บทที่ 647: หาเรื่อง
“คุณคิดว่าฉันอยากเก็บไว้คนเดียวหรือไง!?” ซูชิงตะโกนกลับไปทั้งน้ำตา “ก็ทุกครั้งที่ฉันเอ่ยปากขอเงินคุณ คุณก็มีอยู่แค่สองอย่าง ไม่บอกว่า ‘ไม่มี’ ก็ตำหนิฉันว่า ‘อ้าปากทีไรก็พูดแต่เรื่องเงิน’ พอโดนคุณพูดจาดูถูกกันแบบนี้ ฉันไม่มีศักดิ์ศรีหรือไง!?”
ซูชิงยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด “ฉันอุตส่าห์มาเป็นปัญญาชนที่นี่ตั้งสองปีกว่า ฉันได้ยินคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านเขาพูดกันจนติดปากว่า ‘แต่งผัว แต่งผัว ก็เพื่อจะได้มีเสื้อผ้าใส่ มีข้าวกิน’ แต่นี่มันอะไร? คุณดูสิ่งที่คุณทำกับฉันสิ! แล้วทำไมฉันต้องทนมีชีวิตที่อัดอั้นตันใจขนาดนี้ด้วย!?”
เธอระเบิดอารมณ์ลุกขึ้นนั่ง แล้วทุบหลังโจวเหวยหมินอย่างแรงไปสองสามที ตอนนี้เธอน้ำตานองหน้าจนแทบมองอะไรไม่เห็น
“คุณจะสงบสติอารมณ์แล้วอยู่นิ่งๆ หน่อยได้ไหม!?”
โจวเหวยหมินถูกก่อกวนจนหมดความอดทน เขาเริ่มมีอารมณ์โกรธจัด สะบัดผ้าห่มผ้าดิบผืนหนาที่คลุมตัวออกไปด้านข้าง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งประจันหน้า แล้วจ้องมองซูชิงด้วยสายตาเย็นชา “ที่ผ่านมาผมทำให้คุณอดอยาก หรือทำให้คุณไม่มีเสื้อผ้าใส่จนต้องเปลือยกายหรือยังไง!?”
ซูชิงจ้องเขากลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ตั้งแต่เราแต่งงานกันมา คุณเคยควักเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้ฉันแม้แต่ชิ้นเดียวไหมล่ะ!?”
“แล้วคุณซื้อเองไม่เป็นหรือไง?”
บ้านหลังนี้ไม่ได้เก็บเสียงเลยแม้แต่น้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงทะเลาะกันดังไปปลุกคนอื่นๆ ในบ้านให้ตื่นขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลุกลูกชายตัวน้อย โจวเหวยหมินจึงต้องกัดฟันพูด ทั้งที่ในใจกำลังเดือดปุดๆ แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับไม่ดังอย่างที่ใจคิด
“ฉันไม่มีเงิน แล้วฉันจะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อ!?”
ซูชิงเองก็พยายามกดอารมณ์เช่นกัน เสียงของเธอที่เล็ดลอดออกมาจึงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและขุ่นเคืองอย่างที่สุด
“พอได้แล้วน่า... ต่อไปนี้ผมจะแบ่งเงินเดือนให้คุณใช้ส่วนตัวเดือนละ 10 หยวน”
โจวเหวยหมินรู้จักนิสัยแม่ของตัวเองดี ถ้าเงินได้หลุดเข้าไปอยู่ในมือแม่แล้วล่ะก็... นอกจากจะเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในบ้านจริงๆ ก็อย่าหวังว่าเงินแม้แต่เฟินเดียวจะกระเด็นออกมา
แต่เมื่อนึกย้อนกลับไป ตอนที่เขาตกลงปลงใจแต่งงานกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้ เขาก็อุตส่าห์ให้สินสอดไปตั้ง 200 หยวน
พวกเขาแต่งงานกันยังไม่ถึงสองปีดีเลยด้วยซ้ำ ปกติเขาก็ไม่เคยเห็นเธอฟุ่มเฟือยซื้ออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วเงินก้อนนั้นมันหายไปไหนหมด? โจวเหวยหมินนึกสงสัยขึ้นมาในใจ แต่ก็ไม่คิดจะถามซูชิงให้มากความ
เหตุผลน่ะหรือ?
