บทที่ 138: หลี่เชิ่งเหม่ยเป็นแม่สื่อ
เซี่ยเสี่ยวยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ เมื่อทอดสายตามองไปยังสีหน้าบิดเบี้ยวของหลี่เชิ่งเหม่ย อารมณ์ที่เคยขุ่นมัวก็พลันสดใสขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
เธอรู้สึกว่าตัวเองก็นิสัยเสียไม่เบาเหมือนกันที่เห็นสีหน้าท่าทางเหมือนคนอกแตกตายของหลี่เชิ่งเหม่ยแล้วกลับรู้สึกสะใจจนบอกไม่ถูกแบบนี้
เกาเจี้ยซิงหันมามองเธอแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ผมไม่อยากให้คุณคบกับเฮ่อเสวียปิงเพียงเพราะต้องการยั่วโมโหหลี่เชิ่งเหม่ยหรอกนะ”
วินาทีนั้นเซี่ยเสี่ยวรู้สึกเหมือนถูกเขามองทะลุเข้าไปถึงความคิด เธอส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะตอบกลับไป
“ฉันไม่ได้เห็นความรักเป็นเรื่องเล่นๆ ขนาดนั้น แล้วก็ไม่ได้นิสัยแย่ขนาดนั้นด้วย”
“เล่าเรื่องเมือง S ให้ผมฟังหน่อยได้ไหม”
จู่ๆ เกาเจี้ยซิงก็เปลี่ยนเรื่องถามขึ้นมา เซี่ยเสี่ยวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจก่อนจะตอบรับ
“ได้สิ คุณอยากจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เมือง S เหอ มหาวิทยาลัยที่นั่นมีชื่อเสียงและดีมากๆ หลายแห่งเลยนะ”
“เล่าให้ผมฟังหน่อยสิ”
เกาเจี้ยซิงพยักหน้าแสดงความสนใจ
เซี่ยเสี่ยวมีความรู้เรื่องมหาวิทยาลัยพวกนี้ดีอยู่แล้ว เธอจึงเริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยในเมือง S ให้เขาฟังอย่างออกรส ปากเล็กๆ ขยับเจื้อยแจ้วไม่หยุดตลอดยางเดิน จนกระทั่งทั้งสองคนเดินไปถึงหน้าบ้านตระกูลเกา บทสนทนาก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน ทางด้านหลี่เชิ่งเหม่ยได้แต่ยืนมองแผ่นหลังของเซี่ยเสี่ยวด้วยความเคียดแค้น เธอกำลังจะหันหลังเดินกลับ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาคนผู้หนึ่งเดินตรงเข้ามาใกล้
คนคนนั้นคือหลิวไห่กั๋ว
หลี่เชิ่งเหม่ยชะงักฝีเท้า เดิมทีเธอตั้งใจจะเดินหนีไปให้พ้นๆ แต่เมื่อสมองแล่นเร็วคิดแผนการบางอย่างได้จึงหยุดยืนรออยู่ที่เดิม
“หัวหน้าทีมหลิว ทำไมวันนี้ถึงมีเวลาว่างเดินมาถึงนี่ล่ะ”
หลี่เชิ่งเหม่ยร้องทักหลิวไห่กั๋วเสียงดัง
หลิวไห่กั๋วยิ้มแห้งๆ อย่างเกรงใจก่อนจะตอบกลับ
“หัวหน้าหลี่ ผมแค่แวะมาดูแถวนี้เฉยๆ ครับ”
หลี่เชิ่งเหม่ยแสยะยิ้มรู้ทัน
“มาหาเซี่ยเสี่ยวล่ะสิท่า”
“ใช่ครับ ผมมาหาเซี่ยจือชิง ไม่รู้ว่าเธออยู่หรือเปล่า”
หลิวไห่กั๋วไม่รู้เรื่องความขัดแย้งระหว่างหลี่เชิ่งเหม่ยกับเซี่ยเสี่ยว เขาจึงแสดงท่าทีสนิทสนมและนอบน้อมกับหลี่เชิ่งเหม่ยเต็มที่ เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายสตรีประจำหมู่บ้าน ถ้าหากหลี่เชิ่งเหม่ยยอมออกหน้าช่วยเขา เขาก็จะมีโอกาสจีบสาวงามติดมากขึ้น
