดคณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมปักกิ่งแล้ว! ไม่ใช่แค่นั้นนะ ยังมีผู้กำกับหนังติดต่อมา อยากให้ผมไปลองทดสอบหน้ากล้องพรุ่งนี้ด้วย!"
เขาดีใจจนแทบเต้น ไม่สิ เขาเต้นไปแล้ว เจียงอีหยางกระโดดโลดเต้นไปมาอย่างไม่สนใจใคร จนพ่อเจียงที่นั่งมองอยู่ต้องส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"เฮ้อ เด็กคนนี้นี่" เจียงหลีอดหัวเราะไม่ได้
"โตจนอายุ 18 ปี เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว ยังทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้ หัดเก็บอาการหน่อยสิ หัดทำตัวให้มันสุขุมเยือกเย็นเหมือนผู้ใหญ่เขาหน่อย เวลาเจอเรื่องอะไรจะได้ตั้งรับทัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นเขาจะมองว่าเธอเป็นไอ้ทึ่มเอาได้นะ รู้ไหม"
คราวนี้ทั้งพ่อเจียงและไช่ซิ่วเฟินต่างก็หัวเราะตามไปด้วย
เจียงอีหยางที่กำลังกระโดดอยู่หยุดกึกทันที เขาทำหน้ามุ่ย หันมาเถียงอา "โธ่อาครับ ผมไม่ใช่คนทึ่มสักหน่อย แล้วก็ไม่ได้ทึ่มแบบซื่อบื้อด้วย ผมออกจะฉลาดจะตาย!"
"แม่ครับ" ยังไม่ทันที่เจียงหลีจะได้สวนกลับ ลั่วหมิงหานที่นั่งเล่นของเล่นอยู่เงียบๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาถามด้วยตาแป๋ว
"พี่ชายจะได้เล่นหนังเหรอครับ เหมือนที่พวกเราเคยดูในโทรทัศน์เลยเหรอครับ"
"เรื่องนั้นยังไม่รู้จ้ะ" เจียงหลีลูบหัวลูกชายเบาๆ
"แต่ที่แน่ๆ ก็คือ พี่ชายของลูกไปสอบที่คณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมปักกิ่งเมื่อตอนกลางวัน แล้วเมื่อกี้หัวหน้าคณะเขาอุตส่าห์โทรศัพท์มาแจ้งข่าวดีที่บ้านเราเองเลยนะ บอกว่าพี่ชายสอบผ่านแล้ว ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำด้วย ดีใจไหม"
เธอหันไปยิ้มให้ลูกแฝดทั้งสองคนที่นั่งตาแป๋วอยู่ข้างๆ กัน
"ดีใจครับ!" สองเสียงเล็กๆ ประสานกันทันที ลั่วหมิงเวยตบมือแปะๆ "พี่ชายเก่งที่สุดในโลกเลย!"
"ก็... ก็งั้นๆ แหละ ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น" เจียงอีหยางที่โดนเด็กๆ ชมกลับทำตัวไม่ถูก ได้แต่เกาหัวแก้เขิน
"เอาล่ะๆ พอเลยเจ้าตัวยุ่ง" เจียงหลีหันมาตัดบท
"ในเมื่อเป็นข่าวดีขนาดนี้ เธอก็ควรโทรกลับไปแจ้งข่าวที่บ้านเราด้วยนะ พ่อแม่เธอจะได้ดีใจ แล้วก็ต้องโทรบอกอาห้าของเธอด้วย เรื่องน่ายินดีแบบนี้ คนในครอบครัวเราต้องรู้กันให้ทั่วทุกคน"
พ่อเจียงกับไช่ซิ่วเฟินพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
"งั้นผมโทรกลับบ้านตอนนี้เลยดีกว่า!" เจียงอีหยางกระตือรือร้นสุดขีด
"ส่วนอาห้า... ผมรอโทรหาตอนใกล้เลิกงานดีกว่าครับ"
เขานึกถึงสีหน้าของพ่อกับแม่ ถ้าพวกท่านรู้ว่าเขาสอบติดคณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมปักกิ่ง แถมยังได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ ไม่ต้องกลับไปลำบากทำนาที่บ้านนอกแล้ว ต้องดีใจจนเนื้อเต้นแน่ๆ
"เดี๋ยวก่อน" พ่อเจียงขัดขึ้น
