สุดท้ายหลี่จวนก็ยอมรับเงินหนึ่งหยวนสองเหมาเอาไว้
หลิวหลินหลินที่ยืนอยู่ข้างเตาเหลือบมองด้วยสายตาเหยียดๆ
“ดีนี่ แค่รับใช้เธอแค่ไม่กี่วันก็ได้เงินแล้วสินะ ถึงว่า ดูเธอวิ่งวุ่นดูแลกันดีจังนะ”
ใบหน้าของหลี่จวนแดงขึ้นทันที “ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย ที่ฉันช่วยก็เพราะเป็นห่วง!”
ซ่งเว่ยหันไปมองหลิวหลินหลินด้วยสายตาเย็นชา
“บ้านเธอไม่ได้อยู่ติดทะเลสักหน่อย ทำไมถึงชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านนักล่ะ?”
“นี่มันเป็นเรื่องระหว่างฉันกับหลี่จวน เธอมีสิทธิ์อะไรมาสอดแทรกสาระแนเรื่องของคนอื่นแบบนี้ล่ะ?”
หลิวหลินหลินกระแทกหม้อลงบนเตาเสียงดัง
“ซ่งเว่ย! ที่เธอพูดหมายความว่ายังไง?”
“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย เธอหาเรื่องก่อนต่างหาก!”
หลี่จวนรีบเข้ามาห้าม “พอเถอะ อย่าทะเลาะกันเลย”
แต่หลิวหลินหลินไม่ยอมจบ “ทำไมล่ะ? แค่ตกน้ำครั้งเดียวก็รับคำวิจารณ์ไม่ได้แล้วหรือไง?”
“ใคร ๆ ก็รู้ว่าเธอกระโดดน้ำเพราะหลัวเย่เฉิง!”
หลี่จวนรีบอธิบาย “เธอไม่ได้กระโดดน้ำนะ เธอพลัดตกลงไปต่างหาก!”
หลังจากฟังคำอธิบายของซ่งเว่ยบนเกวียน หลี่จวนก็เชื่อไปแล้วเกือบทั้งหมด
ถ้าเธอเป็นคนที่ส่งของมีค่ามากมายให้ผู้ชายคนหนึ่ง แล้วถูกเขาเขี่ยทิ้งแบบนี้ เธอก็คงโกรธเหมือนกัน
แต่หลิวหลินหลินกลับหัวเราะเยาะ “ใครจะเชื่อล่ะ?”
“ทุกคนเห็นกับตาว่าซ่งเว่ยตามตื๊อหลัวเย่เฉิงมานานขนาดไหน พอรู้ว่าเขาจะคบกับคนอื่น
เธอจะคิดสั้นฆ่าตัวตายเพื่อประชดรักก็ไม่แปลกหรอก”
“มันมีคนบางคนแถวนี้หน้าด้านแบบนั้นจริง ๆ ด้วยนี่นา”
ซ่งเว่ยหัวเราะเบา ๆ “ฉันหน้าด้านหรือเปล่าไม่รู้หรอกนะ”
“แต่ที่แน่ ๆ เธอหน้าด้านกว่าฉันเยอะ”
“ฉันกับหลัวเย่เฉิงอย่างน้อยก็โตมาด้วยกัน ยังพอมีความเกี่ยวข้องกันบ้าง”
“แต่ถ้าฉันจำไม่ผิด ตอนที่เขาคบกับเจียงเสี่ยวว่านแล้ว เธอยังแอบเอาของไปให้เขาตั้งหลายครั้งเลยนี่?”
“เธอคิดว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้สินะ โธ่ ๆ สาวน้อยคิดว่าคนอื่นตาบอดกันหมดหรือไง?”
เรื่องนี้ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ ถ้ามีใครรู้เรื่องนี้เข้าคงบันเทิงน่าดูเลยล่ะเธอว่ามั้ย
สีหน้าของหลิวหลินหลินเปลี่ยนไปทันที
“ซ่งเว่ย!” นี่แก เธอกรีดร้องเสียงแหลมก่อนพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันที
“นังสารเลว!” ฉันจะฉีกปากแก
ซ่งเว่ยเลิกคิ้ว อยากลงไม้ลงมืออย่างนั้นหรือ ได้สิฉันพร้อมมากอยู่แล้ว ?
