บทที่ 556: เธอก็แกล้งเก่ง
"ผู้ชายเขาก็ต้องการคนเอาอกเอาใจเหมือนกันนะ ต่อไปนี้ลูกต้องใส่ใจเยี่ยนชิงให้มาก ๆ หน่อยรู้ไหม
เขาอุตส่าห์ทํางานหนักทุกวี่ทุกวัน ก็เพื่อลูกกับหลาน ๆ ที่บ้านแท้ ๆ"
เจียงหลีเหลือบตามองมารดา "นี่หนูยังดีกับเขาไม่พออีกเหรอคะแม่"
"ก็นับตั้งแต่ครั้งก่อนปีใหม่นู่นเลย ที่ลูกไปเยี่ยมเยี่ยนชิงที่สถาบันวิจัยน่ะ นี่ก็ผ่านมาตั้งกี่เดือนแล้ว แม่ยังไม่เห็นลูกไปหาเขาอีกเลย" ไช่ซิ่วเฟินอดไม่ได้ที่จะท้วง
"แหมแม่คะ ไปบ่อย ๆ มันไม่ดีหรอกค่ะ เดี๋ยวจะไปรบกวนเวลาทำงานของเขา" เจียงหลีอ้างเหตุผล
"แล้วที่ลูกทำอยู่เนี่ย มันเรียกว่าไปบ่อยแล้วเหรอ"
"ฟังที่แม่พูดมาทั้งหมดนี่ สรุปคือแม่จะไล่ให้หนูไปเยี่ยมลูกเขยสุดที่รักของแม่ใช่ไหมคะ" เจียงหลีแกล้งหยอก
"รู้ตัวก็ดีแล้ว" ไช่ซิ่วเฟินเชิดหน้าตอบ
"ก็ได้ค่ะ อีกสักสองวันหนูจะไปก็แล้วกัน แล้วจะบอกเขาให้ชัด ๆ เลยนะคะ ว่าเป็นคุณแม่ยายที่คิดถึงจนทนไม่ไหว สั่งให้หนูมา แถมยังฝากความคิดถึงมาให้ลูกเขยด้วย"
"ลูกก็ขี้แกล้งเข้าไปเถอะ" ไช่ซิ่วเฟินค้อนให้วงหนึ่ง
"ไม่ขี้แกล้งสักหน่อย ลูกสาวแม่เรียบร้อยจะตายไป!" เจียงหลียิ้มจนตาหยี น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นทั้งหวานทั้งออดอ้อน เป็นการประจบประแจงมารดาอย่างเห็นได้ชัด
"แม่ว่าลูกน่ะนับวันยิ่งซน ไม่รู้จักโตเอาเสียเลย ไม่เห็นจะได้ครึ่งของพวกรุ่ยรุ่ยเลย"
แม้ปากจะบ่นว่า แต่แววตาของไช่ซิ่วเฟินกลับทอประกายแห่งความรักใคร่เอ็นดูอย่างปิดไม่มิด
เจียงหลีแกล้งทำหน้าง้ำ "แม่คะ นี่หนูไม่ใช่ลูกสาวสุดที่รักของแม่อีกต่อไปแล้วเหรอ"
"พอเลย ๆ ลูกนี่มันจริงๆ" ไช่ซิ่วเฟินหัวเราะอย่างจนปัญญา ก่อนจะรีบเปลี่ยนประเด็น
"ว่าแต่... ไปถึงที่นั่นแล้วก็ค้างสักคืนด้วยนะ"
การเปลี่ยนเรื่องแบบกะทันหันเช่นนี้ ทำเอาเจียงหลีถึงกับไปไม่เป็น
"เอ่อ... เตียงในหอพักของลั่วเยี่ยนชิงนอนคนเดียวมันก็พอดี ๆ นะคะ แต่นอนสองคนมันคงจะอึดอัดไปหน่อย"
เธอพยายามสื่อสารความหมายอย่างอ้อม ๆ ว่าไม่อยากค้างคืน
"ลูกสองคนตัวผอมบางจะตาย จะไปอึดอัดกันตรงไหน" ไช่ซิ่วเฟินหยุดมือที่กำลังง่วนอยู่กับงานถัก เธอหันมามองเจียงหลีด้วยสายตาจริงจัง
"สามีภรรยาแยกกันอยู่ห่าง ๆ นาน ๆ มันไม่ดี โดยเฉพาะลูกกับเยี่ยนชิงที่ปกติก็ไม่ค่อยมีโอกาสเจอกันอยู่แล้ว นี่อุตส่าห์เดินทางไปหาเขาทั้งที ถ้าไม่ค้างสักคืน แล้วจะนั่งรถไปไกล ๆ ให้เหนื่อยเปล่าทำไม"
"...ก็ได้ค่ะ ได้ค่ะ ฟังแม่ก็ได้" แม้จะรับปากออกไปแล้ว แต่พวงแก้มของเจียงหลีกลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ไช่ซิ่วเฟินพยักหน้าอย่างพอใจ "ดีมาก งั้นก็ไปมะรืนนี้เลย"
"ทำไมต้องเป็นมะรืนนี้ด้วยล่ะคะ" เจียงหลีเอียงคอถามอย่างสงสัย
"มะรืนนี้วันเสาร์"
"หนูรู้ค่ะว่าเป็นวันเสาร์... อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ" เจียงหลีฉลาดเป็นกรด เพียงครู่เดียวเธอก็นึกออก
