บทที่ 589: บรรดาพี่ชายลูกพี่ลูกน้อง
เด็กน้อยทั้งสองไม่เพียงแต่เห็นย่ากับอาเล็กเท่านั้น พวกเขายังเหลือบไปเห็นเด็กอีกสองคนที่ถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขน และ... อ๊ะ! ยังมีเด็กผู้ชายอีกคนนั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับด้วย
ไม่ต้องสงสัยเลย นี่ต้องเป็นบรรดาลูกพี่ลูกน้อง... ลูกๆ ของอาเล็กแน่ๆ!
ดวงตาคู่โตของทั้งเจียงอีอวี่และเจียงอีหังส่องประกายวาววับ ทั้งสองกระโดดเหยงๆ อยู่กับที่ด้วยความตื่นเต้นสุดขีด จนเกือบจะพุ่งเข้าไปช่วยย่ากับอาเล็กเปิดประตูรถอยู่แล้ว
“เสี่ยวอวี่ โต้วโต้ว ถอยออกมาหน่อยนะจ๊ะ อาเปิดเองได้” เจียงหลีมองหลานชายทั้งสองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู ดวงตาหงส์คู่งามฉายรอยยิ้มละไม
เธอพูดพลางเอื้อมมือไปช่วยเปิดประตูรถให้แม่ ไช่ซิ่วเฟินประคองลั่วหมิงเวยก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าแม่ยืนมั่นคงดีแล้ว เจียงหลีจึงค่อยอุ้มเจ้าก้อนแป้งน้อยลั่วหมิงหานตามลงมา
“คุณเลื่อนกระจกหน้าต่างขึ้นให้หมดด้วยนะคะ”
ก่อนจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าตัวบ้าน เจียงหลีไม่ลืมที่จะหันไปกำชับสามี เธอกลัวว่าเดี๋ยวจะมีเด็กซนแถวนี้ที่ไหนเกิดคึกคะนองหรืออยากรู้อยากเห็นจนเกินเหตุ ปีนเข้าไปเล่นในรถจนข้าวของเสียหาย
ยังไงนี่ก็เป็นรถของหลวง ถ้าภายในรถเละเทะยับเยินจนดูไม่ได้ ตอนกลับไปถึงปักกิ่ง ลั่วเยี่ยนชิงคงลำบากใจที่จะอธิบายกับหน่วยงานต้นสังกัด
ลั่วเยี่ยนชิงพยักหน้ารับคำสั้นๆ เขาไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป มือหนาเอื้อมไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้ลูกชายคนโต ก่อนจะช้อนตัวอุ้มลั่วหมิงรุ่ยลงมายืนบนพื้น จากนั้นเขาก็จัดการหมุนปิดกระจกหน้าต่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังจนสนิท ปิดท้ายด้วยการปิดประตูรถให้เรียบร้อย แล้วจึงเดินไปสมทบกับหวังเยว่และหลี่จวิน ช่วยกันยกกระเป๋าสัมภาระที่อยู่บนรถจี๊ปขนเข้าไปในบ้านตระกูลเจียง
ณ วินาทีนั้น บริเวณหน้าประตูบ้านของผู้ใหญ่บ้านเจียงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ เด็กเล็ก หรือคนเฒ่าคนแก่ แม้กระทั่งเหล่าปัญญาชนที่มาทำงานในหมู่บ้านอาวลี่ ต่างก็พากันมายืนมุงดูด้วยความสนใจ
“รุ่ยรุ่ย มาทางนี้สิลูก”
เจียงหลีเดินนำเข้าประตูบ้านไปแล้ว แต่พอหันกลับมาก็ไม่เห็นลูกชายคนโตเดินตามเข้ามาด้วย เธอจึงต้องเดินย้อนกลับไปที่หน้าประตูอีกครั้ง พลางกวักมือเรียกลูกชาย
ลั่วหมิงรุ่ยรีบเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่ “แม่ครับ”
“จ้ะ” เจียงหลีขานรับพลางยิ้มกว้าง “เราถึงบ้านคุณยายกันแล้วนะ ไป... เข้าบ้านพร้อมแม่กันเถอะ”
ส่วนเจ้าก้อนแป้งน้อยลั่วหมิงหานนั้นดูจะปรับตัวได้ไวกว่าใครเพื่อน เขาจูงมือน้องสาวฝาแฝด เดินดุ๊กดิ๊กตามหลังคุณยายไช่ซิ่วเฟินเข้าไปในห้องโถงกลางเรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้ว
ทันทีที่ก้าวเข้าไป เจ้าตัวเล็กทั้งสองก็ถูกบรรดาพี่ชายลูกพี่ลูกน้องรุมล้อมทันที แต่แทนที่จะตื่นกลัว ลั่วหมิงหานและลั่วหมิงเวยกลับดูมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาทั้งสองคู่โค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ไม่มีอาการประหม่าหรือขัดเขินให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
ทั้งสองคนวางตัวได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ เมื่อเจียงอีเฉิน พี่ชายลูกพี่ลูกน้องลำดับที่สองเริ่มแนะนำคนอื่นๆ เด็กแฝดก็ยกมือไหว้ทักทายพี่ๆ ทุกคนด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วสดใส
