บทที่ 505: ใจหาย
“พี่จ๋า บอกฉันหน่อยเถอะนะ ฉันแค่อยากรู้จักสหายเจียงอีหยางให้มากขึ้นอีกนิดเดียวเอง มันเสียหายตรงไหนกัน”
หลินตันกระเง้ากระงอดอู๋เยว่ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้อง สองสามวันที่ผ่านมา ภาพของชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นวนเวียนอยู่ในหัวเธอตลอดเวลา แต่พอเข้าคณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรม เธอก็พยายามมองหาเขาในกลุ่มนักแสดงใหม่จนทั่ว แต่กลับไม่เจอแม้แต่เงา
เธอเลยต้องกลับไปเซ้าซี้ถามพ่อหรือลุงหลินผิงจนได้ความว่า พ่อหนุ่มคนนั้นมารายงานตัว จัดการเอกสารเสร็จปุ๊บก็ถูกดึงตัวไปถ่ายหนังทันที
ข่าวนี้ทำเอาหลินตันอ้าปากค้าง เธอทึ่งที่โชคของเขาดีขนาดนั้น เพิ่งก้าวขาเข้าคณะฯ แท้ๆ ก็มีผู้กำกับจากโรงถ่ายภาพยนตร์ตาแหลมมาเห็นแวว เรียกไปทดสอบหน้ากล้อง แล้วดันผ่านฉลุย ได้บทพระรองไปครองทั้งที่ยังเป็นหน้าใหม่แกะกล่อง เรื่องนี้ถ้าแพร่ออกไปในคณะฯ รับรองว่ามีคนอิจฉาจนนอนไม่หลับแน่ๆ
แต่พร้อมกับความทึ่ง เธอก็รู้สึกผิดหวังอยู่ลึกๆ คนอะไรหน้าตาดีชะมัดยาด แต่เธอกลับไม่มีโอกาสได้เจอเขาในคณะฯ เลยสักนิด ยิ่งคิดก็ยิ่งเหมือนมีอะไรมาไต่ยุบยิบในใจ มันทำให้เธออยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเขามากขึ้นไปอีก
หลังจากลังเลอยู่สองวันเต็ม วันนี้พอเลิกงานปุ๊บ หลินตันก็รีบปั่นจักรยานตรงดิ่งมาที่บ้านอู๋เยว่ทันที ในเมื่อพี่อู๋เยว่เป็นเพื่อนซี้กับคุณพี่เจียงหลีซึ่งเป็นอาหญิงแท้ๆ ของเจียงอีหยาง อย่างน้อยก็น่าจะพอรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเขามาบ้าง
“โธ่ ตันตัน เธอถามฉันแล้วฉันจะไปตรัสรู้มาจากไหนล่ะ”
อู๋เยว่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอกับหลินตันแอบมาคุยกันเงียบๆ ในห้องนอน ถ้าสามีกับลูกๆ ของเธอมาเห็นท่าทางออดอ้อนออเซาะของหลินตันตอนนี้เข้า เธอคงแทรกแผ่นดินหนี
“ฉันถามไม่เยอะหน่อยน่า แค่อยากรู้ว่าเขามีแฟนหรือยัง บ้านเขาอยู่ไหน ครอบครัวมีใครบ้าง แล้วตอนนี้เขาพักอยู่กับพี่เจียงหลีหรือเปล่า ก็แค่นี้เอง ไม่เยอะเลย พี่จ๋า บอกฉันเถอะนะ ขอร้องล่ะ!” หลินตันเขย่าแขนอู๋เยว่ไปมา
อู๋เยว่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “คำถามที่เธอร่ายมาทั้งหมดน่ะ ฉันตอบได้แค่ข้อเดียว คือตอนนี้หยางหยางพักอยู่บ้านอาหญิงของเขาจริงๆ ที่เหลือฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย” เธอแบมือสองข้างประกอบคำพูด ยืนยันว่าจนปัญญา
“พี่อ่ะ...”
“เรียกให้คอแตกก็ไม่รู้คือไม่รู้ อย่าทำให้ฉันลำบากใจสิ ตกลงไหม” อู๋เยว่หยุดพูดไปอึดใจ ก่อนจะจ้องหน้าญาติผู้น้องอย่างจริงจัง
“นี่พูดกันตรงๆ เลยนะ เธอหลงเสน่ห์หยางหยางเข้าให้แล้วใช่ไหม”
หลินตันอ้อมแอ้มไม่ตอบตรงๆ “พี่เชื่อเรื่องรักแรกพบหรือเปล่า”
“รักแรกพบที่เธอว่าน่ะ ส่วนใหญ่มันก็มาจากหน้าตาไม่ใช่เหรอ ตันตัน เธอไม่ได้ตื้นเขินขนาดนั้นใช่ไหม” อู๋เยว่ขมวดคิ้ว เธอนึกถึงบทสนทนาที่เคยคุยกับเพื่อนสนิทขึ้นมา
“ฉันรู้ว่าหยางหยางหน้าตาดี ฉันบอกเลยก็ได้ว่าคนบ้านเจียงหลีน่ะหน้าตาดีกันทั้งตระกูลนั่นแหละ แต่ก่อนหน้านี้ฉันเคยได้ยินเจียงหลีบ่นเรื่องปวดหัวที่พี่ห้าของเธอเจอมา...”