“เซี่ยเสี่ยวเหรอ”
หลี่เชิ่งเหม่ยทำเสียงสูงปรี๊ด พลางชี้ไม้ชี้มือไปทางด้านหน้า
“เห็นนั่นไหม นั่นไงเซี่ยเสี่ยวกับเกาเจี้ยซิง สองคนนั้นกำลังเดินไปบ้านตระกูลเกาโน่นแล้ว”
“อ๋อ ขอบคุณครับหัวหน้าหลี่ งั้นผมขอตัวตามไปก่อนนะ”
หลิวไห่กั๋วดีใจจนเนื้อเต้น เตรียมจะก้าวขาเดินตามไปทันที
หลี่เชิ่งเหม่ยรีบเรียกเขาไว้
“เดี๋ยวสิ เธอเพิ่งมาถึงเมื่อกี้ สวนกับลูกชายฉันบ้างไหม”
“เจอครับ ปิงไจ๋เพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้นี้เอง”
หลิวไห่กั๋วตอบตามความจริง
หลี่เชิ่งเหม่ยจ้องมองหลิวไห่กั๋วพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้า ผู้ชายคนนี้หน้าตอบแก้มตอบ ฟันเหยินยื่นออกมา หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่จนดูไม่ได้ เธอคิดในใจว่าต่อให้เธออยากจะจับคู่เขากับเซี่ยเสี่ยวแค่ไหน แต่คนอย่างเซี่ยเสี่ยวไม่มีทางชายตาแลผู้ชายสภาพแบบนี้แน่นอน
หลี่เชิ่งเหม่ยแสร้งทำน้ำเสียงไม่พอใจ
“ฮึ รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงมายืนอยู่ตรงนี้ ปิงไจ๋ลูกชายฉันไม่ยอมให้แม่มาส่ง แต่กลับให้เซี่ยเสี่ยวมาส่งถึงที่นี่ แล้วดูสิ่งที่แม่นั่นทำสิ พอส่งปิงไจ๋เสร็จก็ไปเดินกับเกาเจี้ยซิงหน้าตาเฉย ทิ้งให้คนเป็นแม่อย่างฉันยืนหัวโด่ไม่สบอารมณ์อยู่นี่ไง”
“หัวหน้าหลี่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
หลิวไห่กั๋วถามด้วยความงุนงง
“ก็โกรธเซี่ยเสี่ยวน่ะสิ เธอแหกตาดูเอาเถอะ ลูกชายฉันทั้งหล่อทั้งเก่งขนาดนี้ แต่นังเด็กนั่นกลับทำตัวกั๊กความสัมพันธ์ ลูกชายฉันขอคบเป็นแฟนก็ไม่ยอมตกลง ปิงไจ๋ยังบอกอีกนะว่าไปเป็นทหารแล้วจะเขียนจดหมายหา แต่ดูตอนนี้สิ พอคล้อยหลังปุ๊บก็เดินตามต้อยๆ ไปกับเกาเจี้ยซิงปั๊บ มันใช้ได้ที่ไหนกัน”
หลิวไห่กั๋วได้ฟังดังนั้นก็ยืนนิ่งเงียบไป
หลี่เชิ่งเหม่ยใส่ไฟต่อทันที
“ฉันรู้นะว่าเธอก็ตามจีบเซี่ยเสี่ยวอยู่ แต่หนุ่มๆ ในทีมการผลิตนี้ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่ชอบแม่นั่นสักหน่อย ตอนนี้ปิงไจ๋ลูกชายฉันก็กลับมาแล้ว ไม่นึกเลยว่าลูกชายฉันจะหลงแม่นั่นหัวปักหัวปำเหมือนกัน คิดแล้วมันน่าโมโหนัก”
“หัวหน้าหลี่ครับ เซี่ยเสี่ยวไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกครับ”
หลิวไห่กั๋วพยายามแก้ต่างให้หญิงในดวงใจ
หลี่เชิ่งเหม่ยปรายตามองหลิวไห่กั๋วอย่างดูแคลน
“เธอจะไปรู้อะไร เธอรู้จักนิสัยใจคอแม่นั่นดีแค่ไหนเชียว”
หลิวไห่กั๋วถึงกับพูดไม่ออก หลี่เชิ่งเหม่ยจึงรุกฆาตต่อ