ก็ในเมื่อเขาให้เงินก้อนนั้นไปในฐานะ ‘สินสอด’ แล้ว ดังนั้นซูชิงอยากจะเอาไปใช้จ่ายอะไร มันก็เป็นสิทธิ์ของเธอ ไม่เกี่ยวกับเขาอีกต่อไป
“เงินเดือนของคุณตั้ง 35 หยวน แต่คุณจะให้ฉันแค่ 10 หยวนเนี่ยนะ? มันไม่น้อยไปหน่อยเหรอ?” เมื่อได้ยินข้อเสนอ น้ำตาของซูชิงก็หยุดไหลทันควัน เธอจ้องหน้าโจวเหวยหมินเขม็ง
“ฉันไม่ขอมากหรอก เดือนละ 15 หยวน ห้ามต่ำกว่านี้เด็ดขาด”
โจวเหวยหมินทำหน้าไร้ความรู้สึก “แค่ 10 หยวน คุณจะเอาก็เอา ไม่เอาก็เรื่องของคุณ”
พูดจบเขาก็ล้มตัวลงนอนบนคัง หันหลังให้ซูชิงเหมือนเดิม “งานของผมมันไม่ได้ลอยมาจากฟ้านะ ก่อนที่ผมจะได้งานนี้ ผมก็ตกลงกับทุกคนในบ้านไว้ชัดเจนแล้ว”
“เงินเดือนตลอดสี่ปีแรก ห้ามขาดแม้แต่เฟินเดียว ทั้งหมดจะต้องเอาเข้ากองกลาง ให้แม่เป็นคนเก็บไว้ พอทำงานครบสี่ปี ผมถึงจะแบ่งเงินเดือนให้ที่บ้านแค่ครึ่งเดียว... วันนี้คุณมาโวยวายหาเรื่องผม กล่าวหาว่าแม่ข่มเหงคุณ”
“แถมยังบอกว่าแม่ไม่ให้เงินคุณไปหาหมอ... เรื่องนี้มันจะจริงหรือเท็จยังไงยังไม่ต้องไปพูดถึงมัน แค่เหตุผลข้อเดียวที่ว่าผมเป็นลูกที่แม่ให้กำเนิดมา ผมก็ไม่มีวันที่จะไปยืนชี้หน้าต่อว่าแม่ของตัวเอง เพียงเพราะคุณเป็นภรรยาของผมหรอก!”
น้ำตาที่เพิ่งหยุดไป ไหลทะลักออกมาอีกครั้ง ซูชิงพูดด้วยเสียงสะอื้นจนตัวโยน “ถ้าคุณพูดแบบนี้ มันก็หมายความว่าฉันสมควรแล้วที่ต้องถูกแม่คุณข่มเหงอยู่ที่บ้านหลังนี้ และในวันข้างหน้าฉันก็ต้องทนอัดอั้นใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ใช่ไหม!?”
“ผมก็ตกลงแล้วไงว่าจะให้คุณเดือนละ 10 หยวน? เป็นคนอย่าโลภให้มันมากนักสิ ส่วนเรื่องที่คุณโวยวายว่าแม่ข่มเหงคุณ มันก็ไม่พ้นเรื่องที่แม่ใช้ให้คุณทำกับข้าว ซักผ้า หรือออกไปทำงาน... ก็แล้วภรรยาบ้านไหนเขาไม่ทำเรื่องพวกนี้กันบ้าง!?”
โจวเหวยหมินคิดอย่างหัวเสีย เป็นคนเมืองแล้วมันวิเศษวิโสมาจากไหน? ปกติไม่ต้องกินข้าว ไม่ต้องใส่เสื้อผ้ารึไง?
ในเมื่อต้องกินข้าวต้องใส่เสื้อผ้า ไม่ลงมือทำเอง ไม่ซักเอง แล้วจะรอให้ใครมาทำให้?
หรือคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ในยุคก่อนการปลดปล่อย ที่จะต้องมีหญิงรับใช้สูงวัยกับพวกสาวใช้มาคอยปรนนิบัติรับใช้ทุกฝีก้าวหรือยังไงกัน!
“แต่มันไม่เหมือนกัน! ทุกครั้งฉันต้องซักเสื้อผ้าให้คนทั้งบ้านเลยนะ...”
ซูชิงเถียงในใจอย่างเจ็บช้ำ ก่อนที่เธอจะมาที่ชนบท ตอนอยู่ที่บ้าน เธอก็ซักแค่เสื้อผ้าของตัวเอง อย่างมากก็แค่โยนเสื้อผ้าของพ่อกับแม่สองสามชิ้นลงไปซักในกะละมังด้วย...
มันตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอต้องมารับหน้าที่ซักเสื้อผ้าให้คนทั้งบ้านแบบนี้?
ต่อให้เป็นตอนที่เธอมาเป็นปัญญาชนที่หมู่บ้านอาวลี่นี่... ก่อนที่จะแต่งงานเข้าบ้านโจว ตอนที่ซักผ้า เธอก็ซักแค่ของตัวเองคนเดียวเหมือนกัน!
[จบบท]