บทที่ 52: ก็หนูแค่สองขวบครึ่งเองนะ!
“พอแล้ว พอแล้ว เก็บคำอวยร้อยแปดของเธอไว้ใช้คราวหน้าบ้างเถอะ” เจียงหลีเอ่ยปรามเสียงกลั้วหัวเราะ หลังจากโดนระบบตัวน้อยยิงมุกตลกใส่ไม่หยุดจนเธอชักจะหมดแรงจะเล่นด้วย “เดี๋ยวพอถึงเวลาที่ต้องง้อฉันขึ้นมาจริงๆ จะพาลหมดคำพูดหวานๆ ไปซะก่อน”
เธอกลับมาทำสีหน้าจริงจังอีกครั้ง ก่อนจะกำชับด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน “ฉันยังยืนยันเหมือนเดิม หน้าที่ของเธอคือคอยนับค่าความสุขกับค่าความผูกพันในแต่ละวัน แล้วก็ดูแลรางวัลของฉันให้ดี อย่าให้ตกหล่น ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ต้องมาวุ่นวาย ฉันจัดการเองได้”
【…ก็ได้ครับ】
ตุนตุนเงียบไปอึดใจหนึ่งราวกับกำลังชั่งใจ ก่อนจะยอมรับคำสั่งแต่โดยดี
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า” เจียงหลีคลี่ยิ้มบางๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงความลังเลนั้น “ฉันไม่ปล่อยให้ภารกิจของเธอล่มกลางคันแน่”
【ผมเชื่อใจพี่สาวอยู่แล้วครับ! แต่ว่า… ผมขอพูดอะไรอีกสักประโยคได้ไหมครับ】
“ว่ามาสิ”
เจียงหลีส่ายศีรษะเบาๆ อดที่จะขบขันในท่าทีนั้นไม่ได้ แค่เธอแกล้งทำเสียงดุใส่หน่อยเดียว เจ้าตัวเล็กก็ดูจะหงอไปถนัดตา ท่าทางที่ดูระมัดระวังคำพูดคำจาขนาดนี้ ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง
【จริงๆ แล้ว พี่สาวเก็บค่าความสุขจากเด็กคนอื่นๆ ก็ได้นะครับ!】
แววตาของเจียงหลีฉายแววครุ่นคิดเล็กน้อย “เด็กคนอื่นเหรอ?”
【ใช่แล้วครับ! ตัวอย่างเช่น เวลาที่พี่สาวยิ้มให้เด็กคนอื่น แล้วรอยยิ้มนั้นทำให้พวกเขามีความสุข… สรุปง่ายๆ ก็คือ ขอแค่พี่สาวแสดงความรู้สึกดีๆ ออกไป แล้วถ้าเด็กคนไหนสัมผัสถึงความสุขนั้นได้ พี่สาวก็จะได้รับค่าความสุขเป็นรางวัลไงครับ!】
“อ้อ เข้าใจแล้ว”
【ถ้างั้น ตุนตุนขอตัวไปวิ่งเล่นก่อนนะครับ!】
“ไปเถอะ”
เมื่อเสียงเจื้อยแจ้วในหัวเงียบลง ความสงบก็กลับคืนมาอีกครั้ง เจียงหลีเผลอยกมุมปากเป็นรอยยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ ให้กับความน่ารักของระบบ ก่อนจะทอดสายตากลับไปยังหน้ากระดาษของตำราฟิสิกส์ฉบับภาษาอังกฤษในมือ แล้วเริ่มอ่านต่อจากจุดที่ค้างไว้
เด็กน้อยทั้งสามคนที่หลับใหลอยู่ราวชั่วโมงครึ่ง ก็เริ่มทยอยขยับตัวตื่นทีละคน
“คุณแม่ขา?”
เสียงเล็กใสดุจระฆังแก้วของเวยเวยดังขึ้นเป็นคนแรก
“แม่อยู่นี่ค่ะ”
ถึงจะยังรู้สึกขัดเขินกับคำเรียกขานใหม่นี้อยู่บ้าง แต่เจียงหลีก็ตอบรับแทบจะในทันที เธอวางหนังสือเล่มหนาลงบนโต๊ะข้างตัว แล้วลุกเดินไปนั่งลงบนขอบเตียงของหนูน้อยอย่างนุ่มนวล “เวยเวยของแม่ตื่นแล้วเหรอคะ”
“ค่ะ”
หนูน้อยพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างคล่องแคล่ว ดวงตาคู่โตที่ยังคงปรือปรอยจากอาการงัวเงียกะพริบปริบๆ สองสามที ก่อนจะยกมือน้อยๆ ขึ้นขยี้เบาๆ และในวินาทีต่อมา ร่างเล็กๆ นั้นก็โผเข้าสู่อ้อมกอดของเจียงหลีอย่างเต็มแรงด้วยความดีใจสุดขีด
“เวยเวยไม่ได้ฝันไปจริงๆ ด้วย! คุณแม่ขา… เวยเวยมีคุณแม่แล้ว!”
