ทุกครั้งที่ซ่งเว่ยอุทานออกมา ป้าหนิวก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดจนอยากพุ่งเข้าไปเอาอะไรไปอุดปากเธอจริงๆ
สีหน้าของหัวหน้าหน่วยเองก็มืดลงเรื่อย ๆ แต่ซ่งเว่ยไม่สนใจ พูดจบก็รีบเผ่นแน่บ วิ่งเร็วเสียจนคนมองตามแทบไม่ทัน
หญิงชราคนอื่น ๆ มองตามเธอจนสุดสายตา เด็กสาวจากเมืองคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ เล่นเอาป้าหนิวเสียเปรียบเต็ม ๆ
แต่กลับจับผิดอะไรเธอไม่ได้เลย ตั้งแต่นั้นมา พวกเธอก็ไม่คิดจะหาเรื่องซ่งเว่ยอีก
หลังวิ่งออกมาได้ไกลพอสมควร ซ่งเว่ยก็เปลี่ยนเป็นเดินทอดน่องสบาย ๆ กลับไปยังที่พักของเยาวชนผู้มีการศึกษา
พอกลับไปถึง เธอก็เริ่มจัดการเห็ดที่เก็บมาจากภูเขาเมื่อสองวันก่อนทันที เห็ดดอกเล็กถูกแยกไว้ตากแห้ง ส่วนดอกอวบ ๆ เธอตั้งใจจะเอาไปทำซอสเห็ด
เธอจัดเรียงเห็ดอย่างเป็นระเบียบ ก่อนนำลูกสน เมล็ดสน และเกาลัดออกไปตากในสวนหลังบ้านด้วย
จากนั้นก็หาแผ่นไม้เก่า ๆ มาเขียนข้อความด้วยถ่าน แล้วปักไว้ในจุดเด่นชัด บนแผ่นไม้เขียนไว้ว่า
‘ใครหยิบไป คนนั้นเป็นหมา’ ถ้าเป็นยุคหลัง คนคงหัวเราะแล้วหยิบไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่
แต่ในยุคนี้ คนส่วนใหญ่ยังสนใจเรื่องหน้าตาตัวเองอยู่ คำขู่ง่าย ๆ แบบนี้จึงยังได้ผล
หลังจัดการทุกอย่างเสร็จ ซ่งเว่ยมองเห็ดกองโตแล้วถอนหายใจ เธออยากทำซอสเห็ด…แต่ปัญหาคือเธอทำไม่เป็น
สุดท้ายจึงตัดใจ แล้วหันไปนึ่งซาลาเปาแทน รอหลี่จวนกลับมาแล้วค่อยถามวิธีทำ
ทักษะการทำอาหารของเธอมีอยู่ไม่กี่อย่าง นอกจากอาหารง่าย ๆ ก็มีแค่การนวดแป้ง เพราะเธอแรงเยอะ แป้งเลยออกมาดีโดยธรรมชาติ
แม้จะเป็นแป้งหยาบ ซ่งเว่ยก็ไม่เกี่ยง เธอพับแขนเสื้อ ลงมือนวดแป้งก่อนจะทำซาลาเปาข้าวโพดเพิ่มอีกสองสามลูก
ไม่นาน ซาลาเปาก็สุก ซ่งเว่ยหยิบกินไปลูกหนึ่ง ที่เหลือเก็บใส่ถุง ก่อนสะพายตะกร้ากับกระสอบ เตรียมขึ้นเขาเหมือนทุกวัน
แต่วันนี้มันกลับไม่ราบรื่นนัก ระหว่างทาง เธอได้ยินเสียงเด็กหลายคนตะโกนกันวุ่นวาย
“ไอ้คนไม่มีพ่อ ไอ้คนไม่มีแม่ แกมันเป็นเด็กน่าสงสาร “ตีมัน! มันเป็นขโมย!”
เด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งถูกล้อมไว้ตรงกลาง โดนผลักโดนตี แต่ก็ยังตะโกนกลับทั้งน้ำตา
“ฉันไม่ได้ขโมยมานะ! คุณปู่ให้ฉันมาต่างหาก พอได้ยินชื่อ “เหอตัน” (ไข่ดำ) ซ่งเว่ยก็หยุดเดินทันที ก่อนหันหลังกลับแล้วตรงเข้าไปหาเด็กกลุ่มนั้น “พวกเธอกำลังทำอะไรกัน?”
เสียงของผู้ใหญ่ทำให้เด็ก ๆ ชะงัก แต่พอเห็นว่าเป็นซ่งเว่ย ความกลัวก็หายไปทันที
เด็กอ้วนคนหนึ่งเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจว่า พวกเรากำลังสั่งสอนมัน! มันเป็นขโมย ซ่งเว่ยเลิกคิ้วถามทันที
เขาขโมยอะไรไป แล้วเห็นกับตาหรือเปล่า ขโมยไปเมื่อไหร่ ที่ไหน ยังไง?
