บทที่ 189: พบเจอ
จ้าวเยี่ยนพยายามพูดเกลี้ยกล่อมพี่ชายด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า
“พี่คะ หนูไม่ได้บอกให้พี่กลับไปตอนนี้สักหน่อย แต่ถ้าป้าสะใภ้ท้องขึ้นมาจริงๆ พวกเราคงอยู่ลำบากกว่าตอนนี้แน่ๆ แล้วบ้านหลังนั้นเขาก็คงไม่ยกให้พี่แล้วด้วย พี่ลองคิดดูสิ ทางฝั่งตระกูลเซี่ยพี่ยังเป็นถึงหลานชายคนโตนะ ถ้าพี่ยอมกลับไป ปู่กับย่าต้องใจอ่อนยอมให้อภัยพี่แน่ๆ”
เซี่ยเฉียงฟังแล้วก็ยังทำหน้าบึ้งตึง สวนกลับไปทันควัน
“เธออย่าลืมสิว่าตอนนี้พวกเราย้ายชื่อมาเข้าทะเบียนบ้านตระกูลจ้าวแล้ว จะให้กลับไปตระกูลเซี่ยมันจะไปง่ายดายขนาดนั้นได้ยังไง อีกอย่างตอนนั้นพวกเราก็แตกหักกันจนมองหน้าไม่ติด เมื่อวานเราเพิ่งจะหาคนไปดักตีเซี่ยชุนหรงมาหมาดๆ ป่านนี้หมอนั่นคงเอาไปฟ้องที่บ้านหมดเปลือกแล้ว ตระกูลเซี่ยก็ใช่ว่าจะขาดแคลนหลานชายเสียเมื่อไหร่ เขาจะมาเห็นหัวฉันทำไม”
ชายหนุ่มหยุดพักหายใจด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะระบายความอัดอั้นในใจออกมาต่อ
“ถึงเป็นหลานคนโตแล้วมันยังไง พ่อเองก็เป็นลูกชายคนโตเหมือนกัน แล้วเธอเห็นไหมล่ะว่าปู่กับย่าให้ความสำคัญกับพ่อหรือเปล่า บ้านเก่าหลังนั้นเขาก็ไม่ยกให้พ่อ แบบนี้จะนับว่าเป็นลูกชายคนโตได้ยังไง เธอไปดูบ้านอื่นสิ มีบ้านไหนบ้างที่ลูกคนโตไม่ได้สืบทอดบ้านหลัก มีแต่พ่อเรานี่แหละที่ไม่ได้เรื่อง ไม่อย่างนั้นคงไม่โดนไล่ออกมาแบบนี้หรอก”
ยิ่งพูดยิ่งโมโห เซี่ยเฉียงยังคงเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง เขาประกาศเจตนารมณ์เสียงแข็ง
“ยังไงซะบ้านเก่าตระกูลเซี่ยก็เทียบกับบ้านตระกูลจ้าวไม่ได้หรอก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต่อไปบ้านจ้าวจะต้องตกเป็นของฉัน ใครหน้าไหนก็มาแย่งไปไม่ได้ทั้งนั้น”
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งบ้านตระกูลจ้าว บรรยากาศกำลังตึงเครียดระคนตื่นเต้น แม่เฒ่าจ้าวเอ่ยถามกวนหมิงลี่เพื่อความมั่นใจ
“แน่ใจแล้วเหรอ?”
กวนหมิงลี่พยักหน้าหงึกหงัก สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความปิติยินดี
“แม่คะ ครั้งนี้หนูมั่นใจจริงๆ ค่ะ ต้องใช่แน่ๆ ช่วงนี้หนูรู้สึกเพลียอยากแต่นอนตลอดเวลา แถมยังง่วงเหงาหาวนอน ร่างกายอ่อนล้าไปหมด แล้วก็เริ่มมีอาการคลื่นไส้อยากจะอาเจียนด้วย”
พอได้ยินแบบนั้น ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่เฒ่าจ้าวก็ฉายแววความสุขออกมาทันที
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยสิ ดีจริงๆ ในที่สุดตระกูลจ้าวของเราก็จะได้มีหลานชายสืบสกุลสักที”
พ่อเฒ่าจ้าวที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ เอ่ยขัดขึ้นมาด้วยความสุขุม
“รอให้หมอตรวจยืนยันให้แน่นอนก่อนดีกว่า แล้วเรื่องนี้ก็อย่าเพิ่งไปพูดให้เฉียงจื่อกับเยี่ยนจื่อรู้เชียวล่ะ”
แม่เฒ่าจ้าวรีบพยักหน้ารับคำ
“ใช่ๆ ช่วงสามเดือนแรกครรภ์ยังไม่นิ่ง อย่าให้สองพี่น้องนั่นรู้เรื่องเด็ดขาด รอให้พ้นสามเดือนจนท้องเริ่มคงที่ก่อน ค่อยหาเรื่องให้เฉียงจื่อกับเยี่ยนจื่อกลับไปนอนที่โรงงาน”
จ้าวต้ากั๋วขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยแย้งขึ้นมา
“แม่ ถ้าทำแบบนั้น สองคนนั้นคงไม่พอใจแน่ๆ”
แม่เฒ่าจ้าวโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ
“อะไรก็ไม่สำคัญเท่าลูกในท้องของหมิงลี่หรอก นั่นมันหลานแท้ๆ ของตระกูลจ้าวเรานะ อีกอย่างเฉียงจื่อกับเยี่ยนจื่อก็โตๆ กันแล้ว ถึงวัยที่ต้องหาคู่ครองกันได้แล้ว”
กวนหมิงลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามหยั่งเชิง
“แม่คะ ถ้าเฉียงจื่อแต่งงานแล้ว เขาจะพาเมียเข้ามาอยู่ในบ้านเราด้วยเหรอคะ?”
