บทที่ 636: เธอว่าใครเป็นบ้า?
"อ้าว ถ้าเธอไม่บื้อ ก็แปลว่าพี่บื้อเหรอ"
สวีชุนเซียงแกล้งเบ้ปากใส่พี่สาว ก่อนจะหลุดยิ้มออกมา "ฉันว่าเราสองคนฉลาดจะตายไป ไม่ได้มีใครบื้อสักหน่อย"
"ในบรรดาพี่น้องสี่คนของเรา พี่ใหญ่ก็ขี้อายเกินไป ไม่ค่อยพูดค่อยจา วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน
ส่วนพี่สาม... เอ่อ พี่สามก็เป็นคนคิดเยอะคิดมาก ดูไม่ค่อยชอบฉันที่เป็นน้องเล็กเท่าไหร่" สวีชุนเซียงขยับตัวเข้าไปใกล้พี่สาวคนที่สี่มากขึ้นอีกนิด
"มีแต่พี่สี่นี่แหละที่คอยดูแลฉันตลอด ชวนฉันเล่น ชวนฉันคุย ไม่แปลกหรอกที่ฉันจะรักพี่สี่ที่สุดในบรรดาพี่สาวทั้งหมด"
บทสนทนาจิ๊จ๊ะของเด็กสาวสองคนลอยไปเข้าหูสวีชุนเสีย ที่เพิ่งก้าวเท้าออกมาจากลานบ้านพอดี แต่สายตาของเธอกลับไม่ได้หยุดอยู่ที่น้องสาวทั้งสอง เธอมองเลยไปข้างนอก ทอดสายตาไปยังกลุ่มคนที่กำลังเดินห่างออกไปในความมืดสลัว
ภาพของเจียงหลีที่ซบอยู่บนแผ่นหลังกว้างของลั่วเยี่ยนชิง สะท้อนอยู่ในแววตาของสวีชุนเสีย มันเหมือนเป็นชนวนจุดประกายความอิจฉาริษยาและความขุ่นแค้นให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง
นังนั่นมันไม่ยอมช่วย! สวีชุนเสียกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
ทั้งที่มีปัญญาช่วยแท้ๆ แต่กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ปล่อยให้ฉันโดนพ่อกับแม่ข่มเหงสารพัด!
คงอยากรอดูวันที่ฉันโดนขายไปให้ใครก็ไม่รู้สินะ อยากเห็นฉันตกต่ำ อยากหัวเราะเยาะฉันล่ะสิ!
ความเกลียดชังพุ่งทะยานขึ้นจนแทบจะระเบิดออกมา
นังเจียงหลี นังคนเลือดเย็น นังคนโหดร้าย!
"พี่สาม..." สวีชุนเหมยสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตบางอย่างจากด้านหลัง เมื่อหันไป เธอก็ปะทะเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของสวีชุนเสีย ซึ่งกำลังจับจ้องไปยังกลุ่มของเจียงหลีไม่วางตา
สวีชุนเหมยอึกอัก รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มบทสนทนาอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้
"มีอะไร" สวีชุนเสียตวัดสายตากลับมามองน้องสาว น้ำเสียงของเธอห้วนจัดจนน่ากลัว
"เปล่า ไม่มีอะไรค่ะ" สวีชุนเหมยรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
"พี่สาม" สวีชุนเซียงที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย หันไปเรียกพี่สาวคนรอง ก่อนจะหันมาสะกิดพี่สาวคนที่สี่ที่อยู่ใกล้กว่า "พี่สี่ๆ ดูนั่นสิ พี่เหวยหมินนี่นา"
เธอกระซิบกระซาบด้วยความตื่นเต้น "ทำไมเขาถึงเดินตามหลังพวกพี่หลีเป่าไปล่ะ แถมท่าทางดูแปลกๆ ด้วย"
สวีชุนเหมยชำเลืองมองตาม "อืม" เธอตอบรับในลำคอ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
"มืดค่ำป่านนี้ ตาดีจังนะ" สวีชุนเสียแขวะขึ้นมาลอยๆ
"โอ๊ย ก็คืนนี้พระจันทร์สว่างออก!" สวีชุนเซียงเถียงกลับตามประสาเด็ก
"พอเลยๆ ตากลมพอแล้ว กลับเข้าบ้านไปนอนได้แล้ว" สวีชุนเหมยรีบตัดบท
เธอดึงมือน้องสาวคนเล็กไว้แน่น ไม่อยากให้พูดถึงโจวเหวยหมินอีก เธอสังหรณ์ใจไม่ดีเลยว่าถ้าขืนปล่อยให้ชุนเซียงพูดต่อ พี่สามที่อารมณ์กำลังปั่นป่วนต้องหาเรื่องอาละวาดใส่น้องเล็กผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่แน่ๆ
แต่ดูเหมือนจะช้าไปก้าวหนึ่ง
สวีชุนเสียหันขวับมา ใบหน้าบึ้งตึงจนน่าขนลุก ก่อนจะตวาดแว้ดใส่สวีชุนเซียง "เขาเป็นพี่ชายเธอตั้งแต่เมื่อไหร่!"
