พวกเขาคิดจริงๆ เหรอว่าซ่งเว่ยจะยืนให้จับง่ายๆ?
เธอแค่เบี่ยงตัวหลบเบาๆอย่างคล่องแคล่ว มือหนึ่งดึงเหอตันไว้ อีกมือก็หยิบก้อนหินเล็กๆ คว้างไปโดนเข่าของเติ้งชุนฮวาอย่างแม่นยำ
“โอ๊ย!” ลูกสะใภ้คนโตของตระกูลหลินเซล้มหน้าคะมำทิ่มดินทันที
แต่ไม่มีใครทันได้เห็นว่าซ่งเว่ยทำอะไร ทุกคนคิดว่าเติ้งชุนฮวาแค่สะดุดล้มเอง
เติ้งชุนฮวานอนกุมเข่าร้องครวญคราง ก่อนเงยหน้าจ้องซ่งเว่ยเขม็ง
“อีเด็กเวร! แกยังกล้าหลบงั้นเหรอ!”
ซ่งเว่ยยิ้มเยาะ “ป้าคะ ป้าจะตีฉันนะ แล้วจะให้ฉันยืนรอเฉยๆหรือไง นี่แค่ล้มเบาๆเองนะ สมองบ้าไหลออกมาให้หมากินหมดไปแล้วเหรอ” เติ้งชุนฮวาโมโหจนหน้าแดง
“เมื่อวานแกก็กล้าตีลูกชายฉัน! แล้วก็แก แกมันไอ้เด็กอกตัญญู!”
เธอชี้ไปที่เหอตัน “แกช่วยเหลือคนนอกมารังแกคนในบ้านของตัวเอง ระวังฟ้าผ่าตายเถอะ!”
เหอตันชินกับคำด่าพวกนี้มานานแล้ว เด็กน้อยเพียงแค่ก้มหน้าเงียบ และกำชายเสื้อของซ่งเว่ยแน่น
ซ่งเว่ยหัวเราะเบาๆ “ป้าคะ ปากป้ากินอะไรมางั้นเหรอทำไมถึงเหม็นขนาดนี้เนี่ย”
เธอมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนพูดต่อเรียบๆ
“ลูกชายที่ป้าพูดถึง คงไม่ใช่ไอ้คนขี้เกียจไร้ประโยชน์ที่ใช้เด็กห้าขวบไปตัดหญ้าเลี้ยงหมูนั่นหรอกนะ?”
คนรอบข้างเริ่มกลั้นหัวเราะ ซ่งเว่ยพูดต่อด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“ถ้าเป็นเขาจริง ฉันก็ยอมรับนะว่าฉันตีเขาไปนิดหน่อย แต่แตะเบาๆ เอง เขาก็ล้มแล้ว คนอะไรจะอ่อนแอได้ขนาดนั้น?”
เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นรอบด้าน ชาวบ้านไม่เคยเห็นใครกล้าด่าคนได้เจ็บขนาดนี้ ทั้งที่ไม่มีคำหยาบเลยสักคำ
และที่สำคัญ ซ่งเว่ยยังยิ้มหวานเหมือนกำลังคุยเล่นๆอีกต่างหาก
เติ้งชุนฮวาแทบคลั่ง “แกว่าใครอ่อนแอ อีนังบ้า!”
เธอพุ่งเข้ามาอีกครั้ง หมายจะข่วนหน้าซ่งเว่ย แต่ซ่งเว่ยรีบผลักเหอตันออกไปด้านหลัง แล้วแสร้งทำเสียงตกใจ
“ป้าคะ มีอะไรก็ค่อยๆพูดกันดีๆ สิ!” เกาเล่อที่อยู่ไม่ไกลรีบลุกพรวด คิดจะเข้ามาช่วยเธอ
แต่ยังไม่ทันถึงตัว ก็ได้ยินเสียง “เพียะ!” ดังสนั่น ภาพตรงหน้าพร่าเขาไปชั่วขณะ ก่อนจะเห็นเติ้งชุนฮวาล้มลงกับพื้นอีกครั้ง
และเอามือกุมใบหน้าตัวเองไว้ ซ่งเว่ยยกมือขึ้น สีหน้าดูตกใจไร้แบบเดียงสา
“อุ๊ย ป้าฉันขอโทษนะค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ป้าเจ็บมากไหมคะ?”
บนแก้มของเติ้งชุนฮวาปรากฏรอยฝ่ามือแดงเถือกชัดเจนครบห้านิ้ว เธอรู้สึกมึนงงไปหมด
ไม่ว่าจะคิดยังไง ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงเป็นฝ่ายโดนตบได้ยังไง ทั้งที่ซ่งเว่ยดูบอบบางขนาดนั้น
“ไร้ประโยชน์จริงๆ!” แม่เฒ่าหลินที่ยืนดูอยู่เริ่มทนไม่ไหว ตอนแรกเธอคิดว่าลูกสะใภ้คนโตจัดการเด็กสาวตัวเล็กๆ แบบซ่งเว่ยได้ง่ายๆ
แต่ใครจะคิดว่าจะกลายเป็นฝ่ายโดนเล่นงานเสียเอง เติ้งชุนฮวากัดฟันลุกขึ้นอีกครั้ง พุ่งเข้าใส่ซ่งเว่ยด้วยความแค้น
แต่ครั้งนี้ ซ่งเว่ยเพียงแค่ถอยหลบเบาๆ แล้วเหยียบหลังเท้าอีกฝ่ายเต็มแรง
“โอ๊ย!” เติ้งชุนฮวาทรุดลงไปกองกับพื้นอีกรอบ คราวนี้ชาวบ้านรอบๆ ถึงกับเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะจะดังกระหึ่มขึ้น
“ฮ่าๆๆ ล้มอีกแล้ว!” “เมื่อก่อนเติ้งชุนฮวาดุจะตาย วันนี้เป็นอะไรไปเนี่ยช่างดูน่าสมเพชจริงๆ?”
