พูดจบ ซ่งเว่ยก็ปีนกลับขึ้นไปบนหน้าผาอีกครั้ง เธอเอื้อมมือไปดึงเจียวกู่มู่อย่างเบามือ
เธอแค่ออกแรงดึงเล็กน้อยก็ได้มาอย่างง่ายดาย เธอโยนสมุนไพรใส่ตะกร้าแล้วพูดติ่ว่า“ไป เก็บวอลนัทกันเถอะ!”
บริเวณนี้มีต้นวอลนัทอยู่หลายต้น แต่ละต้นก็สูงใหญ่ กิ่งก้านเต็มไปด้วยลูกวอลนัทสีเขียวขนาดเท่ากำปั้น
ดูคล้ายลูกแพร์เล็กๆ ใต้ต้นไม้มีวอลนัทร่วงอยู่เต็มพื้น เปลือกด้านนอกหลายลูกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำ
และเริ่มเน่า แค่ใช้นิ้วเขี่ยเบาๆ ก็เห็นเนื้อวอลนัทด้านในแล้ว
ทั้งสองคนไม่คิดจะปีนขึ้นไปเก็บบนต้น แต่ก้มลงเก็บลูกที่ร่วงอยู่บนพื้นแทน
ไม่นาน มือของทั้งคู่ก็เปื้อนสีดำจากน้ำยางของเปลือกวอลนัท ซึ่งพอโดนอากาศนานๆ จะ
เปลี่ยนสีและล้างออกยากมาก มือขาวๆ ของซ่งเว่ยตอนนี้ดำไปหมด แต่เธอไม่สนใจเลย
สำหรับเธอแล้ว อาหารสำคัญกว่าอย่างอื่นทั้งหมด
วอลนัทบนพื้นมีเยอะจนเก็บไม่หมด ซ่งเว่ยจึงหยิบกระสอบออกมาเก็บต่อ
“อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว ต้องขนกลับไปให้คุ้มสิ”
พูดจบ เธอก็หยิบวอลนัทขึ้นมาแกะด้วยมือเปล่า เปลือกแข็งถูกเปิดออก เผยให้เห็นเนื้อวอลนัทสีขาวนวล
กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยออกมา ทั้งสองคน เพลิดเพลินกับการกินไปด้วยเก็บไปด้วย
เหอตันยิ้มกว้าง ใบหน้าคล้ำๆ ดูสดใสขึ้นทันที ทั้งสองคนเก็บวอลนัทไป กินไป จนเต็มกระสอบอีกใบ
ซ่งเว่ยที่เพิ่งจะลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ก็ชะงักไปทันที เบื้องหน้าเธอ มีเงาดำๆหลายตัวกำลังเดินเข้ามาไกล้
“หมูป่า?!” หมูป่าตัวโตเต็มวัยสองตัว เดินนำหน้าลูกหมูวัยรุ่นอีกหลายตัว กำลังคุ้ยเขี่ยหาวอลนัทกินโดนไม่รู้เลยว่ามีคนอยู่ตรงนี้ หมูพวกนั้นอ้วนกว่าหมูที่หน่วยเลี้ยงไว้เสียอีก
ดวงตาของซ่งเว่ยเป็นประกายขึ้นมาทันที เมื่อเหอตันหันไปมองตามเสียงของซ่งเว่ย สีหน้าของเขาก็ซีดเผือดทันที
“พี่ซ่ง รีบหนีเถอะครับ! หมูป่ามันดุมากเลยนะ!”
หมูป่าถึงจะกินพืช แต่มันก็ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย โดยเฉพาะตัวที่มีลูก พวกมันพร้อมจะพุ่งชนทุกอย่างที่ขวางหน้า
หมูป่าตัวโตทั้งสองตัวดูมีน้ำหนักเกินสามร้อยปอนด์ เขี้ยวยาวๆนั่นแทงคนตายได้สบายๆเลยล่ะ
ถึงเหอตันจะรู้ว่าซ่งเว่ยแข็งแรงมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่คิดว่าเธอจะสู้หมูป่าสองตัวนี้ได้
เขารีบดึงมือเธอจะวิ่งหนี แต่ซ่งเว่ยกลับยืนนิ่งไม่ขยับ สายตาของเธอจับจ้องไปที่หมูป่าราวกับเห็นทองคำ
“เนื้อ...” นั่นคือเนื้อ แถมยังฟรีอีกต่างหาก เธอกลืนน้ำลายหลายอึก “พระเจ้า เนื้อทั้งนั้นเลย...”
เหอตันถึงกับงง ทำไมหน้าพี่ซ่งถึงดูน่ากลัวกว่าหมูป่าอีก?!