เด็กอ้วนพูดตะกุกตะกักทันที เพราะเรื่องขโมยนั้นเขาแต่งขึ้นมาเอง สุดท้ายจึงได้แต่ขึ้นเสียง
จะขโมอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับเธออย่ามายุ่ง! นี่เรื่องของครอบครัวฉัน “อ๋อ? งั้นเหอตันเป็นอะไรกับเธอเหรอ?”
เป็นลูกพี่ลูกน้อง ซ่งเว่ยทำหน้าแปลกใจ “ลูกพี่ลูกน้องเหรอ? ถ้าไม่บอก ฉันคงคิดว่าเป็นศัตรูกันเสียอีก”
เธอมองเด็กกลุ่มนั้นช้า ๆ ก่อนพูดต่อ พี่ถามหน่อยสิว่าพวกเธอเคยเห็นใครพาคนอื่นมารุมตีญาติตัวเองบ้างมั้ยล่ะ
เด็กคนอื่นเริ่มส่ายหน้า ซ่งเว่ยจึงพูดต่ออย่างจริงจัง เด็กดีไม่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าหรอกนะ
ดูเหอตันสิ ผอมก็ผอม ตัวก็เล็กกว่าพวกเธอทุกคน แล้วพวกเธอยังรุมรังแกเขาอีก
เด็กคนหนึ่งพูดเสียงเบา แต่หลินโย่วไฉบอกว่าเหอตันเป็นตัวซวย… พ่อแม่ตายเพราะเขา…
ไร้สาระ ซ่งเว่ยตอบทันที
พ่อของเหอตันขึ้นเขาไปหาสมุนไพรเพื่อรักษาแม่ของเขา เพราะอยากให้ทั้งแม่ทั้งลูกแข็งแรง เขารักลูกมาก ถึงได้ยอมเสี่ยงอันตราย
ส่วนแม่ของเขา ถึงจะเสียใจมาก แต่ก็ยังพยายามคลอดเหอตันออกมาได้ เพราะเธอก็รักลูกเหมือนกัน
น้ำเสียงของซ่งเว่ยอ่อนลง พวกเขาไม่ได้เกลียดเหอตันตันหรอกนะ เหอตันที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอชะงักไปทั้งตัว
ดวงตากลมโตแดงก่ำทันที ที่ผ่านมา ทุกคนบอกว่าเขาเป็นตัวซวย เป็นคนฆ่าพ่อแม่
แม้แต่ตัวเขาเองก็เริ่มเชื่อแบบนั้น แต่นี่เป็นครั้งแรก…
ครั้งแรกที่มีคนบอกว่า พ่อแม่รักเขา น้ำตาของเด็กน้อยไหลออกมาเงียบ ๆ
ซ่งเว่ยล้วงลูกอมออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้เด็ก ๆ เด็กดีต้องรู้จักยอมรับผิด แล้วต่อไปพวกเธอจะรังแกเหอตันอีกไหม?”
เด็กทุกคนพยักหน้าทันที ยกเว้นหลินโย่วไฉ
ไม่ทำแล้วครับ ซ่งเว่ยยิ้ม “งั้นก็เอาลูกอมไปแบ่งกันนะ แล้วขอโทษเหอตันด้วย ลูกผู้ชายที่แท้จริงต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ
ส่วนเด็กผู้หญิงที่น่ารักก็เหมือนกัน เด็ก ๆ รีบรับลูกอมกันด้วยความดีใจ ก่อนทยอยเดินไปขอโทษเหอตัน
“ขอโทษนะ…ฉันจะไม่ตีเธออีกแล้ว…
มีเพียงหลินโย่วไฉเท่านั้นที่ยังทำหน้าบึ้งตึง ฉันไม่เอาขนม! เหอตันก็แค่คนมาแย่งเงินของบ้านเราไป!”
ซ่งเว่ยหัวเราะเบา ๆ “งั้นเธอก็กลับไปถามแม่กับย่าของเธอดูสิ ว่าเงินที่พี่ชายเหอตันส่งกลับมาทุกเดือนหายไปไหนหมด”
หลินโย่วไฉหน้าเปลี่ยนสีทันที “เธอโกหก!” พูดจบเขาก็วิ่งหนีไป เด็กคนอื่น ๆ รีบล้อมซ่งเว่ย เรียกเธอว่า “พี่สาว” กันเสียงหวาน
แน่นอน…ที่เสียงหวานมันหวานเพราะได้กินลูกอมต่างหาก ซ่งเว่ยหัวเราะ ก่อนลูบหัวเหอตันเบา ๆ แล้วแอบยัดลูกอมให้อีกสองเม็ด
เหอตันสูดน้ำมูก เช็ดน้ำตา แล้วเงยหน้ามองเธอ ในโลกเดิมของซ่งเว่ย เด็กทุกคนคืออนาคตของมนุษยชาติ
เพราะอย่างนั้น เธอจึงใจดีกับเด็กเสมอ