เมื่อวานพวกเขาเก็บวอลนัทได้เยอะถึงสองกระสอบใหญ่ และยังซ่อนไว้ที่เดิม เพราะบริเวณนั้นค่อนข้างเปลี่ยว
แทบไม่มีใครขึ้นมา ขณะที่เหอตันกำลังเก็บฟืน ซ่งเว่ยก็เดินหาเห็ดไปเรื่อยๆ
ภูเขาลูกนี้อุดมสมบูรณ์มาก เดินไปไม่กี่ก้าวก็เจอเห็ดแล้ว การเก็บเห็ดสำหรับเธอเหมือนกำลังเก็บเงินเข้ากระเป๋า
ยิ่งเก็บก็ยิ่งอารมณ์ดี จู่ๆ เธอก็หยุดฝีเท้าลง “ตรงนี้มีโพรง” ซ่งเว่ยก้มลงสำรวจ ก่อนจะเห็นมูลกระต่ายกับขนสีเทาอยู่ใกล้ๆ
ดวงตาของเธอเป็นประกายทันที นี่ต้องเป็นโพรงกระต่ายแน่นอน เธอมองรอบๆ อย่างรวดเร็ว แล้วก็พบทางเข้าอีกสองจุด
“กระต่ายเจ้าเล่ห์มีสามโพรงจริงๆ ด้วย” ซ่งเว่ยรีบปิดอีกสองทางทันที จากนั้นเธอหยิบไม้ขึ้นมางัดโพรงอย่างคล่องแคล่ว
เหอตันที่เก็บฟืนอยู่ไม่ไกลรีบวิ่งเข้ามาดูด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันได้ถาม เขาก็เห็นซ่งเว่ยดึงกระต่ายตัวอ้วนตัวหนึ่งออกมาจากโพรงแล้วจับขาหลังมันไว้แน่น “กระต่าย!” เด็กน้อยตาโตด้วยความตื่นเต้นทันที
ซ่งเว่ยโยนกระต่ายให้เขา “เอา เธอจับหูมันไว้นะ” กระต่ายตัวนี้หนักไม่น้อยเลย เหอตันแทบจับไม่อยู่เพราะมันดิ้นแรงมาก
ซ่งเว่ยไม่เสียเวลาพูดต่อ เธอเอื้อมมือลงไปในโพรงอีกครั้ง แล้วดึงกระต่ายใหญ่ออกมาอีกตัว
เหอตันอ้าปากค้าง “ไปเอาเชือกมาเร็ว” เธอมัดขากระต่ายอย่างชำนาญแล้วโยนไว้ข้างๆ ก่อนจะล้วงมือเข้าโพรงอีกครั้ง
คราวนี้เหอตันถึงกับคุกเข่าดูใกล้ๆ เขากำหมัดแน่นลุ้นว่าเธอจะจับกระต่ายได้อีกหรือเปล่า
ไม่นาน ซ่งเว่ยก็ดึงกระต่ายออกมาได้อีกตัว “ได้อีกตัวแล้ว!” เสียงเด็กน้อยดังลั่นด้วยความดีใจ
ซ่งเว่ยมัดขามันต่อ ก่อนจะจับตัวที่สี่ได้อย่างรวดเร็ว เหอตันตื่นเต้นจนพูดไม่ออก
“สี่ตัวแล้ว! พี่ซ่งเก่งที่สุดเลย!” แต่ซ่งเว่ยยังไม่หยุด เธอก้มมองโพรงที่พังลง ก่อนเอื้อมมือเข้าไปอีกครั้ง
คราวนี้ไม่ใช่กระต่ายตัวโต แต่เป็นลูกกระต่ายตัวเล็กๆ ถึงหกตัว เหอตันถึงกับตาค้างเลยทีเดียว
หลังตรวจดูจนแน่ใจว่าไม่มีกระต่ายเหลืออีกแล้ว ซ่งเว่ยก็ลุกขึ้น ปัดมือเบาๆ มองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ
เพราะตรงหน้ามีกระต่ายตัวโตสี่ตัว กับลูกกระต่ายอีกหกตัววางอยู่ เหอตันเองก็มองพวกมันด้วยสายตาเป็นประกาย
“เรากินมันสักตัวเถอะ” เพราะพวกเขาเพิ่งกินมันเทศเป็นมื้อกลางวันมา พอมาเห็นเนื้อก็เริ่มหิวขึ้นมาอีกทันที
ทั้งคู่หาจุดที่มีน้ำ ก่อนซ่งเว่ยจะจัดการกระต่ายอย่างคล่องแคล่ว ส่วนเหอตันก็นั่งเฝ้ากองไฟ พลางหันไปมองกระต่ายตัวอื่นเป็นระยะ ราวกับกลัวว่าพวกมันจะหนีไปไหน ไม่นาน กลิ่นเนื้อย่างหอมๆ ก็ลอยฟุ้ง เหอตันจ้องกระต่ายย่างดวงตาไม่กะพริบ
“พี่ซ่งวันนี้เราโชคดีมากเลย จับกระต่ายได้ตั้งเยอะ!” ในหมู่บ้าน ใครที่จับกระต่ายได้ก็ถือว่าน่าอิจฉามากแล้ว
แต่นี่กลับจับได้ตั้งสี่ตัว แถมยังมีลูกกระต่ายอีกหกตัวด้วย ซ่งเว่ยยิ้มมุมปาก
“กลับไปแล้วห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาดนะ ซ่อนดีๆ เข้าใจไหม” เหอตันพยักหน้าแรงทันที
เรื่องซ่อนของดี เขาถนัดอยู่แล้ว ตั้งแต่เด็กถ้าเก็บผลไม้ป่ากลับบ้านแล้วถูกคนตระกูลหลินเห็น ก็จะโดนแย่งหมด
ยิ่งเป็นเนื้อด้วย ยิ่งต้องระวัง ซ่งเว่ยชี้ไปที่ลูกกระต่าย
“พอกลับไป เธอเอาไปเลี้ยงสามตัว พี่สามตัว” เหอตันตกใจทันที
“ไม่ได้! พี่ซ่งเป็นคนจับได้ทั้งหมดนะ!”
