บทที่ 559: คุณอย่าคิดฝันไปเลย!
เผลอครู่เดียวก็ล่วงเข้าวันเสาร์เสียแล้ว
เจียงหลีจัดการมื้อกลางวันเสร็จเรียบร้อยก็มุ่งหน้าออกจากบ้านพักข้าราชการ กว่าเธอจะเดินทางมาถึงสถาบันวิจัย เวลาก็เพิ่งจะบ่ายโมงครึ่ง ยังเหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงกำหนดนัดบ่ายสองโมง
หญิงสาวหยิบกุญแจห้องพักของลั่วเยี่ยนชิงออกมาไขเข้าไปอย่างเงียบเชียบ สายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงของสามีกำลังง่วนอยู่กับการขีดเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะหนังสือ เจียงหลีจึงค่อยๆ ปิดประตูลงอย่างแผ่วเบาที่สุด
เธอวางกระเป๋าเดินทางในมือพิงไว้ที่ผนังห้อง ก่อนจะย่องฝีเท้าก้าวเข้าไปด้านหลังของเขา แล้วจึงยื่นมือทั้งสองข้างไปปิดดวงตาคมคู่นั้นไว้ ฝ"ทายซิ... ฉันเป็นใคร" เธอกระซิบด้วยเสียงที่แกล้งดัดให้ทุ้มต่ำ
เมื่อรออยู่ชั่วอึดใจแล้วเขายังนิ่งเฉย เจียงหลีก็เปลี่ยนลูกเล่นใหม่
"พี่ชายทายไม่ถูกเหรอคะ" เธอแกล้งดัดเสียงให้เล็กลงอย่างน่ารัก
ลั่วเยี่ยนชิงวางปากกาในมือลงช้าๆ มุมปากของเขากระตุกยิ้มอย่างอ่อนโยน "คงเป็นคุณนายลั่ว... ผมทายถูกไหม"
เจียงหลีระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ขณะปล่อยมือออกจากดวงตาเขา แล้วจึงเดินอ้อมมายืนอยู่ตรงหน้า
"ว้าว! พี่ชายทายถูกเป๊ะเลย เก่งที่สุด!"
เธอโน้มตัวลงไปหอมแก้มเขาแรงๆ หนึ่งฟอด ดวงตาหงส์คู่สวยหยีลงจนกลายเป็นพระจันทร์เสี้ยว
"นี่เป็นรางวัลสำหรับคนเก่งค่ะ!"
ลั่วเยี่ยนชิงขยับกองหนังสือและกระดาษคำนวณบนโต๊ะให้พ้นทาง ก่อนจะช้อนตัวภรรยาขึ้นมานั่งบนโต๊ะอย่างง่ายดาย
เขายืนอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของเธอ สบตากับดวงตาคู่สวยที่เปี่ยมไปด้วยความสุขจนแทบล้นทะลักออกมา แววตาของเขาอ่อนแสงลง
"คุณมาแบบนี้ ผมประหลาดใจนะ"
เจียงหลีเอียงคอถามอย่างน่าเอ็นดู "เซอร์ไพรส์หรือเปล่าล่ะ"
"อืม" เขาตอบรับในลำคอ
"แล้ว... คิดถึงฉันไหมคะ"
"อืม"
"เราไม่ได้เจอกันตั้งหลายเดือนนะคะ แถมคุณไม่เคยโทรศัพท์กลับบ้านเลยสักครั้งเดียว ถ้าบอกว่าคิดถึง... ฉันไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่" หญิงสาวแกล้งยู่ปาก
"ช่วงหลายเดือนมานี้ผมยุ่งมากจริงๆ" ลั่วเยี่ยนชิงอธิบาย
"ผมกะว่าพอยุ่งอีกสักเดือนเดียว ทีมทั้งหมดก็น่าจะได้พักร้อนยาว ตอนนั้นผมตั้งใจจะกลับไปใช้เวลาอยู่กับคุณให้เต็มที่ ก็เลยไม่ได้โทรไปรบกวน"
"แปลว่าโปรเจกต์ที่กำลังทำอยู่ใกล้จะสำเร็จแล้วเหรอคะ"
"อืม"
"ฉันพนันได้เลยว่าในสถาบันวิจัยนี้ ไม่มีทีมไหนทำงานได้ผลลัพธ์เร็วเท่าทีมของคุณอีกแล้ว"
"มันขึ้นอยู่กับระดับความยากง่ายของโปรเจกต์ครับ" เขากล่าวอย่างถ่อมตน
