พอรู้ว่าซ่งเว่ยจะขึ้นเขาไปเก็บเห็ดและหาฟืน เด็ก ๆ กลุ่มเดิมก็รีบวิ่งมาขอตามไปด้วยทันที
เด็กในกองพลผิงอันส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะช่วงความวุ่นวายก่อนหน้านี้ โรงเรียนถูกปิดไปหมด เด็ก ๆ เลยใช้เวลาทั้งวันวิ่งเล่นกันเป็นกลุ่ม สร้างความปวดหัวให้ผู้ใหญ่ไม่น้อย
ซ่งเว่ยไม่ได้ปฏิเสธเด็กๆ แต่เธอเตือนไว้ก่อน จะตามก็ตามไปได้ แต่ห้ามเข้าไปในป่าลึกนะ เข้าใจไหม
เด็ก ๆ พยักหน้ากันรัว ๆ “พี่ซ่ง ฉันรู้ว่าตรงไหนมีเห็ด หนูก็รู้ว่าตรงไหนมีเกาลัด ฉันก็รู้เรื่องลูกสนด้วยละ
เด็กพวกนี้วิ่งเล่นทั่วภูเขาทุกวัน รู้เส้นทางมากกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก ซ่งเว่ยจูงมือเหอตันข้างหนึ่ง อีกข้างจูงเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ
เดินตามกลุ่มเด็กจอมซนขึ้นเขาไป ระหว่างทาง เหอตันแอบมองเธอหลายครั้ง สีหน้าดูทั้งลังเลทั้งคาดหวัง
สุดท้ายเขาก็ถามออกมาเบา ๆ พี่ซ่ง… พ่อแม่ฉันรักฉันจริง ๆ เหรอ เสียงเด็กน้อยสั่นเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าเขาอยากรู้เรื่องพ่อแม่ของตัวเองมาก แต่คนในตระกูลหลินไม่เคยพูดเรื่องดี ๆ ให้เขาฟังเลย
ซ่งเว่ยพยักหน้า “แน่นอนสิ” เธอพูดช้า ๆ เพื่อให้เด็กเข้าใจง่าย วันนี้พี่ได้ยินป้าหวังเล่าเรื่องพ่อแม่ของเธอ
พ่อของเธอขึ้นเขาไปหาสมุนไพร เพราะอยากให้แม่กับลูกในท้องแข็งแรง ส่วนแม่ของเธอก็พยายามคลอดเธอออกมาอย่างสุดความสามารถ แล้วพี่ชายของเธอก็สมัครเป็นทหาร เพื่อจะได้ดูแลเธอในอนาคตด้วย
ดวงตาของเหอตันแดงขึ้นทันที “ขอบคุณครับ… พี่ซ่ง”
ซ่งเว่ยไม่ได้พูดเรื่องที่แม่ของเขาถูกตระกูลหลินกดขี่จนสุขภาพย่ำแย่ เพราะเด็กยังเล็กเกินไป เธอไม่อยากปลูกความแค้นไว้ในใจเขา
ตลอดทางขึ้นเขา กลุ่มเด็ก ๆ ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวไม่หยุด แต่ถ้าจะพูดกันจริง ๆ ซ่งเว่ยเองก็ดูจะซนไม่แพ้เด็กพวกนี้เหมือนกัน
เมื่อเดินมาถึงลำธารสายใหญ่เหนือหมู่บ้าน เด็ก ๆ ก็รีบร้องขึ้นทันที “แม่บอกว่าห้ามลงน้ำนะ!”
ซ่งเว่ยมองปลาในลำธารแล้วก็เลิกคิ้ว “แต่ในน้ำมีปลานะ” พูดจบ เธอก็พับขากางเกงขึ้น
แต่พวกเธอห้ามลงนะ ที่พี่ลงได้เพราะว่าฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงลงไปได้
แล้วเธอก็กระโดดลงน้ำทันที เด็ก ๆ ส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้น ซ่งเว่ยว่ายน้ำคล่องอย่างน่าเหลือเชื่อ
ไม่นานเธอก็จับปลาได้ตัวหนึ่งแล้วโยนขึ้นฝั่ง “ว้าว!!!” เด็ก ๆ ตาโตทันที พี่ซ่ง! ตรงนั้นมีปลาตัวใหญ่ด้วยนะ ข้างเท้าพี่ ที่ข้างเท้า!”
พี่ซ่งเก่งจัง เด็กชายคนหนึ่งเริ่มทนไม่ไหว แอบจะลงน้ำตาม แต่ยังไม่ทันก้าวลงไป ซ่งเว่ยก็หันมาคว้าแขนเขาโยนกลับขึ้นฝั่ง
แล้วตีที่ก้นเขา เด็กชายหน้าแดงทันที พี่ตีผมทำไม
“เพราะเธอไม่เชื่อฟังไงล่ะ” “แต่…แต่ก้นผู้ชายห้ามแตะนะ!”