“เอาน่า แบ่งกันคนละครึ่งแหละดีแล้ว” ซ่งเว่ยพูดเรียบๆ “ถ้าเสี้ยงโตแล้วจะกินหรือจะขายก็แล้วแต่เธอเลย”
เด็กน้อยยังเถียงอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยอมรับและดีใจเงียบๆ ในใจตั้งใจว่าจะเลี้ยงกระต่ายทุกตัวให้ดีที่สุด
หลังจากกินอิ่ม ซ่งเว่ยก็เก็บเห็ดต่อ ส่วนฟืนของเหอตันก็เกือบเต็มตะกร้าแล้ว
ก่อนลงเขา พวกเขายังเจออีกเส้นทางหนึ่งที่เชื่อมไปยังกองพลผิงอันได้พอดี
พอใกล้ค่ำ ซ่งเว่ยก็แบกเห็ด ส่วนกระต่ายทั้งหมดถูกซ่อนไว้ใต้ถุงวอลนัทในตะกร้าใบใหญ่
ระหว่างทางเหอตันก็ยังคอยเก็บหญ้ากับใบไม้เพิ่ม เพราะเขาคิดเรื่องเลี้ยงกระต่ายอยู่ตลอด
ซ่งเว่ยช่วยพยุงฟืนด้านหลังให้ เด็กน้อยจึงรู้สึกเบาขึ้นมาก เขาหันกลับมาหลายครั้ง
“พี่ซ่ง ผมแบกเองได้พี่ไม่ต้องช่วยหรอก” “เดินไปเถอะ”
ซ่งเว่ยตอบอย่างสบายๆ โดยไม่ปล่อยมือ ระหว่างทางลงเขา พวกเขาเจอชาวบ้านหลายคน
ต่างฝ่ายต่างทักทายกันสั้นๆ แล้วแยกย้าย บรรดาป้าที่ขึ้นเขามาเก็บผักป่ามองตามทั้งคู่ไปพลางพูดคุยกันไป
“เหอตันนี่ชีวิตลำบากจริงๆ อยู่บ้านตระกูลหลินก็โดนใช้งานเหมือนลูกวัว แถมตอนนี้ยังต้องมาช่วยซ่งเว่ยอีก”
ป้าอีกคนส่ายหน้าทันที “ฉันว่าเหอตันในตอนนี้ยังดูดีกว่าอยู่บ้านหลินนะ อย่างน้อยเสื้อผ้าก็สะอาดขึ้น แล้วซ่งเว่ยก็ยังขึ้นเขาเป็นเพื่อนด้วย เด็กตัวแค่นั้นไปคนเดียวอันตรายจะตาย”
แต่หญิงสาวคนหนึ่งกลับแค่นเสียง “พวกคุณคิดว่าเยาวชนผู้มีการศึกษาจะเป็นคนดีกันหมดหรือไง
ใครจะรู้ว่าเธอจะใช้งานเหอตันหนักแค่ไหน เห็นมั้ยว่าเด็กตัวเล็กๆจะแบกฟืนกองโตขนาดนั้นได้ยังไง”
มีคนย้อนขึ้นมาทันที
“แล้วก่อนหน้านี้เหอตันไม่เคยแบกเลยหรือไง? ตอนโดนตระกูลหลินใช้งาน ทำไมไม่เห็นเธอช่วยพูดแบบนี้บ้างล่ะ”
อีกคนเสริมอย่างประชด “หรือเสียดายเงินร้อยสามสิบหยวนกันแน่?”
หญิงสาวหน้าเปลี่ยนสี ก่อนสะบัดหน้าเดินจากไปทันที “ยังไงฉันก็ไม่เชื่อว่าซ่งเว่ยจะใจดีจริงๆหรอกนะ!”