บทที่ 600: สินค้ายอดนิยมเนื้อหอมฟุ้ง
“พอพ่อเปรยๆ ว่าเธออาจจะกลับมาเร็วๆ นี้นะ พี่สะใภ้ใหญ่ของเธอนี่ถึงกับเข้าๆ ออกๆ ห้องเธอเป็นว่าเล่นเลย ทั้งเช็ดโต๊ะ เช็ดตู้ กวาดคังซะเอี่ยมอ่องทุกวี่ทุกวัน...” พี่สะใภ้สามเล่าด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
“โธ่ ฉันรู้ดีค่ะว่าพี่สะใภ้ทุกคนดีกับฉันที่สุดในโลกเลย”
เจียงหลีส่งยิ้มหวาน ก่อนจะเดินเข้าไปประชิดตัวพี่สะใภ้สาม แล้วค่อยๆ ดึงตะหลิวในมืออีกฝ่ายมาถือไว้เอง
“พี่สะใภ้สามดูสิคะ ท้องเริ่มป่องเห็นชัดขนาดนี้แล้ว ต้องระวังตัวหน่อยสิคะ มาค่ะ เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง พี่ไปนั่งพักผ่อนสบายๆ เถอะ”
“โอ๊ย ไม่เป็นอะไรหรอกน่า เรื่องแค่นี้เอง”
พี่สะใภ้สามส่ายหน้าปฏิเสธ แม้ปากจะพูดอย่างนั้น แต่เธอก็ยอมขยับตัวแต่โดยดี ถอยไปยืนพิงอยู่ตรงกรอบประตูห้องครัว เพื่อหลีกทางให้เจียงหลีได้ทำงานถนัดๆ
“ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นในหมู่บ้านเรานะ ท้องโย้แค่ไหนก็ยังต้องตะกายไปทำงานกลางนาอยู่เลย บางคนนี่ทำจนถึงวันก่อนคลอดแค่วันเดียวด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่นั้นนะ บางคนดวงไม่ดีหน่อย ก็คลอดลูกมันคาที่นานั่นแหละ”
เธอพูดเหมือนเป็นเรื่องขำๆ แต่ในใจกลับรู้สึกขอบคุณโชคชะตา ที่ทำให้เธอได้แต่งเข้าตระกูลเจียง ได้มาอยู่ในบ้านหลังนี้ และที่สำคัญที่สุด คือการได้มาเจอกับแม่สามีที่เปี่ยมไปด้วยเหตุผล ไม่เคยคิดจ้องจับผิดหรือข่มเหงรังแกลูกสะใภ้เลยสักครั้ง
จริงอย่างที่เธอคิด... เมื่อเทียบกับชะตากรรมของลูกสะใภ้ส่วนใหญ่ในหมู่บ้านนี้ ไช่ซิ่วเฟินปฏิบัติต่อพวกเธอดีราวกับเป็นลูกในไส้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่พวกเธอตั้งท้อง ท่านไม่เคยใส่ใจเลยว่าจะได้หลานชายหรือหลานสาว ขอแค่แข็งแรงก็พอ แถมยังบำรุงอย่างดี มีไข่ไก่ให้กินทุกวัน วันละฟองไม่เคยขาด
พอเข้าเดือนสุดท้ายก่อนคลอด ท่านก็เด็ดขาด สั่งห้ามไม่ให้พวกเธอออกไปทำงานหนักที่นาเด็ดขาด อนุญาตให้ทำแค่เพียงงานบ้านเบาๆ ที่พอทำไหว ถือเป็นการขยับร่างกายบริหารเส้นสายไปในตัว ท่านบอกว่าทำแบบนี้เวลาคลอดจะได้คลอดง่ายๆ
“บ้านอื่นเขาจะเป็นยังไงก็ช่างเขาสิคะ เราไม่ต้องไปสนใจหรอก” เจียงหลีเอ่ยเสียงนุ่มนวล
“ตอนนี้ฉันมาช่วยแบ่งเบาแล้ว ถึงพี่สะใภ้สามจะไม่อยากกลับไปนอนเอกเขนกที่ห้อง ก็ควรจะไปนั่งพักบนเก้าอี้สักหน่อยนะคะ ขืนยืนนานๆ แบบนี้ เดี๋ยวขาได้เป็นตะคริว เท้าบวมฉึ่งขึ้นมาจะยุ่งเอานะคะ”
พอโดนเจียงหลีดุเข้าหน่อย พี่สะใภ้สามก็หลุดยิ้มออกมา “ก็ได้ๆ ยอมแล้วจ้ะ งั้นพี่ไปนั่งเก้าอี้รอตรงนั้นนะ”
“เอ... ว่าแต่แม่ล่ะคะ?” เจียงหลีชะเง้อคอมอง ไม่เห็นไช่ซิ่วเฟินอยู่ในห้องโถงกลาง และในครัวก็ไม่มี แล้วท่านหายไปไหนกัน?