“ล้มติดกันสามรอบแล้วนะตลกชะมัด ซ่งเว่ยนี่ก็ดวงแข็งจริงๆ!”
เสียงเอะอะดังไปถึงหัวหน้าหน่วย จนเขาต้องรีบวิ่งมาดู “เกิดอะไรขึ้นอีกแล้วล่ะ!”
ทันทีที่เห็นเขา เติ้งชุนฮวาก็รีบฟ้องเขาทันที “หัวหน้าหน่วย! ยัยนี่ตีฉันอีกแล้ว!”
ซ่งเว่ยรีบถอยหลัง ทำสีหน้าเหมือนกำลังถูกใส่ร้าย “ป้าคะ ป้าจะพูดมั่วๆ ไม่ได้นะคะ ป้าล้มเองต่างหาก”
หัวหน้าหน่วยปวดหัวตุบๆทันที “ซ่งเว่ย… ทำไมเป็นเธออีกแล้วล่ะ”
เธอเพิ่งจะมีเรื่องกับป้าหนิวไปเมื่อไม่กี่วันก่อน วันนี้มาก่อเรื่องอีกแล้ว?
ซ่งเว่ยรีบเถียงทันที “หัวหน้าหน่วย เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับฉันนะคะ พวกเขามาหาเรื่องฉันก่อน”
เติ้งชุนฮวาตะโกนทันที “เมื่อวานมันตีลูกชายฉัน!”
ซ่งเว่ยพยักหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน “อืม เขาสมควรโดนนะ”
“หนอย อีนังแพศยา!” เติ้งชุนฮวาด่าด้วยความโมโห
“แกแต่งตัวยั่วผู้ชาย แล้วยังกล้าทำร้ายลูกชายฉันอีก! ที่เขาชอบแกก็ถือว่าเป็นบุญของแกแล้ว!”
พอนึกถึงสภาพลูกชายที่กลับบ้านปำพร้อมกับรอยฟกช้ำ แถมยังยืนยันว่าจะเอาซ่งเว่ยมาเป็นเมียให้ได้อีก
เติ้งชุนฮวาก็แทบกระอักเลือดออกมา สีหน้าหัวหน้าของหน่วยมืดลงทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
แต่ซ่งเว่ยก็ไม่ใช่คนที่จะยอมโดนด่าฟรีๆอยู่แล้ว เธอจึงหัวเราะเย็นๆ
“บุญของฉันงั้นเหรอ?” อี๋ย์ แค่นึกถึงก็ขนลุกแล้ว น่าสะอิดสะเอียนที่สุด
“นี่ป้า ป้าคิดว่าทั้งบ้านป้ามีค่าดั่งทองคำงั้นสิ รู้มั้ยว่าแม้แต่หมาหน้าหมู่บ้านยังไม่อยากเข้าใกล้พวกป้าเลย”
ชาวบ้านรอบข้างเริ่มหัวเราะอีกครั้ง ซ่งเว่ยกอดอก มองเติ้งชุนฮวาด้วยสายตาจริงจัง
“ลูกชายป้า ทั้งเตี้ย ทั้งขี้เกียจ ทั้งน่าเกลียด น่าขยะแขยง สกปรก ตัวเหม็น แถมยังจนมากอีกต่างหาก
ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะเอาคนแบบนี้ไปทำพันธ์กัน?” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ
“ถ้าจะบอกว่าเขามีข้อดีก็คงมีอย่างเดียว คือมีหน้าตาเหมือนคนก็แค่นั้น”
“นี่แก!” แม่เฒ่าหลินตวาดลั่น ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เธอมองซ่งเว่ยด้วยสายตาเย็นชา
“ปากดีจริงนะ ซ่งเว่ยหลานชายฉันเรียนจบชั้นมัธยมต้น ถือว่ามีการศึกษามากที่สุดในหมู่บ้าน
แล้วเธอเป็นใคร เป็นแค่เด็กเมืองที่ถูกส่งมาชนบท ยังกล้ามารังแกคนในหมู่บ้านอีกเหรอ!”
ซ่งเว่ยทำหน้าแปลกใจ “จบมัธยมต้นเหรอคะ? ที่โรงเรียนไหนคะถึงได้สอนออกมามีคุณภาพขนาดนี้ได้?”
คนรอบข้างเริ่มหลุดหัวเราะอีกระลอก แม่เฒ่าหลินหน้าเขียวทันที จากนั้นเธอก็เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว
“หลานชายฉันบอกแล้วว่าเขากำลังคบหากับเธออยู่! เขาให้ของกับเธอไปตั้งเยอะแยะ แต่เธอกลับมาทำร้ายเขา!”
คำพูดนี้ทำให้ชาวบ้านเริ่มมองซ่งเว่ยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
เติ้งชุนฮวารีบเสริมทันที “ใช่! ยัยจิ้งจอกนี่ต้องหลอกเอาของลูกชายฉันไปแน่ๆ เมื่อวานลูกชายฉันยังจะเอามันมาเป็นเมียอยู่เลย!”
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นรอบๆ “หรือจะเป็นเรื่องจริงนะ…”
“เด็กเมืองพวกนี้ก็ใช่ว่าจะใสสะอาดหรอกนะ เพราะก่อนหน้านี้ไป๋หยุนเจียวก็เคยให้หนุ่มๆ มาช่วยทำงานให้เหมือนกันนี่นา”