บทที่ 588: เอาอย่างกัน
พ่อเจียงผู้ใหญ่บ้านนึกสงสารหลานตัวเล็กๆ ทั้งสองคน เลยออกคำสั่งยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ ไม่ให้เด็กทั้งคู่ต้องถ่อสังขารไปเลี้ยงวัวที่กองพลน้อย หรือเดินตระเวนเก็บมูลวัวเพื่อหาคะแนนงานเหมือนเด็กโตคนอื่นๆ
“ฉันไม่อยากโตเลยให้ตายสิ”
เจียงอีเหิง ลูกชายคนเล็กสุดของบ้านใหญ่โอดครวญพลางทำหน้ายู่ยี่ เขาอยากจะสลับร่างกับเจียงอีอวี่ลูกพี่ลูกน้องบ้านสาม หรือไม่ก็เจียงอีหังลูกพี่ลูกน้องบ้านสี่เต็มแก่ ถ้าสลับกันได้ ป่านนี้เขาคงได้นอนเอกเขนกเฝ้าบ้านอย่างสบายใจ รอลุ้นว่าเมื่อไหร่อาหลีเป่าสุดที่รักจะกลับมา
“เลิกทำตัวเป็นเด็กขี้แงได้แล้ว รีบเดินไปที่นาเลย” เจียงอีหง พี่ชายคนที่สามวัย 16 ปีของบ้านเดียวกัน สวดยับ ก่อนจะเอื้อมมือไปตบหัวน้องชายวัย 13 ปีของตัวเองดังป้าบ โทษฐานที่ทำตัวงอแง
เจียงอีเหิงหันขวับมาถลึงตาใส่ “พี่สาม! ถ้าพี่ยังกล้าตีฉันอีกนะ คอยดู! ฉันจะฟ้องอาเล็กให้หมดเลย ให้อาเล็กมาจัดการพี่!”
“โอ๊ย กลัวจนตัวสั่นไปหมดแล้วเนี่ย” เจียงอีหงแกล้งทำท่าหวาดกลัวสุดขีด ตบหน้าอกตัวเองปุๆ ประกอบการแสดงอันเสแสร้ง
“พี่คอยดูเถอะ! คอยดูเลยว่าอาเล็กจะจัดการพี่ยังไง!” เจียงอีเหิงคำรามในลำคออย่างเจ็บใจที่ทำอะไรพี่ชายจอมกวนไม่ได้
ในจังหวะชุลมุนวุ่นวายนั้นเอง เจียงอีหลินจากบ้านสาม และเจียงอีหังจากบ้านสี่ สองหนูน้อยผู้โชคดีที่ได้สิทธิ์อยู่บ้าน ก็พร้อมใจกันกระทืบเท้าปึงปัง ตะโกนใส่หน้าพี่ชายแท้ๆ ของตัวเองอย่างสุดทนว่า “ไม่ยอม!”
เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า เจียงอีเฟย พี่คนโตวัย 12 ขวบ กับเจียงอีหลิน พี่คนรองวัย 10 ขวบของบ้านสาม กำลังรุมล้อม ‘เจรจา’ กับเจียงอีอวี่ น้องชายวัย 7 ขวบของพวกเขาอยู่
ทั้งคู่พยายามหว่านล้อมทุกวิถีทางเพื่อให้น้องคนเล็กยอมสละสิทธิ์การอยู่เฝ้าบ้านอันล้ำค่านี้ให้
ส่วนเจียงอีฟาน วัย 9 ขวบจากบ้านสี่ ก็ไม่น้อยหน้า เขากำลังเลียนแบบกลยุทธ์ของลูกพี่ลูกน้องบ้านสาม พยายามใช้ทุกวาทศิลป์เกลี้ยกล่อมน้องชายตัวเอง หรือก็คือเจียงอีหัง อย่างสุดความสามารถ
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เจียงอีอวี่และเจียงอีหังพร้อมใจกันปฏิเสธเสียงแข็งออกมาดังลั่น
“เจียงอีอวี่ นายนี่มันไม่น่ารักเอาซะเลย!” เจียงอีเฟยทนไม่ไหว เอานิ้วจิ้มหน้าผากน้องชายคนเล็กไปหนึ่งที
เจียงอีหลินรีบผสมโรงทันควัน “พี่พูดถูก! เจียงอีอวี่มันเด็กดื้อ! เด็กน่ารำคาญที่สุด!”
“ผมน่ารักที่สุด! อาเล็กบอกเอง! ฮึ! ผมไม่ใช่เด็กน่ารำคาญ พวกพี่นั่นแหละน่ารำคาญ!” เจียงอีอวี่เถียงกลับเสียงดังฟังชัด แก้มป่องเพราะความโกรธ ก่อนจะวิ่งฉิวไปหลบอยู่ข้างๆ เจียงอีหัง ลูกพี่ลูกน้องที่อายุเท่ากันเป๊ะ (แค่เกิดทีหลังไม่กี่เดือน)
“โต้วโต้ว เราไปเล่นตรงประตูหน้าบ้านกันดีกว่า ไปรออาเล็ก ไม่ต้องคุยกับพวกพี่ชายใจร้าย!”
เจียงอีหังพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย แต่ก็ยังอุตส่าห์แย้งขึ้นมาว่า “ถึงฉันจะเกิดทีหลัง แต่พี่เลิกเรียกชื่อเล่นฉันได้หรือยัง”
“ทำไมเหรอ” เจียงอีอวี่เอียงคอถามอย่างงุนงง
“ก็มันไม่เพราะนี่นา” เจียงอีหังทำเสียงขรึม พยายามวางมาดเป็นผู้ใหญ่ “ฉัน 7 ขวบแล้วนะ ยังเรียก ‘โต้วโต้ว’ อยู่อีก มันฟังดูเด็กน้อยไป ฉันไม่อยากให้คนอื่นมาหัวเราะฉัน”
อันที่จริง ถ้าจะให้พูดแบบไม่อ้อมค้อม... เขาแค่ไม่อยากให้รุ่ยรุ่ย หานหาน หรือเวยเวย มาได้ยินชื่อเล่น “โต้วโต้ว” ของเขา แล้วพากันหัวเราะคิกคักต่างหาก
“อ้าว งั้นฉันเรียกนายว่าเจียงอีหัง หรือจะให้เรียก ‘น้องสิบเอ็ด’ ดีล่ะ”
เรื่องนี้ต้องอธิบายเล็กน้อยว่า ถ้าเรียงลำดับหลานชายหลานสาวทั้งหมดในบ้านของปู่เจียงไหลเกิน เจียงอีอวี่คือคนที่สิบ ส่วนเจียงอีหังคือคนที่สิบเอ็ด
“เรียกชื่อจริงก็ได้ พี่สิบเรียกฉันว่าอีหังเถอะ” เจียงอีหังตัดสินใจแน่วแน่ พลางพยักหน้าอย่างจริงจัง “เราเป็นนักเรียนประถมกันแล้วนะ เรียกชื่อเล่นมันดูไม่โตเลย แต่ถ้าเรียกทั้งชื่อจริงนามสกุล มันก็ห่างเหินไปหน่อย พี่สิบว่าจริงไหมล่ะ”
“จริงด้วย! ตกลงตามนี้ ฉันเรียกนายว่าอีหัง”
เมื่อตกลงกันได้ เจ้าตัวเล็กทั้งสองก็หันมาหัวเราะคิกคิกให้กันอย่างถูกใจ ก่อนจะจูงมือกันเดินเตาะแตะไปปักหลักเฝ้ารอที่ประตูหน้าบ้าน
ทั้งคู่ปล่อยให้เหล่าพี่ชายที่พลาดหวังในการเจรจา ยืนทำหน้าเซ็งเป็ด มองตากันปริบๆ ไล่หลัง โดยไม่คิดจะหันไปสนใจอีก
ตอนเที่ยงตรง ซึ่งเป็นเวลาพักจากการทำงาน ทันใดนั้นก็มีรถเก๋งสีดำคันหนึ่งกับรถจี๊ปอีกคัน ขับเรียงแถวเข้ามาในหมู่บ้านอาวลี่
เสียงเครื่องยนต์ที่แปลกหูทำให้เหล่าสมาชิกคอมมูนที่กำลังแบกจอบเสียมเดินกลับจากทุ่งนา รวมถึงเหล่าปัญญาชนที่กำลังมุ่งหน้ากลับที่พัก ต้องพากันหยุดชะงักฝีเท้า
ทุกคนเบิกตากว้าง มองตามรถหรูทั้งสองคันที่ขับฝ่าถนนดินลูกรังในหมู่บ้านไปจอดเทียบที่หน้าประตูบ้านของผู้ใหญ่บ้านอย่างช้าๆ
“อาเล็ก! อาเล็ก นั่นอาเล็กใช่ไหม!”
เจียงอีอวี่กับเจียงอีหังที่เฝ้ารออยู่ เห็นรถจอดสนิทหน้าบ้านตัวเองพอดิบพอดี เด็กทั้งสองนิ่งมองอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะพร้อมใจกันตะโกนลั่นอย่างดีใจสุดขีด พุ่งเป้าไปที่รถเก๋งสีดำคันหน้า
ก็เพราะพวกเขาเห็นแล้ว... ผ่านช่องหน้าต่างรถที่ลดกระจกลงครึ่งหนึ่ง...
คนที่นั่งอยู่ในนั้นคือย่าของพวกเขา และอาเล็กที่พวกเขารอคอย!
[จบบท]