“เฮ้อ เธอตัดใจจากเซี่ยเสี่ยวเถอะ ตาแก่ที่บ้านฉันจองตัวแม่นั่นไว้เป็นลูกสะใภ้แล้ว”
คำพูดนั้นทำให้หลิวไห่กั๋วรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ เฮ่อหงจวินหมายตาเซี่ยเสี่ยวให้ลูกชาย แถมปิงไจ๋ก็ชอบเธอ อีกทั้งปิงไจ๋ยังหน้าตาดีกว่าเขามาก ไหนจะมีเกาเจี้ยซิงและกู้เว่ยกั๋วเป็นคู่แข่งอีก การที่เขาอยากจะแต่งงานกับสาวสวยสักคน ทำไมมันถึงยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้
หลิวไห่กั๋วถอนหายใจด้วยความท้อแท้ เตะก้อนหินระบายอารมณ์อย่างหมดอาลัยตายอยาก
หลี่เชิ่งเหม่ยเห็นท่าทางห่อเหี่ยวของหลิวไห่กั๋ว จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว เธอนึกถึงคำพูดของเฮ่อหงจวินผู้เป็นสามีขึ้นมาได้ จึงเอ่ยปากเสนอ
“ไห่กั๋ว เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยวฉันแนะนำสาวคนอื่นให้”
“ใครเหรอครับ จะมีใครมาสนใจคนอย่างผม”
หลิวไห่กั๋วถามเสียงอ่อย
“สหายเฝิง... เฝิงอิงไง เป็นไงบ้าง สนใจไหม”
“เฝิงอิง...”
หลิวไห่กั๋วจะไม่รู้จักเธอได้อย่างไร ในเมื่อเฝิงอิงคือคนกลางที่คอยช่วยเขาติดต่อกับเซี่ยเสี่ยวมาโดยตลอด
“เอ่อ...”
หลิวไห่กั๋วพูดไม่ออก พอมีเพชรน้ำงามอย่างเซี่ยเสี่ยวมาเปรียบเทียบ เฝิงอิงในสายตาของเขาก็กลายเป็นแค่ก้อนกรวดธรรมดาที่ไร้ความน่าสนใจไปทันที
หลี่เชิ่งเหม่ยเห็นท่าทีลังเลจึงรีบพูดหว่านล้อม
“เรื่องเซี่ยเสี่ยวน่ะเธอเลิกหวังไปได้เลย อีกอย่างตอนนี้เธอมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าทีมการผลิตหงซิง จะชอบใครก็ย่อมได้ ยุวปัญญาชนหญิงในทีมของเธอก็มีตั้งเยอะแยะ ถ้าเธออยากแต่งงานจริงๆ มีหรือสาวๆ พวกนั้นจะไม่ยอม”
หลิวไห่กั๋วพยักหน้ารับอย่างจำนน แต่ปัญหาคือยุวปัญญาชนหญิงในทีมการผลิตหงซิง นอกจากหลิวเยว่แล้ว คนอื่นๆ หน้าตาก็พื้นๆ กันทั้งนั้น ส่วนหลิวเยว่ก็นิสัยคุณหนูเอาแต่ใจ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เขาคงรับมือไม่ไหวและไม่กล้าอาจเอื้อม
แต่พอพูดถึงเฝิงอิง หลิวไห่กั๋วก็ยังรู้สึกไม่ค่อยเต็มใจนัก เขาปักใจรักเซี่ยเสี่ยวไปแล้ว ฝันกลางวันก็ยังฝันว่าได้แต่งงานกับเธอ จะให้ยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้เขาก็ทำใจลำบาก
หลี่เชิ่งเหม่ยรู้อยู่แล้วว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้หลิวไห่กั๋วปุบปับเปลี่ยนใจมาชอบเฝิงอิง ความจริงเธอเองก็ไม่ได้อยากจะเป็นแม่สื่อแม่ชักอะไรนักหรอก ใจจริงเธออยากจะให้ผู้ชายหน้าตาอัปลักษณ์อย่างหลิวไห่กั๋วรวบหัวรวบหางเซี่ยเสี่ยวไปเลยเสียด้วยซ้ำ เซี่ยเสี่ยวจะได้เลิกมายุ่งกับลูกชายของเธอเสียที