แม่เฒ่าจ้าวย้อนถาม
“ถ้าไม่อยู่บ้านนี้แล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหนล่ะ?”
กวนหมิงลี่เริ่มคิดหนัก ถ้าเซี่ยเฉียงแต่งงานแล้วยังพาครอบครัวมาเบียดเสียดอยู่ในบ้าน ต่อไปคงไล่ส่งยากแน่ๆ เธอจึงเสนอความคิดขึ้นมา
“เซี่ยเจี้ยนกั๋วเขามีหอพักสวัสดิการที่โรงงานไม่ใช่เหรอคะ ในเมื่อเฉียงจื่อเป็นลูกชายเขา หอพักนั่นก็ควรจะยกให้เฉียงจื่อใช้เป็นเรือนหอถึงจะถูก รู้งี้ตอนนั้นน่าจะบีบให้เซี่ยเจี้ยนกั๋วยกหอพักให้ตั้งแต่แรกแล้ว”
คนในครอบครัวจ้าวต่างพากันเห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้ นับว่าโชคดีที่คนบ้านเซี่ยไม่ได้มาได้ยินบทสนทนานี้ ไม่อย่างนั้นคงได้เกิดสงครามน้ำลายกันอีกรอบแน่นอน
เมื่อเห็นทุกคนคล้อยตาม แม่เฒ่าจ้าวก็หันไปกำชับจ้าวต้ากั๋ว
“เอาไว้รอผลตรวจหมิงลี่แน่ชัดก่อน แกค่อยไปแอบคุยกับเซี่ยเจี้ยนกั๋วเรื่องเรือนหอของเฉียงจื่อ ถึงตอนนั้นค่อยให้เฉียงจื่อเป็นคนออกหน้าไปคุยกับพ่อเขาเอง พ่อลูกกันยังไงก็ตัดไม่ตายขายไม่ขาดหรอก เซี่ยเจี้ยนกั๋วคงไม่ใจดำปล่อยให้ลูกชายตัวเองไม่มีบ้านแต่งเมียหรอกนะ”
พ่อเฒ่าจ้าวกระแอมไอสองสามทีก่อนจะปรามว่า
“พูดเรื่องพวกนี้ตอนนี้มันยังเร็วเกินไป ยังไงซะก็ต้องปฏิบัติกับเฉียงจื่อและเยี่ยนจื่อให้เหมือนเดิม เมื่อก่อนเคยทำยังไง ตอนนี้ก็ต้องทำอย่างนั้น รอให้หมิงลี่คลอดลูกออกมาปลอดภัยก่อนค่อยว่ากัน ตระกูลจ้าวเราใช่ว่าจะเลี้ยงคนเพิ่มอีกสองคนไม่ไหว ตอนนี้ทั้งสองคนนั้นก็ถือว่าเป็นคนสกุลจ้าวแล้ว”
พ่อเฒ่าจ้าวมองการณ์ไกลกว่าคนอื่น แม้ว่าเซี่ยเฉียงจะเป็นแค่หลานตา แต่เขาก็เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กจนโต ตอนนี้กวนหมิงลี่เพิ่งจะเริ่มตั้งครรภ์ ยังไม่รู้เลยว่าท้องจริงไหม หรือถ้าท้องจริงจะคลอดออกมาแข็งแรงหรือเปล่า จะเลี้ยงรอดจนโตไหมก็ยังเป็นเรื่องในอนาคต
อีกอย่างตระกูลจ้าวมีคนน้อย ยิ่งมีลูกหลานเยอะยิ่งทำให้ตระกูลเฟื่องฟู ดูอย่างตระกูลเซี่ยตอนนี้สิ คนเยอะจะตาย ดังนั้นพ่อเฒ่าจ้าวคิดว่ายังไงก็ต้องรั้งตัวเซี่ยเฉียงเอาไว้ก่อนเพื่อความมั่นคง
กวนหมิงลี่ได้ยินพ่อสามีพูดแบบนั้นก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ทรัพย์สมบัติทุกอย่างของตระกูลจ้าวในอนาคตควรจะเป็นของลูกเธอคนเดียว ทำไมจะต้องแบ่งให้เซี่ยเฉียงด้วย หลานตาก็คือคนนอก ไม่ใช่หลานปู่เสียหน่อย
แต่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองเพิ่งจะตั้งท้อง ยังไม่มีอะไรการันตี จึงไม่อยากรีบร้อนโวยวายตอนนี้
เช้าวันตรุษจีน บรรดาลูกหลานบ้านเซี่ยพากันออกมาเดินเที่ยวเล่นกันเป็นโขยง นำทีมโดย เซี่ยชุนหรง, เซี่ยเสี่ยว, เกาเจี้ยซิง, เซี่ยคัง, เซี่ยเว่ย, เซี่ยจิ้ง, เซี่ยหง, เซี่ยหลิน และน้องเล็กเซี่ยหัว รวมทั้งหมดเก้าคน