ซ่งเว่ยตอบหน้าตาย “ก้นเสือฉันยังแตะได้เลยนับประสาอะไรกับก้นเด็ก”
เด็กชายอึ้ง “ผมไม่เชื่อ!” “งั้นก็ไม่ต้องเชื่อ เพราะที่นี่ไม่มีเสืออยู่แล้ว”
เด็ก ๆ หัวเราะกันลั่น ไม่นาน ซ่งเว่ยก็จับปลาได้หลายตัว เธอขึ้นจากน้ำ บิดชายเสื้อที่เปียกให้หมาดแล้วถามเด็กๆ
“พอกินไหม?” “พอแล้วมันเยอะมากเลย พี่ซ่งนี่เก่งจริงๆ ขนาดพ่อผมยังจับไม่ได้ขนาดนี้เลย!”
เด็กคนหนึ่งถามอย่างตื่นเต้น “แล้วเราจะกินกันยังไงดีล่ะ?”
“ย่าง” ซ่งเว่ยตอบทันที เพราะนี่คือวิธีเดียวที่เธอถนัดที่สุด “ใครมีต้นหอมหรือขิงบ้างมั้ย?”
“ผมจะไปเอามาเดี๋ยวนรี้เลย!” “เอาพริกมาด้วยนะ” เด็กคนหนึ่งรีบวิ่งลงเขาไปทันที
ส่วนซ่งเว่ยก็เริ่มจัดการกับปลา เอาเครื่องในออก ล้างให้สะอาด แล้วเก็บปลาส่วนที่เหลือไว้ในแอ่งน้ำตื้น
งานก่อไฟและย่างปลาถูกส่งต่อให้เหอตันกับเด็กชายตัวอ้วนอีกคน “ระวังไฟด้วยนะ กวาดหญ้าแห้งรอบ ๆ ออกให้หมดก่อน”
เด็ก ๆ พยักหน้ารับ พวกเขาคุ้นกับการก่อไฟบนเขาอยู่แล้ว ผู้ใหญ่สอนซ้ำเสมอว่าห้ามทำไฟลามเด็ดขาด
หลังจัดการทุกอย่าง ซ่งเว่ยก็พาเด็กบางส่วนเดินสำรวจแถว ๆ นั้น แต่จู่ ๆ เด็กชายผิวคล้ำคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามา
“พี่ซ่ง! ผมรู้ว่าแถวนี้มีรังผึ้งอยู่ตรงไหน!” ซ่งเว่ยเลิกคิ้ว “แล้วทำไมไม่ไปเอาเองล่ะ?”
เด็กชายทำหน้าเจ็บใจ “ผมเคยโดนต่อย บวมไปทั้งหน้าเลย แถมกลับบ้านไปยังโดนแม่ตีอีก”
ซ่งเว่ยหัวเราะ “งั้นวันนี้พี่จะช่วยเอง” เด็ก ๆ เฮกันทันที
ระหว่างเดิน พวกเขาช่วยกันเก็บฟืน กิ่งไม้สด และหญ้าแห้ง ซ่งเว่ยมัดทุกอย่างรวมกันเป็นกำใหญ่ ก่อนผูกไว้ที่เอว
จากนั้นเธอก็กอดลำต้นไม้แล้วปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เร็วเสียจนเด็ก ๆ ด้านล่างอ้าปากค้าง
“ว้าว…” “พี่ซ่งปีนต้นไม้เก่งมากเลย!” “แม่บอกว่าเด็กที่เรียนหนังสือมักจะอ่อนแอ… แม่โกหกชัด ๆ!”
ซ่งเว่ยปีนสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นรังผึ้งขนาดใหญ่ห้อยอยู่บนกิ่งไม้ เสียงผึ้งดังหึ่ง ๆ รอบตัวทันที
เธอหาที่เกาะให้มั่นคง ก่อนจุดไฟที่มัดหญ้าแห้ง ควันหนาทึบลอยขึ้นไปทางรังผึ้ง
ผึ้งเริ่มแตกตื่น บางตัวบินว่อน บางตัวร่วงลงพื้นเพราะควัน แต่ก็ยังมีหลายตัวพุ่งเข้าหาเธอ
ซ่งเว่ยใช้กิ่งไม้ปัดพวกมันออกอย่างรวดเร็ว มือหนึ่งถือคบไฟ อีกมือทรงตัวอยู่บนต้นไม้
ทุกการเคลื่อนไหวคล่องแคล่วและชำนาญ เมื่อผึ้งเริ่มกระจายตัว เธอก็หยิบมีดออกมา ตัดรังผึ้งก้อนใหญ่ลงมาอย่างระวัง
น้ำผึ้งสีทองไหลเยิ้มออกมา ซ่งเว่ยแตะน้ำผึ้งที่ติดนิ้วแล้วลองชิม ดวงตาเธอสว่างขึ้นทันที ว้าว หวานมาก!
เธอไม่ได้โลภ ตัดมาแค่พอกิน จากนั้นก็ใช้ใบไม้ขนาดใหญ่ห่อรังผึ้งไว้
แล้วทันใดนั้น ซ่งเว่ยก็ปล่อยตัวกระโดดลงมาทันที เด็ก ๆ กรีดร้องด้วยความตกใจ
เธอคว้ากิ่งไม้ด้านล่างไว้ได้อย่างแม่นยำ ก่อนเหวี่ยงตัวลงพื้นอย่างคล่องแคล่วราวกับลิงภูเขา
เด็ก ๆ :ถึงกับยืนอ้าปาค้างไปเลยทีเดียว สายตาที่มองเธอตอนนี้เต็มไปด้วยความชื่นชมและตื่นเต้น