ในโลกเดิม เธอเคยต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์มาแล้วนับไม่ถ้วน ถึงร่างนี้จะอ่อนแอ แต่แค่รับมือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งก็ยังเหลือเฟือ เธอยกมือขึ้นคว้าข้อมือของหลิวหลินหลิน ก่อนออกแรงเพียงเล็กน้อย
ตุบ! อีกฝ่ายถูกเหวี่ยงล้มลงกับพื้นทันที
หลี่จวนที่ยืนดูอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง
เธอคิดมาตลอดว่าซ่งเว่ยคงเป็นฝ่ายโดนรังแกเสียอีก แต่ในจังหวะนั้นเอง กลุ่มชายหนุ่มผู้มีการศึกษาที่พิ่งเลิกงานก็เดินกลับมาพอดี
ซ่งเว่ยแค่เพียงเหลือบมองพวกเขา ก่อนหันกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ
“เธอเป็นคนเริ่มก่อนนะ”
หลิวหลินหลินล้มหน้าคว่ำ จมูกกระแทกพื้นจนเจ็บ น้ำตาแทบไหล ชายหนุ่มหลายคนรีบเข้ามาห้ามทันที
“เกิดอะไรขึ้น?” หลัวเย่เฉิงรีบเข้าไปช่วยพยุงหลิวหลินหลินขึ้นมา ก่อนหันมามองซ่งเว่ยด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ซ่งเว่ย เธอทำร้ายคนอื่นได้ยังไง?”
ซ่งเว่ยมองเขาเหมือนมองคนโง่
“หลัวเย่เฉิง นายไม่ได้แค่ใจดำ” “แต่สมองกับสายตายังมีปัญหาด้วยหรือเปล่า?”
“ตานายอยู่บนหัวหมาหรือยังไง? ไม่เห็นหรือว่าเธอเป็นฝ่ายพุ่งมาหาฉันก่อน?”
หลัวเย่เฉิงชะงักทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ เพราะเขาไม่เคยเห็นซ่งเว่ยพูดกับเขาแบบนี้มาก่อนเลย
“ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ควรลงมือแรงขนาดนี้”
“พูดไร้สาระ!” ซ่งเว่ยตัดบททันที “ฉันไม่ได้อยากต่อยแค่เธอหรอกนะ”
“แต่ฉันยังอยากต่อยนายด้วย” คำพูดนั้นทำให้ทุกคนตกตะลึงทันที
“หลัวเย่เฉิง คืนตั๋วทั้งหมดที่ฉันให้มาซะดีๆ โดยเฉพาะตั๋วจักรยาน”
“นายรับของของฉันไปตั้งมากมาย แล้วยังปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นมาด่าฉันฉอดๆ นี่นายคิดว่าฉันเป็นคนโง่หรือไง?”
สีหน้าของหลัวเย่เฉิงแดงก่ำด้วยความโกรธ
“ซ่งเว่ย พอได้แล้ว เธอเพิ่งออกจากโรงพยาบาลนะ เธอควรกลับไปพักผ่อนก่อน”
“อะไรกัน นี่ฉันกำลังรักษาหน้านายอยู่นะ หรือว่าหน้านายมันด้านจนไม่ได้รู้สึกอะไรเลย”
ซ่งเว่ยหัวเราะเย็นชา “นายอย่าบังคับให้ฉันต้องไปทวงของของฉันในงานแต่งของนายกับเจียงเสี่ยวว่านเลย”
“ถ้ามันต้องถึงขั้นนั้นหน้าตาของพวกนายคงไม่มีเหลืออีกแล้วล่ะ”
ทุกคนต่างพากันตกตะลึง ไม่มีใครคิดว่าซ่งเว่ยจะกล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าทุกคน
หลัวเย่เฉิงกำลังจะอ้าปากพูด แต่ซ่งเว่ยไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดแม้แต่น้อย
“ฉันยังเก็บจดหมายที่นายเขียนมาขอตั๋วกับขอเงินไว้ครบทุกฉบับไม่มีตกหล่นเลยล่ะ”
“รวมถึงตั๋วจักรยานด้วย” นายอยากดูมั้ยล่ะ
“ในเมื่อไม่ได้ชอบฉัน ก็คืนของทั้งหมดมาให้ครบห้ามขาดแม้แต่อย่างเดียว”
“ถ้านายเป็นลูกผู้ชายจริงๆก็อย่ารับผลประโยชน์จากผู้หญิงแล้วตีตัวออกห่างทีหลังสิ”
“เพราะมันน่ารังเกียจที่สุด”
สีหน้าของหลัวเย่เฉิงซีดลงทันที
“ฉันให้เวลานายสามวัน “เตรียมของมาคืนฉันให้ครบถ้าไม่ครบล่ะก็ นายเดาไม่ถูกแน่ว่านายจะต้องเจอกับอะไรบ้าง”
พูดจบ ซ่งเว่ยก็ยกมือกดขมับเบา ๆ ใบหน้าซีดขาวของเธอดูอ่อนแอจนเหมือนจะล้มได้ทุกเมื่อ
แต่คำพูดเมื่อครู่กลับเฉียบคมราวมีด
“เห้อ ฉันโกรธจนปวดหัวไปหมดแล้ว”
“เอาเป็นว่าถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญคอขาดปาดตายจริงๆละก็ห้ามใครมากวนฉันเด็ดขาด”
จากนั้นเธอก็หันหลังเดินกลับห้องทันที ไม่เปิดโอกาสให้หลัวเย่เฉิงแก้ตัวเลยแม้แต่น้อย
ทั่วทั้งลานบ้านพักเงียบสนิททันที หลังผ่านไปพักใหญ่ ทุกคนจึงค่อยแยกย้ายกันไป
แต่ในใจกลับไม่สงบเลยสักคน โดยเฉพาะหลัวเย่เฉิง
ใบหน้าของเขาซีดลงด้วยความอับอาย แต่สิ่งที่ทุกคนสนใจยิ่งกว่าคือ...