“พี่ซ่ง เราไม่มีอาวุธนะ!” เด็กน้อยแทบร้องไห้ แต่ซ่งเว่ยกลับยกเขาขึ้น แล้วโยนขึ้นไปบนต้นวอลนัทอย่างคล่องแคล่ว
“เกาะดีๆนะ อย่าให้ตกลงมาล่ะ” จากนั้นเธอก็ก้มลงหยิบก้อนหินแหลมขนาดใหญ่ขึ้นมา
เสียงคำรามต่ำดังขึ้น หมูป่าตัวแม่สังเกตเห็นพวกเขาแล้ว มันขุดดินด้วยกีบเท้า ก่อนพุ่งเข้ามาอย่างดุร้าย
เหอตันหน้าซีดทันที “พี่ซ่ง!” ระวัง “ถ้าเธอกล้าลงมา ฉันจะถอดกางเกงแล้วตีก้นธอ”
พูดจบ ซ่งเว่ยก็พุ่งเข้าไปหาหมูป่าทันที
ปัง!
หมูป่าพุ่งชนพลาด ซ่งเว่ยอาศัยจังหวะนั้นกระโดดขึ้นหลังแล้วฟาดก้อนหินใส่หัวมันเต็มแรง
เสียงกระแทกดังสนั่น หมูป่าร้องลั่นก่อนล้มลงกับพื้น เหอตันที่เกาะอยู่บนต้นไม้ตกตะลึงจนแทบตกลงมา
เขามองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ หญิงสาวตัวบางๆ ที่ดูอ่อนแอ
กำลังนั่งอยู่บนหลังหมูป่าหนักหลายร้อยปอนด์ และกำลังใช้หินทุบมันอย่างเมามัน พร้อมรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า
ภาพนั้นทั้งน่ากลัว ทั้งประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
หมูป่าอีกตัวพุ่งเข้ามาช่วย แต่ซ่งเว่ยกลับยิ่งตื่นเต้นมากกว่าเดิม พื้นดินสั่นสะเทือนจากการดิ้นของหมูป่า
แต่ดวงตาของเธอกลับสว่างวาบราวกับคนคลั่ง ไม่นาน หมูป่าทั้งสองตัวก็ล้มลงแน่นิ่ง
เสื้อผ้า ใบหน้า และมือของซ่งเว่ยเต็มไปด้วยเลือด ผิวขาวของเธอตัดกับเลือดสีแดงเข้ม
ราวกับดอกเหมยสีแดงที่เบ่งบานท่ามกลางหิมะสีขาว สวย…แต่ก็ชวนขนลุกอย่างประหลาด
ซ่งเว่ยเช็ดเลือดที่เปื้อนใบหน้าออกลวกๆ ก่อนหันไปมองลูกหมูป่าที่ยังเหลือ
ดวงตาเธอเป็นประกายทันที เธอพุ่งเข้าไปคว้าขาหลังลูกหมูป่าสองตัว
แล้วลากมันกลับมาท่ามกลางเสียงร้องโหยหวน “เหอตัน ลงมาได้แล้ว เธอไปหาเถาวัลย์มาให้พี่หน่อย”
ลูกหมูตัวหนึ่งพยายามหันมากัด เธอจึงตบหัวมันเต็มแรง
“อยู่เฉยๆ หน่อยสิ!” ลูกหมูป่ามึนจนล้มกองไปกับพื้น
ลูกหมูป่าอีกตัวก็พยายามหนีสุดกำลังแต่ก็โดนตบอีกครั้งจนทรุดตามกันไป
ซ่งเว่ยสะบัดมือ “ต้องสั่งสอนหน่อยถึงจะเชื่อง”
เหอตันเดินลงมาพร้อมเถาวัลย์อย่างระมัดระวัง เขามองลูกหมูป่าสองตัวที่เกือบสลบ แล้วเงียบไปทันที
มันไม่ใช่เชื่องหรอก แต่ใกล้หมดสติแล้วต่างหาก…
แต่ในสายตาเขา ตอนนี้ซ่งเว่ยยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก
“พี่ซ่งเก่งจัง…” เขาอิจฉาเธอจริงๆ ถ้าเขามีพละกำลังแบบนี้บ้าง เขาคงไม่ต้องอดอยากอีกต่อไป
ซ่งเว่ยยิ้มกว้าง แม้ใบหน้าจะเปื้อนเลือด “ฮ่าๆ วันนี้มีเราเนื้อกินแล้ว!”
แต่พอหัวเราะเสร็จ รอยยิ้มของเธอก็ค่อยๆ จางลงทันที เธอจะขนของทั้งหมดกลับที่พักได้ยังไงให้ปลอดภัย
ปัญหาไม่ใช่เรื่องแรงนะ แต่ปัญหาคือ…ถ้าคนอื่นเห็นหมูป่าเข้า เธอคงเก็บไว้กินคนเดียวไม่ได้แน่
ส่วนเรื่องแบ่งให้คนอื่น? ไม่มีทางอยู่แล้ว เธอเป็นคนล่าเอง ทำไมต้องแบ่งด้วย ฝันไปเถอะ
ซ่งเว่ยลูบคางครุ่นคิด ก่อนพูดออกมา “งั้นก็ต้องหาทางขายมัน…”
เธอหันไปมองวอลนัทที่กองอยู่เต็มพื้น “วอลนัทนี่ทิ้งไว้ที่นี่ก่อน
เธอจะลองหาทางออกจากหุบเขานี้ก่อน แล้วค่อยเอาหมูป่าไปขาย”