วันเสาร์พวกรุ่ยรุ่ยเรียนแค่ครึ่งวันเช้า พอตอนเที่ยงเธอรับเด็ก ๆ ทั้งสามกลับมาส่งที่บ้านเรียบร้อย ช่วงบ่ายเธอก็ค่อยนั่งรถไปที่สถาบันวิจัยได้ จากนั้นพอถึงวันอาทิตย์ก็ค่อยกลับมา จะได้ไม่กระทบกับการรับส่งเด็ก ๆ ไปโรงเรียนในเช้าวันจันทร์พอดี
ต้องบอกว่านับตั้งแต่วันที่ไช่ซิ่วเฟินประกาศกร้าวว่าจะมาช่วยรับส่งรุ่ยรุ่ยและแฝดทั้งสองด้วยตัวเอง ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก เธอก็จะเดินไปกลับพร้อมกับเจียงหลีและหลาน ๆ ทั้งสามเสมอ เพื่อรับประกันว่าลูกสาวสุดที่รักและหลาน ๆ ที่ไม่ได้มาจากสายเลือดของเธอจะปลอดภัยตลอดการเดินทาง
"เอาล่ะ ถ้าลูกง่วงก็กลับเข้าห้องไปนอนพักเถอะ แม่ขอถักต่ออีกสักสองสามแถว แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปรับหานหานกับรุ่ย" ไช่ซิ่วเฟินเอ่ย พลางก้มหน้าก้มตาขยับมือถักนิตติ้งต่ออย่างคล่องแคล่ว
"งั้นหนูของีบตรงนี้สักแป๊บนะคะแม่ ถึงเวลาแล้วแม่ปลุกหนูด้วยนะ"
เจียงหลีปลดนาฬิกาข้อมือของตัวเองวางไว้บนโต๊ะเล็กข้าง ๆ เพื่อให้มารดาดูเวลาได้สะดวก จากนั้นจึงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หวาย หลับตาลง เตรียมจะพักผ่อนสักงีบ
"ถ้าจะนอนตรงนี้ก็เข้าบ้านไปหยิบผ้าห่มออกมาคลุมตัวหน่อย เดี๋ยวตื่นมาโดนลมเย็น ๆ จะพาลเป็นหวัดเอาได้ มันไม่คุ้มกัน" ไช่ซิ่วเฟินอดบ่นไม่ได้
เมื่อได้ยินคำเตือนด้วยความห่วงใย เจียงหลีก็ไม่ได้ดื้อดึงอะไร เธอลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องนอนไปแต่โดยดี
อันที่จริง อากาศในช่วงเดือนพฤษภาคมนั้นอบอุ่นสบายมาก หากวันไหนแดดแรงหน่อยก็อาจจะรู้สึกร้อนอบอ้าวด้วยซ้ำ แต่การนอนหลับกลางแจ้งโดยไม่มีอะไรคลุมกายเลย เมื่อตื่นขึ้นมาก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะรู้สึกหนาวสะท้านจนเป็นหวัดได้จริง ๆ
รอจนกระทั่งเจียงหลีกลับออกมาที่สวน นั่งลงบนเก้าอี้เอนหลังแล้วจัดแจงห่มผ้าเรียบร้อย ไช่ซิ่วเฟินจึงเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ
"ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสที่เยี่ยนชิงหามาให้ลูกนี่เก่งกาจจริง ๆ นะ ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือนเองที่ลูกบำรุงร่างกายด้วยยาต้มยาจีนพวกนั้น สีหน้าสีตาของลูกดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลย"
"ลั่วเยี่ยนชิงบอกว่าท่านผู้เฒ่าจางคนนั้นน่ะ เป็นถึงหมอเทวดาระดับประเทศเลยนะคะ"
สำหรับการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย มีหรือที่เจียงหลีจะไม่รู้ตัว
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ตอนนี้เธอเดินเหินได้คล่องแคล่วและรู้สึกสบายตัวกว่าเดิมมาก ทั้งสีหน้าที่เคยขาวซีดราวกับคนป่วยมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ก็ดูมีเลือดฝาดและสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
[จบบท]