ซ่งเว่ยเปลี่ยนไปมากจริง ๆ “ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้?”
“เมื่อก่อนแค่เธอเห็นหลัวเย่เฉิงก็แทบจะวิ่งเข้าไปหาเขาทันทีแต่ตอนนี้กลับไม่ไว้หน้าเขาเลย”
มีคนหันไปถามหลี่จวนว่า “เธอรู้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”
หลี่จวนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดออกมา
“เรื่องที่ซ่งเว่ยกระโดดน้ำทุกคนเข้าใจเธอผิดนะ”
“ความจริงแล้วซ่งเว่ยไม่ได้กระโดดน้ำเพราะหลัวเย่เฉิงหรอก”
จากนั้นเธอก็เล่าเรื่องทั้งหมดที่ได้ฟังบนเกวียนให้ทุกคนฟังอีกครั้ง
เมื่อได้ยินความจริง หลายคนถึงกับอึ้ง “หมายความว่าซ่องเว่ยตกน้ำโดยบังเอิญงั้นเหรอ?”
“แล้วข่าวลือพวกนั้นล่ะ?”
หลี่จวนกัดฟันพูด “ก็เพราะยายแก่คนนั้นเป็นคนปล่อยข่าวลือเสียๆหายๆนั่นแหละ!”
“ตอนที่ซ่งเว่ยเพิ่งมาถึงก็เคยมีเรื่องกับยายแก่นั่นด้วย!”
ในขณะเดียวกัน ซ่งเว่ยที่กลับเข้าห้องไปแล้ว กำลังนอนอยู่บนเตียง
แต่เธอก็ได้ยินบทสนทนาทั้งหมดอย่างชัดเจน มุมปากเธอยกขึ้นเล็กน้อย
แผนล้างมลทินของเธอเริ่มได้ผลแล้ว แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลาจะสนใจเรื่องนั้นมากนัก
หัวของเธอยังปวดตุบ ๆ จากแผลที่กระแทกหินตอนตกน้ำ
เธอจึงหลับตาลงและผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง พระอาทิตย์ก็ใกล้ตกดินแล้ว
คนอื่นออกไปทำงานกันหมด เหลือเพียงเธอที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลและได้รับอนุญาตให้พักหนึ่งวัน
ซ่งเว่ยลุกขึ้นนั่งช้า ๆ ก่อนเริ่มจัดระเบียบทรัพย์สินของเจ้าของร่างเดิม
ยิ่งค้นความทรงจำมากเท่าไร สีหน้าของเธอก็ยิ่งเย็นลงเท่านั้น
ชีวิตของเจ้าของร่างเดิมไม่ดีเอาเสียเลย พ่อแท้ ๆ ยังอยู่ก็จริง
แต่หลังจากแม่เสียชีวิต พ่อก็แต่งงานใหม่ แม่เลี้ยง ลูกติดของแม่เลี้ยง รวมถึงลูกชายที่เกิดจากพ่อกับแม่เลี้ยง
ต่างพากันกดขี่เจ้าของร่างเดิม คำว่า "มีแม่เลี้ยงก็เหมือนไม่มีพ่อแท้ ๆ" ช่างเหมาะกับชีวิตของเธอเหลือเกิน
เดิมทีซ่งเว่ยไม่จำเป็นต้องลงมาที่ชนบทเลยด้วยซ้ำ
เพราะแม่ผู้ล่วงลับของเธอเคยเตรียมตำแหน่งงานไว้ให้เธอ รอแค่เธอเรียนจบก็สามารถเข้าทำงานต่อได้ทันที
แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ หนึ่งในลูกสาวตระกูลซ่งต้องถูกส่งลงมายังชนบท
และสุดท้าย... แม่เลี้ยงก็แอบใช้เส้นสาย ยกงานของเธอให้ลูกสาวตัวเอง และลงทะเบียนส่งซ่งเว่ยมาชนบทแทน
กว่าซ่งเว่ยจะรู้ตัว ทุกอย่างก็สายเกินแก้เสียแล้ว