หลินตันตาโต “เรื่องอะไรเหรอ ทำไมพี่ไม่เล่าต่อล่ะ”
“อยากฟังจริงเหรอ?” อู๋เยว่เลิกคิ้ว
“อื้ม!”
“งั้นก็ฟังนะ เจียงหลีเล่าว่าพี่ห้าของเธอหรือเจียงกั๋วอัน เพิ่งเข้าทำงานในหน่วยงานได้ไม่เท่าไหร่ ก็มีสหายหญิงคนหนึ่งมาติดพันแบบออกนอกหน้า ทั้งๆ ที่พี่ห้าของเธอก็บอกปัดไปอย่างชัดเจนแล้วว่าไม่ได้คิดอะไรด้วย แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ยังไม่เลิกตอแย ยังพยายามหาเรื่องเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ ไม่หยุด จนเรื่องมันอื้อฉาวน่าอายกันไปทั้งหน่วยงาน
ที่ฉันเล่าให้ฟังเนี่ย ฉันมองออกเลยว่าผู้ชายบ้านเจียงหลีเขาไม่ชอบผู้หญิงที่รุกหนักเกินไป โดยเฉพาะไอ้ ‘รักแรกพบ’ เพราะหน้าตาที่เธอเพ้อฝันถึงอยู่ตอนนี้
ทีนี้... เธอยังแน่ใจอยู่ไหม ว่าอยากจะสืบเรื่องของหยางหยาง แล้วคิดจะพุ่งเข้าไปทำความรู้จักกับเขา”
คำพูดของอู๋เยว่เหมือนน้ำเย็นสาดหน้า หลินตันอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก เธอเหม่อลอยจนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าปั่นจักรยานกลับมาถึงบ้านตัวเองได้ยังไง
***
พอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ เจียงหลีก็ต้องไปอัดรายการตามปกติ เธอกลับรู้สึกว่าวันนี้อู๋เยว่มีท่าทีแปลกๆ คอยลอบมองเธออยู่เรื่อย
“เธอมีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่า เห็นมองฉันแปลกๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว” เจียงหลีเอ่ยถามตอนพักเบรก
“เปล่านี่ ไม่มีอะไร” อู๋เยว่รีบส่ายหน้าปฏิเสธ
เมื่อเพื่อนไม่ยอมพูด เจียงหลีก็ไม่ได้คิดจะเซ้าซี้ต่อ เธอจึงปล่อยผ่านสายตาแปลกๆ นั่นไป ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
พอเสร็จงาน วันนี้เจียงหลีตั้งใจจะพาแม่บุญธรรมฉีฟาง ไปเดินเล่นซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า เลยแวะไปรับย่าอวี๋ให้มาด้วยกันเป็นเพื่อนแม่
แต่ใครจะคิดว่าโลกมันกลมขนาดนี้ ขณะที่ทั้งสามคนกำลังเลือกดูของกันอยู่ ก็บังเอิญเจอกับฟางซู่ แม่แท้ๆ ของเฝิงอี้เข้าอย่างจัง
เจียงหลีควบคุมสีหน้าตัวเองได้ดี เธอทำเพียงพยักหน้าให้เป็นมารยาท แต่เธอกลับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ฟางซู่ไม่ได้มองเธอ แต่สายตาของอีกฝ่ายจับจ้องไปที่ย่าอวี๋ที่ยืนอยู่ข้างๆ แม่ของเธอ...
และทันทีที่เห็นย่าอวี๋ชัดๆ สีหน้าของฟางซู่ก็ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
เจียงหลีขมวดคิ้ว... นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมฟางซู่ต้องมีปฏิกิริยาแบบนั้นเมื่อเห็นย่าอวี๋ด้วย
ณ ด้านนอกห้างสรรพสินค้า
ฟางซู่แทบจะวิ่งหนีตายออกมาจากตึก เธอยืนหอบหายใจ ใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความตั้งใจที่จะมาซื้อของหายวับไปกับตา ตอนนี้เธอไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากรีบกลับบ้าน ไปให้ไกลจากที่นี่...
และไปให้ไกลจากหญิงชราคนนั้น
[จบบท]