บทที่ 616: ช็อตเด็ดทีเผลอ
"แม่คะ! เย็นสบายชื่นใจที่สุดเลย แม่รีบลงมาเร็วเข้าสิคะ!"
เสียงใสแจ๋วของลั่วหมิงเวยดังมาจากกลางลำธาร หนูน้อยหันมาเรียกเจียงหลีผู้เป็นแม่ยิ้มแฉ่ง ก่อนจะหันกลับไปก้มหน้าก้มตาเล่นน้ำต่ออย่างสนุกสนาน ลำธารสายนี้ตื้นเขิน น้ำใสแจ๋วจนเห็นพื้นทราย ระดับน้ำสูงเพียงแค่เหนือข้อเท้าขึ้นมาถึงน่องเล็กๆ ของหนูน้อยเท่านั้น
"เดี๋ยวแม่ตามลงไปจ้ะ" เจียงหลียืนอยู่บนฝั่ง ตะโกนตอบกลับไป
"ลูกเล่นดีๆ นะ ระวังลื่นล้มก้นจ้ำเบ้าล่ะ!"
"ค่า!" ลั่วหมิงเวยขานรับแข็งขัน
"อาครับ! อากำลังถ่ายรูปพวกเราอยู่เหรอครับ"
เจียงอีอวี่ หนึ่งในหลานชายตัวแสบ เงยหน้าขึ้นจากน้ำ เห็นอาเล็กสุดที่รักกำลังยืนถือกล้องถ่ายรูปเล็งมาทางพวกเขาพอดี ดวงตาของเด็กชายก็เป็นประกายวาววับ รีบเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
เจียงหลีอมยิ้ม พยักหน้ารับเบาๆ
"จริงเหรอครับ! งั้นอาถ่ายรูปผมเยอะๆ เลยได้ไหมครับ" เจียงอีอวี่เสนอตัวทันควัน
"ได้จ้ะ" เจียงหลีหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นหลานชายคนอื่นๆ ที่เหลือพากันหยุดเล่นน้ำแล้วหันมามองตาแป๋ว
"เดี๋ยวอาถ่ายรูปพวกเธอทุกคนให้เยอะแยะไปเลย ตกลงไหม"
"เย้! อาใจดีที่สุดในโลกเลย!"
สิ้นเสียงประกาศิต เหล่าหลานชายตัวเล็กๆ ก็ส่งเสียงเฮลั่น พากันยกยอปอปั้นอาเล็กของพวกตนกันยกใหญ่
ส่วนกลุ่มที่โตเป็นหนุ่มแล้ว แม้จะยืนนิ่งทำเก๊ก ไม่ได้ส่งเสียงโห่ร้องไปกับน้องๆ แต่รอยยิ้มกว้างที่ฉีกจนเกือบถึงใบหู เผยให้เห็นฟันขาวเรียงเป็นแถว ก็บ่งบอกความดีใจได้ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
บรรยากาศครึกครื้นเช่นนี้เกิดขึ้นได้เพราะวันนี้ทั้งบ้านตระกูลเจียงได้รับคำสั่ง "พักรบ" พ่อเจียงผู้ใหญ่บ้านเป็นคนประกาศิตเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ท่านให้เหตุผลว่าลูกสาวสุดที่รักอย่างเจียงหลี นานทีปีหนจะได้กลับบ้านสักครั้ง แถมครั้งนี้ยังพาลูกเขยและหลานตาตัวน้อยทั้งสามกลับมาด้วย จะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานได้ยังไง ท่านจึงประกาศให้ทุกคนในครอบครัวหยุดงานพักผ่อนกันสักสองสามวัน ถือโอกาสใช้เวลาร่วมกับครอบครัวของเจียงหลีให้ชุ่มปอดไปเลย
แน่นอนว่าวินาทีที่พ่อเจียงประกาศเรื่องนี้ออกมา เสียงไชโยโห่ร้องก็ดังลั่นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหญ่หรือรุ่นเล็กต่างก็แฮปปี้กันถ้วนหน้า
ก็แหม... การที่ได้นอนอยู่บ้านสบายๆ ไม่ต้องออกไปตรากตรำทำงาน แถมยังมีของอร่อยๆ ให้กินตลอดวัน มันจะเป็นวันเวลาที่วิเศษขนาดไหนกันล่ะ!
เจียงหลีเพลิดเพลินกับการเก็บภาพความทรงจำ เธอถ่ายรูปเจ้าตัวเล็กทั้งสามของตัวเองสลับกับบรรดาหลานชายจอมซนไปหลายสิบช็อต จนเมื่อเห็นว่าเด็กๆ กลับไปเล่นน้ำกันต่อแล้ว หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงของใครบางคนที่ยืนดูอยู่เงียบๆ
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก เจียงหลีแอบยกกล้องขึ้นช้าๆ เล็งไปยังลั่วเยี่ยนชิง แล้วกดชัตเตอร์รัวๆ เก็บภาพทีเผลอของเขาไว้หลายใบ
"คุณนี่ถ่ายรูปขึ้นกล้องจังเลยนะคะ" เธอเอ่ยชมหลังจากลดกล้องลง
ลั่วเยี่ยนชิงที่รู้ตัวว่าถูกแอบถ่ายไปแล้วเรียบร้อย กำลังรู้สึกขัดเขินอยู่หน่อยๆ พอได้ยินคำชมจากภรรยา เขาก็คลี่ยิ้มที่มุมปาก "คุณก็เหมือนกัน ถ่ายรูปขึ้นกล้องมาก"
"แหม ขอบคุณที่ชมค่ะ!" เจียงหลียิ้มตาหยี เธอยื่นกล้องถ่ายรูปในมือส่งให้ลั่วเยี่ยนชิง
"ตาคุณบ้างแล้ว ฉันจะไปเล่นน้ำแล้วนะคะ ฝากด้วย!"