"ป่านนี้พ่อเธอยังไม่กลับจากทุ่งนาเลยมั้ง ทำงานกันหัวหมุนอยู่ในไร่โน่น โทรไปตอนนี้ก็ไม่มีใครรับสายหรอก"
ไช่ซิ่วเฟินเสริมสามี "ใช่ๆ รอให้ถึงเวลาเลิกงานก่อน ให้พวกเขาได้พักกินข้าวกินน้ำ ค่อยโทรไปทีเดียวเลย"
"อ้อ จริงด้วยครับ" เจียงอีหยางยิ้มรับ
"งั้นผมฟังย่าครับ รอโทรตอนเย็นทีเดียวเลย"
เจียงอีหยางนั่งรอเวลาอย่างใจจดใจจ่อ เขาเหลือบมองนาฬิกาบนผนังซ้ำแล้วซ้ำเล่า พอเข็มนาฬิกาชี้ว่าใกล้เวลาเลิกงานเต็มที เขาก็แทบจะพรวดไปที่โทรศัพท์ แต่เจียงหลีไวกว่า เธอมีธุระต้องคุยกับพี่ชายเหมือนกัน
เจียงหลีหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมาหมุนเบอร์ของเจียงกั๋วอันก่อน เมื่อสายเชื่อมต่อและได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคย เธอก็ไม่รอช้า
"พี่ห้า นี่ฉันเองนะ พอดีมีข่าวดีจะบอก แล้วก็อยากถามด้วยว่าทางนั้นเป็นยังไงบ้าง ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือเปล่า"
เสียงของเจียงกั๋วอันดังตอบกลับมาทันที "สบายมาก! ที่นี่เรียบร้อยดีทุกอย่าง ผู้นำเรียกพี่ไปคุยแล้ว เขาจัดการเรื่องนั้นให้เรียบร้อยแล้วล่ะ"
"เรื่องนั้นเหรอ" เจียงหลีทวนคำ "พี่หมายถึงเรื่อง... หยางจื่อเจวียนใช่ไหมคะ"
"ใช่ เขาบอกว่าครอบครัวหยางโดนย้ายไปอยู่เมืองทางใต้กันหมดแล้ว เธอบอกพ่อกับแม่ด้วยนะว่าไม่ต้องเป็นห่วง ยัยบ้านั่นคงไม่โผล่มาวุ่นวายพี่ที่หน่วยงานอีกแล้วล่ะ"
"เฮ้อ ค่อยโล่งอกไปที" เจียงหลียิ้มออกมาได้
"ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันบอกพ่อกับแม่ให้ ส่วนข่าวดีที่ฉันจะบอกก็คือ... หยางหยาง หลานชายคนโตของเราน่ะสิ!"
"หยางหยางมันทำไม? ไปก่อเรื่องอะไรอีกรึเปล่า"
"ไม่ใช่แบบนั้น!" เจียงหลีรีบแก้
"วันนี้เขาไปสอบเข้าคณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมปักกิ่งมาเมื่อกลางวัน แล้วเมื่อกี้ฉันเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากทางคณะ หัวหน้าคณะโทรมาเองเลยนะ บอกว่าหยางหยางสอบผ่านฉลุย แถมได้บรรจุเป็นพนักงานประจำเลยด้วย!
ยังไม่หมดแค่นั้นนะคะ มีผู้กำกับหนังคนหนึ่งเกิดไปเห็นแววเขาเข้า เลยนัดให้ไปทดสอบหน้ากล้องในวันพรุ่งนี้ด้วย!"
"หา! จริงดิ!" ปลายสายมีเสียงตะโกนดังลั่น
"โอ้โห หยางหยางมันเก่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ฝากยินดีกับเจ้าหนุ่มนั่นดังๆ เลยนะ!" เจียงกั๋วอันดีใจแทนหลานชายคนโตจากใจจริง
"ได้ค่ะ เขานั่งหน้าบานเป็นจานเชิงอยู่ข้างๆ ฉันนี่แหละ" เจียงหลีถือหูโทรศัพท์หันไปทางเจียงอีหยาง
"อาห้าของเธอฝากแสดงความยินดีด้วยนะ!"
เจียงอีหยางที่เงี่ยหูฟังอยู่รีบตะโกนใส่สาย "ขอบคุณครับคุณอา!"
"นี่ก็ใกล้เวลาเลิกงานของพี่แล้วใช่ไหมคะ" เจียงหลีถามต่อเมื่อเสียงหลานชายเงียบไป
"อืม เพิ่งวางมือจากงาน กำลังเก็บของบนโต๊ะอยู่ เดี๋ยวว่าจะกลับหอพักไปเอาปิ่นโตแล้วเดินไปโรงอาหารน่ะ หิวไส้กิ่วแล้ว"
"งั้นพี่รีบไปเถอะ จะได้กินข้าวเร็วๆ ไว้มีอะไรฉันจะโทรหาใหม่นะ"
[จบบท]