แต่เธอก็ยังจำคำขู่ของเฮ่อหงจวินได้แม่น ช่วงนี้ความสัมพันธ์ของเธอกับสามีย่ำแย่ลงมาก ถึงขนาดต้องแยกห้องนอนกัน ซึ่งนั่นทำให้หลี่เชิ่งเหม่ยกลุ้มใจจนแทบเป็นบ้า
เมื่อก่อนตอนที่เฮ่อหงจวินคอยเอาอกเอาใจ เธอทั้งรำคาญทั้งหยิ่งผยอง ไม่เคยเห็นหัวสามี คิดว่ายังไงเขาก็ไปไหนไม่รอด ต้องยอมสยบแทบเท้าเธอวันยังค่ำ
แต่พอเฮ่อหงจวินเปลี่ยนไปเป็นคนละคน กลายเป็นคนเย็นชาไร้เยื่อใย หลี่เชิ่งเหม่ยกลับเป็นฝ่ายที่รับไม่ได้เสียเอง
ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากสามีจะไม่สนใจไยดี ลูกชายทั้งสองคนก็ไม่เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ หลี่เชิ่งเหม่ยรู้สึกเหมือนชีวิตช่วงนี้ช่างยากลำบากเหลือเกิน
ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกว่าเฝิงอิงหมดประโยชน์แล้ว แถมยังสร้างความประทับใจแย่ๆ ให้กับลี่เจิ้นชวนอีก ถ้าเขี่ยเฝิงอิงออกไปให้พ้นๆ โดยการจับคู่ให้แต่งงานออกไปอยู่ทีมการผลิตอื่นได้ก็คงจะดีไม่น้อย
หลังจากหลิวไห่กั๋วเดินคอตกกลับไป หลี่เชิ่งเหม่ยก็มุ่งหน้าไปที่บ้านพักยุวปัญญาชนเพื่อหาเฝิงอิง
การปรากฏตัวของหลี่เชิ่งเหม่ยทำให้เฝิงอิงแปลกใจมาก
หลี่เชิ่งเหม่ยเรียกเฝิงอิงออกมาคุยด้านนอก แล้วเปิดประเด็นเรื่องหลิวไห่กั๋วทันที แน่นอนว่าเฝิงอิงปฏิเสธเสียงแข็ง
“หัวหน้าหลี่ ฉันไม่ต้องการคบหากับหลิวไห่กั๋วค่ะ”
หลี่เชิ่งเหม่ยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถามกลับ
“แล้วเธออยากคบกับใครล่ะ”
เฝิงอิงก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมตอบคำถาม หลี่เชิ่งเหม่ยหรี่ตามองอย่างจับผิดแล้วลองหยั่งเชิง
“ชอบเจ้าคนโตหรือปิงไจ๋ลูกชายฉันงั้นสิ”
เฝิงอิงส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน
“ไม่ใช่ทั้งคู่ค่ะ”
“งั้นก็... เลขาลี่สินะ”
เฝิงอิงหน้าแดงซ่าน พยักหน้ายอมรับอย่างเอียงอาย หลี่เชิ่งเหม่ยแค่นหัวเราะออกมาทันที
“เลิกฝันกลางวันเรื่องเลขาลี่ได้เลย พ่อของปิงไจ๋บอกฉันว่าทางบ้านของเลขาลี่น่าจะหาคู่หมั้นเตรียมไว้ให้เขาแล้ว”
หัวใจของเฝิงอิงที่เคยพองโตพลันห่อเหี่ยวลงจนเย็นเฉียบราวกับถูกน้ำแข็งเกาะกุม แต่เพียงชั่วพริบตา ความหวังก็กลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้งราวกับหญ้าแห้งที่ได้รับน้ำฝน
“เรื่องจริงเหรอคะ เลขาลี่มีคู่หมั้นแล้ว?”
เฝิงอิงถามย้ำด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
หลี่เชิ่งเหม่ยพยักหน้ายืนยัน
“แปดเก้าส่วนน่าจะเป็นเรื่องจริง”
“แต่เซี่ยเสี่ยวเคยบอกว่าเลขาลี่ยังไม่แต่งงานนี่คะ”
หลี่เชิ่งเหม่ยกลอกตามองบนใส่ความไร้เดียงสาของเฝิงอิง
“ถึงจะมีคู่หมั้น แต่ถ้ายังไม่ได้จัดพิธีแต่งงาน เขาก็เรียกว่ายังไม่แต่งงานไม่ใช่หรือไง ยัยโง่”
[จบบท]