พี่สะใภ้ใหญ่ที่กำลังสาละวนอยู่หน้าเตาเป็นคนตอบคำถามนี้
“อ๋อ เห็นว่าป้าโจวเพื่อนบ้านเราน่ะสิ ดันไปมีเรื่องกับแม่ของลูกสะใภ้คนเล็กของเขาเข้า ไม่รู้ว่าทะเลาะกันอีท่าไหน สุดท้ายถึงขั้นลงไม้ลงมือตบตีกันเลย มีคนวิ่งหน้าตื่นมาที่บ้านเรา บอกให้แม่รีบไปช่วยห้ามทัพไกล่เกลี่ยหน่อยน่ะ”
ถ้าพูดกันตามตรง ตอนนี้คนบ้านเจียงไม่อยากจะยุ่งหรือแม้กระทั่งเอ่ยชื่อคนตระกูลโจวให้เปลืองน้ำลายด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงหลีเป็นคนถามหาแม่ขึ้นมา พี่สะใภ้ใหญ่ก็ไม่มีทางยกเรื่องของบ้านนั้นขึ้นมาพูดให้เจียงหลีได้ยินแม้แต่พยางค์เดียว กลัวว่าน้องสามีจะรำคาญใจกับเรื่องวุ่นวายพวกนั้น
เจียงหลีพยักหน้ารับ “อ้อ อย่างนี้นี่เอง”
เธอไม่ได้แสดงความเห็นอะไรต่อ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยทันควันด้วยรอยยิ้มสดใส “จริงสิคะ เดี๋ยวฉันเล่าเรื่องของเจ้าหยางหยางที่ปักกิ่งให้พี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้สามฟังดีกว่า”
“นั่นไง! พี่ยังคิดอยู่เลยว่าเดี๋ยวรอให้กินข้าวอิ่มๆ ก่อนจะถามเธอซะหน่อย นี่เธอชิงพูดขึ้นมาก่อนซะได้ ดีเลยๆ รีบเล่ามาเร็วเข้า!”
สิ้นเสียงเจียงหลี พี่สะใภ้ใหญ่ก็หูผึ่งขึ้นมาทันที เธอไม่มัวทำเป็นเกรงอกเกรงใจอะไรทั้งนั้น รีบโยนฟืนอัดเข้าไปในเตาอีกสองสามท่อน แล้วหันขวับมามองเจียงหลีด้วยดวงตาเป็นประกายวาววับ เต็มไปด้วยความคาดหวังอยากรู้อยากเห็น
พี่สะใภ้สามเห็นท่าทางนั้นก็อดหัวเราะคิกคักไม่ได้ “แหม ดูพี่สะใภ้ใหญ่รีบร้อนเข้าสิ เจียงหลี เธอก็รีบๆ เล่ามาเถอะ ไม่อย่างนั้นนะ ฉันว่าพี่สะใภ้ใหญ่ของเราคงอยากจะเสกปีกออกมาเดี๋ยวนี้ แล้วบินตรงไปหาหยางหยางถึงปักกิ่งด้วยตัวเองเลยมั้งนั่น”
เธอพูดไปขำไปพลางยกเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวเตี้ยๆ ไปวางไว้นอกประตูห้องครัว แล้วนั่งลงฟังอย่างสบายอารมณ์
“ได้ค่ะๆ เล่าเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ” เจียงหลีหัวเราะรับคำ
เธอใช้ตะหลิวตักผักที่ผัดจนสุกหอมได้ที่ลงใส่จานสองใบ ยกไปวางพักไว้บนโต๊ะเตรียมอาหาร ก่อนจะหันกลับมาเทน้ำมันพืชลงในกระทะอีกรอบเพื่อเตรียมทำเมนูถัดไป พลางเริ่มเปิดประเด็นที่ทุกคนรอคอย
“เมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ หยางหยางเขาเพิ่งถ่ายหนังจบไปอีกเรื่อง แล้วจะบอกอะไรให้นะคะ... ตอนนี้หยางหยางของเราน่ะ เนื้อหอมสุดๆ ในหมู่สาวๆ ที่นั่นเลย แต่ว่า... ก็น่าเสียดายอยู่หน่อย...”
เจียงหลีจงใจลากเสียงยาวแล้วหยุดไปดื้อๆ เล่นเอาคนฟังค้างเติ่ง
“โธ่ เจียงหลี! เธออย่ามัวแต่เล่นลิ้นสิ รีบๆ เล่ามาเลย!” พี่สะใภ้ใหญ่ทนไม่ไหว ต้องโวยวายออกมา
“นั่นสิเจียงหลี พี่กับพี่สะใภ้ใหญ่นี่คอจะยืดเป็นยีราฟรอฟังเธอเล่าต่ออยู่แล้วนะ” พี่สะใภ้สามยิ้มกว้าง ช่วยสมทบเร่งเร้าอีกแรง
“ฮ่าๆ ก็น่าเสียดายตรงที่... เจ้าหยางหยางของเราน่ะสิคะ ดันไม่สนใจไยดีสาวๆ พวกนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว” ในที่สุดเจียงหลีก็ยอมเฉลย เธอก้มหน้าก้มตาผัดผักในกระทะต่อ
“แต่ถึงยังไง พี่สะใภ้ใหญ่วางใจได้เลยค่ะ สินค้ายอดนิยมเกรดพรีเมียมอย่างหยางหยางบ้านเราน่ะ รับรองว่าอนาคตไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องหาคู่ครองแน่นอน”
พี่สะใภ้ใหญ่ฟังจบก็ไม่ได้ตอบรับอะไรในทันที แต่กลับขมวดคิ้วมุ่น “เจ้าเด็กบ้านี่ ก็นึกว่าใคร โตจนป่านนี้แล้วแท้ๆ มีผู้หญิงดีๆ เขามาสนใจทำไมถึงไม่รู้จักลองเปิดใจคบหาดูสักคนนะ?”
“ว่าแต่... ผู้หญิงที่มาชอบหยางหยางน่ะ เขาทำงานทำการอะไรกันเหรอ?” พี่สะใภ้สามถามแทรกขึ้นมาอย่างสนใจ
[จบบท]