"ถ้ามันยากมากๆ บางโครงการใช้เวลาหลายปีแต่ยังไม่มีผลลัพธ์อะไรเลยก็ถือเป็นเรื่องปกติ"
"คุณพูดก็ถูกค่ะ แต่ถ้าโครงการไหนยืดเยื้อหลายปีแต่ยังไม่เห็นผล งบประมาณที่ได้สนับสนุนก็น่าจะถูกตัดทอนลงเรื่อยๆ ใช่ไหม"
"ก็มีส่วนครับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด" ลั่วเยี่ยนชิงอธิบายเสริมเล็กน้อย
"มันขึ้นอยู่กับความสำคัญของโครงการนั้นๆ ด้วย
ถ้าทิศทางการวิจัยถูกต้องและมันมีความหมายที่ยิ่งใหญ่ ต่อให้ช้าหน่อย งบประมาณก็มักจะไม่สะดุด
แต่ถ้าไม่ใช่... สถานการณ์ก็คงน่าเป็นห่วง"
เจียงหลีพยักหน้าเข้าใจ เธอยิ้มกว้าง "ไม่เป็นไรค่ะ ไว้รอฉันรวยเป็นมหาเศรษฐีเมื่อไหร่ ฉันจะทุ่มเงินสนับสนุนงานวิจัยของคุณไม่อั้นเลย"
"ขอบคุณครับ คุณนายลั่ว" ลั่วเยี่ยนชิงยิ้มรับ
"เรื่องขอบคุณไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันขออย่างเดียว... ช่วยรักษาผมดกดำบนหัวของคุณไว้ให้ดีๆ ก็พอ"
ลั่วเยี่ยนชิงชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดทีเล่นทีจริงนั้น ก่อนจะเอ่ยถาม "คุณกลัวผม... ผมร่วงเหรอ"
"ไม่ใช่แค่กลัวค่ะ ฉันกลัวคุณจะหัวล้านเป็น 'ลานบินเฮลิคอปเตอร์' กลางหัว ทั้งที่อายุยังไม่เท่าไหร่"
"ผมของผมยังเยอะอยู่"
"แต่นั่นมันคนละเรื่องกับหัวล้านนะคะ"
"ครับๆ ผมจะระวัง"
"ฉันเตือนคุณไว้ก่อนเลยนะ การใช้สมองหนักเกินขีดจำกัด การจดจ่อกับอะไรนานๆ โดยไม่พักผ่อน... มันคือศัตรูตัวฉกาจของเส้นผม ทำให้ผมร่วง ผมหงอกได้ง่ายๆ
ถ้าคุณไม่อยากให้เวลาเราเดินคู่กันแล้วชาวบ้านเขานินทาว่าเหมือนพ่อเดินกับลูก ก็เชิญโหมใช้งานร่างกายตัวเองต่อไปได้เลย"
เจียงหลียื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด "พูดกันแบบขวานผ่าซากเลยนะ ถ้าคุณเกิด 'เป็นอะไร' ขึ้นมา... ก็อย่ามาว่าฉันใจร้ายแล้วกัน ที่ต้องพารุ่ยรุ่ยกับน้องๆ พร้อมสมบัติของคุณไปเริ่มต้นใหม่ ให้เด็กๆ เรียกผู้ชายคนอื่นว่าพ่อ"
เจียงหลียังพูดไม่ทันจบคำด้วยซ้ำ ร่างของเธอก็ถูกลั่วเยี่ยนชิงกระชากเข้าไปนั่งบนตักของเขาอย่างแรง ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวจะประทับลงมาบดขยี้กลีบปากของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ
บทจูบนั้นยาวนานจนเจียงหลีแทบขาดอากาศหายใจ เขาจึงยอมถอนริมฝีปากออก
"คุณอย่าคิดฝันไปเลย!" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าอย่างน่ากลัว เขาไม่มีวันเปิดโอกาสให้เธอไปซบอกผู้ชายคนไหนทั้งนั้น!
"คุณ... คุณนี่มัน...!" เจียงหลีหอบหายใจอย่างหนัก พลางยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเอง
"สงสัยจะแตกหมดแล้ว ลั่วเยี่ยนชิง นี่คุณมันบ้าไปแล้วหรือไง!"
[จบบท]