เจียงหลีใช้ฝ่ามืออุ่นลูบไล้กลุ่มผมนุ่มของเด็กหญิงอย่างอ่อนโยน พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้วค่ะ เวยเวยของแม่ไม่ได้ฝันไปสักหน่อย”
“คุณแม่… อุ้ม”
เสียงอู้อี้ดังมาจากเตียงข้างๆ หานหานที่เพิ่งตื่นนอนก็กำลังขยี้ตาเช่นกัน เมื่อเห็นว่าแม่กำลังกอดน้องสาวอยู่ เขาก็รีบยื่นแขนป้อมๆ ทั้งสองข้างออกมาทันที
เขาและพี่ชายหมิงรุ่ยนอนเตียงไม้สองชั้น ซึ่งแน่นอนว่าหานหานนอนอยู่เตียงล่าง ส่วนพี่ใหญ่คนโตอย่างรุ่ยรุ่ยนั้นนอนอยู่ชั้นบน
เจียงหลีลอบสำรวจเตียงหลังนั้นเงียบๆ มันไม่ได้สูงจนน่ากลัว แถมยังถูกออกแบบมาให้มีราวกั้นที่แข็งแรงและปลอดภัยเป็นพิเศษ ทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงว่าเด็กชายที่นอนชั้นบนจะพลัดตกลงมา
เธอสังเกตได้ไม่ยากเลยว่า ไม่ว่าจะเป็นเตียงเดี่ยวของเวยเวย หรือเตียงสองชั้นของสองพี่น้อง ล้วนผ่านการออกแบบและผลิตขึ้นมาอย่างประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งเธอค่อนข้างมั่นใจว่าความคิดริเริ่มทั้งหมดคงมาจากพ่อของเด็กๆ เป็นแน่ ถึงเขาอาจจะไม่ได้ลงมือสร้างมันด้วยตัวเอง แต่แบบแปลนต้องมาจากฝีมือของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
เหตุผลง่ายๆ เลยก็คือ… มีเพียงพ่อแม่ที่รักและห่วงใยลูกจากหัวใจเท่านั้น ที่จะคำนึงถึงความปลอดภัยเล็กๆ น้อยๆ ในทุกย่างก้าวของชีวิตลูกในวัยนี้
“หานหานรอคุณแม่แป๊บนึงนะ เดี๋ยวแม่แต่งตัวให้น้องก่อน แล้วจะไปอุ้มนะครับ”
เจียงหลีหันไปจัดการสวมชุดกระโปรงตัวสวยกับรองเท้ารัดส้นให้เวยเวยจนเรียบร้อย ก่อนจะค่อยๆ วางหนูน้อยให้ยืนมั่นคงบนพื้น จากนั้นจึงลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินตรงไปยังเตียงของหานหาน เธอย่อตัวลงช้อนร่างเล็กขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน “นอนเต็มอิ่มไหมครับคนเก่ง”
เจ้าก้อนแป้งน้อยพยักหน้าตอบรับ “อื้อ” แล้วรีบยกแขนทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบลำคอของเจียงหลี ซบใบหน้าเล็กๆ ลงบนบ่าอุ่นของผู้เป็นแม่ ก่อนจะแอบแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เวยเวยที่ยืนมองอยู่บนพื้นอย่างผู้ชนะ
“พี่รองหน้าไม่อายที่สุดเลย! โตป่านนี้แล้วยังให้คุณแม่อุ้มอีก”
แม้ในแววตาของเวยเวยจะฉายชัดถึงความอิจฉา แต่ปากเล็กๆ ก็ยังขยับล้อเลียนพี่ชาย พร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นมาจิ้มแก้มตัวเองทำท่าหยอกล้อ
เด็กชายในอ้อมกอดแม่ยืดอกเชิดหน้าขึ้น ก่อนจะเถียงกลับเสียงดังฟังชัด “ก็พี่เพิ่งจะสองขวบครึ่งเองนะ! ยังเป็นเบบี๋อยู่เลย!”
[จบบท]
อ่านต่อได้ที่เพจ Jnovelread