"คะ? พี่สาม เป็นอะไรไป" สวีชุนเซียงสะดุ้งสุดตัว ตกใจกับท่าทีเกรี้ยวกราดของพี่สาว
"ก็แค่คนนอกคนหนึ่ง เรียกซะสนิทสนมเชียว หรือว่าอยากแต่งงานกับเขานักรึไง" สวีชุนเสียพ่นคำพูดร้ายกาจออกมาไม่หยุด
"ลืมไปแล้วรึไงว่าเขามีเมียแล้ว แล้วดูสารรูปตัวเองสิ อายุเท่าไหร่กัน..."
สวีชุนเสียยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ สวีชุนเซียงก็ปล่อยโฮออกมา เธอลุกพรวดขึ้นกระทืบเท้าปึงปัง จ้องพี่สาวตาเขม็งทั้งน้ำตา "พี่สามพูดจาเหลวไหลอะไรเนี่ย!"
"ฉันพูดผิดตรงไหน?" สวีชุนเสียแค่นเสียงหัวเราะเยาะ ราวกับไม่รับรู้น้ำตาของน้องสาวแม้แต่น้อย
"ถ้าเธอไม่ได้คิดอะไรกับโจวเหวยหมิน แล้วจะเรียกเขา 'พี่เหวยหมิน' 'พี่เหวยหมิน' อยู่ได้ล่ะ?"
"พี่สาม ฉันว่าพี่สติแตกไปแล้ว!" ในที่สุดสวีชุนเหมยก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอคว้าม้านั่งตัวเล็กที่ตัวเองกับน้องสาวนั่งอยู่ขึ้นมาถือไว้ พลางพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างที่สุด
"พี่ก็รู้ทั้งรู้ว่าน้องหกยังเด็ก ทำไมต้องพูดจาไร้สาระใส่เธอแบบนี้ด้วย ถ้าตัวเองหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดี ก็อย่ามาระบายอารมณ์ใส่น้องสิ"
พูดจบเธอก็หันไปหาสวีชุนเซียง ปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงทันที "ชุนเซียง หยุดร้องไห้นะ กลับบ้านกับพี่สี่ดีกว่า เราอย่าไปเสียเวลากับคนบ้าแถวนี้เลย"
"เธอว่าใครเป็นบ้า!"
คำพูดนั้นเหมือนไปจุดชนวนระเบิดเข้าอย่างจัง สวีชุนเสียปรี่ตามน้องสาวทั้งสองเข้าไปในลานบ้าน มือของเธอกระชากแขนสวีชุนเหมยไว้แน่น ดวงตาแข็งกร้าวราวกับสัตว์ป่า
"สวีชุนเหมย เธอพูดว่าใครเป็นบ้า พูดมาสิ! ใครมันบ้า!"
"พี่ก็น่าจะรู้ตัวดีที่สุดนี่" สวีชุนเหมยพยายามบิดแขนออกจากการเกาะกุม
เพียะ!
ไม่ทันที่สวีชุนเหมยจะได้ตั้งตัว สวีชุนเสียก็ใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ฟาดลงบนใบหน้าของเธออย่างแรงจนหน้าสะบัด
"สวีชุนเสีย! พี่กล้าตบฉันเหรอ! อยากมีเรื่องใช่ไหม ได้เลย อย่าคิดว่าฉันจะกลัวพี่นะ!"
สวีชุนเหมยเดือดดาลจนตัวสั่น ความเจ็บแสบที่แก้มถูกแทนที่ด้วยความโกรธจัด ดวงตาของเธอลุกวาวราวกับมีเปลวไฟพวยพุ่งออกมา พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพี่สาวที่กำลังคลุ้มคลั่งเต็มที่
[จบบท]