ลั่วเยี่ยนชิงมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มจางๆ ประดับบนใบหน้าหล่อเหลา น้ำเสียงของเขาอบอุ่นและตามใจอย่างที่สุด "ไปเถอะครับ"
และแล้ว เขาก็เอาคืนเธอด้วยวิธีเดียวกัน...
ทันทีที่เจียงหลีหันหลังกลับไปและกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการเล่นน้ำ ลั่วเยี่ยนชิงก็ยกกล้องขึ้นเล็งไปที่ร่างบางที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุข แล้วกดชัตเตอร์เก็บภาพทีเผลอของเธอไว้บ้าง
หลังจากนั้น เขาก็ทรุดตัวนั่งลงบนโขดหินก้อนใหญ่ริมลำธาร ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ สายตาอ่อนโยนของเขาจดจ้องอยู่ที่เจียงหลี มองเธอกับเด็กๆ เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานไม่วางตา
เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอ เผลอแป๊บเดียวก็ใกล้ 11 โมงแล้ว เจียงหลีจึงตัดสินใจยุติความสนุก "เอาล่ะเด็กๆ ได้เวลากลับบ้านแล้วจ้า!"
"กลับบ้านนน! กลับบ้านนน!"
เสียงเล็กๆ ทั้งหลายประสานเสียงกันอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันเดินทัพขึ้นมาจากลำธาร จัดการเช็ดเท้าให้แห้ง สวมรองเท้าของตัวเอง แล้วเดินเรียงแถวตามหลังเจียงหลีและลั่วเยี่ยนชิงกลับบ้าน เสียงเจี๊ยวจ๊าวจอแจดังไปตลอดทาง
ภาพที่เห็นจากด้านหลังช่างน่าเอ็นดู เจียงหลีและลั่วเยี่ยนชิงไม่ต่างอะไรกับแม่ไก่ที่กำลังคุมฝูงลูกเจี๊ยบตัวเล็กตัวใหญ่กลับเล้า
และความบังเอิญก็เกิดขึ้น เมื่อขบวนทัพลูกเจี๊ยบเดินมาเกือบจะถึงหน้าประตูรั้วบ้าน ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ครอบครัวของเจียงกั๋วเซิ่ง พี่ชายรองของเธอ เดินหอบหิ้วสัมภาระพะรุงพะรังมาถึงหน้าประตูบ้านพอดิบพอดี
"พี่รอง! พี่สะใภ้รอง! กลับมากันแล้วเหรอคะ" เจียงหลีรีบส่งยิ้มหวานทักทาย
"อาครับ!" สองหนุ่มเจียงอีข่ายและเจียงอีฮ่าว ตะโกนเรียกอาสุดที่รักของพวกเขาก่อนใครเพื่อน
"ตายจริง! เสี่ยวข่ายกับเสี่ยวฮ่าวโตเป็นหนุ่มกันหมดแล้ว สูงขึ้นเยอะเลยนะเรา เก่งมากๆ!" เจียงหลีเอื้อมมือไปลูบหัวหลานชายทั้งสองที่เดินเข้ามาหา ใบหน้าของเธอยิ้มแย้ม อ่อนโยน และงดงามจนคนมองแทบละลาย
การถูกอาเล็กลูบหัวต่อหน้าธารกำนัล ทำให้เจียงอีข่ายที่ย่างเข้าวัย 14 ปีเต็ม รู้สึกแก้มร้อนผ่าวๆ ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่สำหรับเจียงอีฮ่าวในวัย 10 ขวบกลับไม่คิดอะไรซับซ้อน เด็กชายไม่เพียงไม่เขิน แต่ยังเอนศีรษะถูไถฝ่ามือนุ่มๆ ของอาเล็กอย่างออดอ้อน
เขายิ้มกริ่มจนตาหยี... ก็เขาชอบอาเล็กที่สุดในโลกเลยนี่นา อาเล็กของเขาสวยเหมือนนางฟ้าในนิทาน! ไม่ได้เจอกันตั้งสามปีแน่ะ คราวนี้อาเล็กยิ่งสวยขึ้นกว่าเดิมอีกเป็นร้อยเท่า!
"พี่สะใภ้รอง... นี่พี่กำลังจะมีน้องอีกคนเหรอคะ"
ขณะที่กำลังเล่นกับหลานๆ สายตาของเจียงหลีก็สังเกตเห็นหน้าท้องของเหอฮุ่ย พี่สะใภ้รอง ที่ดูนูนเด่นออกมาเล็กน้อย เธอจึงเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม
เหอฮุ่ยลูบท้องตัวเองเบาๆ พยักหน้ารับ "อื้ม สามเดือนกว่าแล้วล่ะจ้ะ"
[จบบท]