ภาพนั้นทำเอาเจียงอีเฉินและเหล่าพี่ชายคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่ ต่างก็พากันยิ้มกว้างออกมาด้วยความเอ็นดู
“พี่ครับ! พี่ครับ! มะ... มานี่เร็ว ผมจะแนะนำพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเราให้รู้จัก”
ลั่วหมิงหานเหลือบไปเห็นพี่ชายคนโตเดินเข้ามาในห้องโถงพอดี เจ้าตัวเล็กก็รีบวิ่งเตาะแตะเข้าไปหาพี่ชายทันที ใบหน้าเล็กๆ นั้นประดับด้วยรอยยิ้มกว้างจนแก้มตุ่ย
“พี่ครับ นี่คือพี่ชายลำดับสอง นี่พี่ชายลำดับสาม... นี่พี่ชายลำดับเก้า พี่ชายลำดับสิบ แล้วก็นี่... พี่ชายลำดับสิบเอ็ดครับ!” หนูน้อยชี้มือแนะนำทีละคนอย่างคล่องแคล่ว
ทว่า เจียงหลีที่มองอยู่กลับต้องส่ายหัวเบาๆ พลางอมยิ้ม “หานหาน ลูกพูดผิดไปนิดนึงนะ!” เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ ยกมือขึ้นลูบศีรษะหลานชายทั้งสองคนอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะหันมาอธิบายให้ลูกชายฟังใหม่
“คืออย่างนี้นะลูก พี่ชายลำดับสิบกับพี่ชายลำดับสิบเอ็ดน่ะ อายุน้อยกว่ารุ่ยรุ่ยพี่ชายของลูกนิดหน่อย เพราะฉะนั้น พวกเขาต้องเป็นฝ่ายเรียกพี่ชายของลูกว่า ‘พี่’ ถึงจะถูกจ้ะ”
“อ้าว! อย่างนั้นเหรอครับ!” ลั่วหมิงหานหัวเราะแหะๆ ออกมาอย่างเขินอายที่ตัวเองเผลอจัดลำดับญาติผิดไป
“เอาล่ะๆ ทีนี้มาทางนี้เลย แม่จะแนะนำสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านให้พวกหนูรู้จัก”
เจียงหลีจูงมือลูกๆ ทั้งสามคนไปยืนต่อหน้าพี่ชายและพี่สะใภ้ของเธอ รอยยิ้มยังคงไม่จางหายไปจากใบหน้า “นี่คือคุณลุงใหญ่ของพวกหนู...”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยคดี สองเสียงเล็กๆ ของคู่แฝดก็ประสานเสียงกันดังลั่น
“พวกเรารู้จักคุณลุงใหญ่ครับ/ค่ะ! แล้วก็รู้จักคุณลุงรอง คุณป้าสะใภ้รอง คุณลุงห้า แล้วก็พี่หยางหยางด้วย!”
“จ้าๆ รู้แล้วจ้าว่าหนูๆ รู้จัก” เจียงหลียิ้มอย่างจนใจในความช่างจดช่างจำของลูกๆ ก่อนจะหันไปแนะนำคนที่เหลือต่อ “นี่คือคุณป้าสะใภ้ใหญ่ของพวกหนูนะ ส่วนคนนี้คือคุณลุงสาม แล้วนี่ก็คุณป้าสะใภ้สาม”
“ส่วนคุณลุงสี่กับคุณป้าสะใภ้สี่ของพวกหนู ตอนนี้อยู่ที่ตัวอำเภอโน่นแน่ะ เอาไว้รอพวกเขากลับมาก่อน แล้วแม่ค่อยแนะนำให้รู้จักอีกทีนะจ๊ะ”
พูดจบประโยค เจียงหลีก็เหลือบไปเห็นลั่วเยี่ยนชิงกำลังเดินตามหลังพ่อของเธอเข้ามาในห้องโถงพอดี เธอจึงถือโอกาสนี้แนะนำสามีกับครอบครัวอย่างเป็นทางการ
“พี่ใหญ่คะ พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สาม พี่สะใภ้สาม นี่เยี่ยนชิง น้องเขยของพวกพี่ค่ะ เรียกเขาว่าเยี่ยนชิงเฉยๆ ก็ได้”
พูดจบร่างบางก็หันไปหาบิดาที่ยืนอยู่ข้างๆ “พ่อคะ... ส่วนพ่อ หนูคงไม่ต้องแนะนำแล้วมั้งคะ”
[จบบท]
ลูกของพี่ใหญ่เจียง (เจียงกั๋วเวย):
เจียงอีหยาง = คนโต
เจียงอีเฉิน = ลูกชายคนที่สองของพี่ใหญ่เจียง
เจียงอีหง = ลูกชายคนที่สามของพี่ใหญ่เจียง, อายุ 16 ปี
เจียงอีเหิง = ลูกชายคนที่สี่ (คนเล็ก) ของพี่ใหญ่เจียง, อายุ 13 ปี
ลูกของพี่สามเจียง (เจียงกั๋วเฉียง):
เจียงอีเฟย = ลูกชายคนโตของพี่สามเจียง, อายุ 12 ปี
เจียงอีหลิน = ลูกชายคนที่สองของพี่สามเจียง, อายุ 10 ปี
เจียงอีอวี่ = ลูกชายคนเล็กของพี่สามเจียง (เสี่ยวอวี่), อายุ 7 ปี
ลูกของพี่สี่เจียง (เจียงกั๋วฟู่):
เจียงอีฟาน = ลูกชายคนโตของพี่สี่เจียง (เหมาเหมา), อายุ 9 ปี
เจียงอีหัง = ลูกชายคนเล็กของพี่สี่เจียง (โต้วโต้ว), อายุ 7 ปี