เซี่ยเสี่ยวจงใจพาขบวนพี่น้องเดินอ้อมมาทางแถวบ้านตระกูลจ้าว และโชคก็เข้าข้างเมื่อเธอตาไวเหลือบไปเห็นจ้าวต้ากั๋วกับกวนหมิงลี่กำลังยืนอยู่ไกลๆ โดยที่กวนหมิงลี่กำลังใช้มือยันต้นไม้แล้วโก่งตัวอาเจียนอยู่
เซี่ยเสี่ยวรีบยกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุด แล้วกระซิบสั่ง
“หลบเร็ว เข้าไปซ่อนตรงนั้นก่อน”
เซี่ยเว่ยถามด้วยความงุนงง
“พี่เสี่ยวเสี่ยว ทำอะไรของพี่น่ะ ทำลับๆ ล่อๆ เชียว”
เซี่ยเสี่ยวชี้นิ้วไปข้างหน้า
“พวกเธอดูตรงนั้นสิ”
ทุกคนมองตามนิ้วของเธอไป ก็เห็นจ้าวต้ากั๋วกับกวนหมิงลี่ เซี่ยเว่ยเป็นคนแรกที่โพลงขึ้นมา
“พวกเขาทำอะไรกันน่ะ?”
เซี่ยจิ้งเสริม
“ดูเหมือนกำลังอ้วกอยู่เลยนะ”
เซี่ยเสี่ยวกำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่เซี่ยเว่ยก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างรู้ทัน
“ยัยกวนหมิงลี่นั่นท้องแล้วหรือเปล่า?”
เซี่ยเสี่ยวแกล้งถามกลับ
“เธอรู้ได้ยังไงว่าอ้วกแบบนั้นแปลว่าท้อง?”
เซี่ยเว่ยทำท่าทางมั่นอกมั่นใจ
“โธ่พี่ นี่มันความรู้รอบตัวชัดๆ ตอนพี่คั่งเหม่ยท้อง ฉันกับแม่ไปเยี่ยมก็เห็นพี่เขาโอ๊กอ๊ากแบบนี้แหละ”
เซี่ยคังหัวเราะร่าด้วยความสะใจ
“โห แบบนี้ก็มีละครฉากใหญ่ให้ดูแล้วสิ ถ้ากวนหมิงลี่ท้องจริง คอยดูซิว่าไอ้เฉียงจื่อกับเยี่ยนจื่อจะทำยังไง”
เซี่ยชุนหรงตัดบทขึ้นมา
“ช่างเถอะ เรื่องของพวกเขาไม่เกี่ยวกับเรา ไปทางนี้กันดีกว่า”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพากันเดินเลี่ยงไปอีกทางโดยไม่สนใจจ้าวต้ากั๋วกับกวนหมิงลี่อีก แต่บทสนทนาเรื่องเซี่ยเฉียงกับจ้าวเยี่ยนยังคงดำเนินต่อไปอย่างออกรส
เซี่ยเว่ยเปิดประเด็นต่อ
“ถ้ากวนหมิงลี่มีลูกจริงๆ เขาจะยอมให้เฉียงจื่ออยู่เกาะกินในบ้านต่อเหรอ เฉียงจื่อเองก็ถึงวัยต้องหาเมียแต่งงานแล้วด้วยนะ”
เซี่ยคังเดาทาง
“ไม่แน่ว่าอาจจะยุให้เฉียงจื่อกลับมาไถบ้านจากลุงใหญ่ก็ได้”
“พวกเขาเปลี่ยนไปใช้นามสกุลจ้าวกันหมดแล้ว จะเอาหน้าไหนมาขอแบ่งบ้านจากลุงใหญ่อีก”
เซี่ยหงพูดแทรกขึ้นมาบ้าง
เซี่ยเสี่ยววิเคราะห์สถานการณ์ให้ฟัง
“ถึงจะเปลี่ยนนามสกุลไปแล้ว แต่เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ยังไงเขาก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของลุงใหญ่ ถ้าเฉียงจื่อยอมมาคุกเข่าขอโทษลุงใหญ่จริงๆ ไม่แน่ว่าลุงใหญ่อาจจะใจอ่อนก็ได้นะ”
เซี่ยเสี่ยวเชื่อว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ย่อมใจอ่อนให้กับลูกตัวเองเสมอ ยิ่งในยุคสมัยที่ค่านิยมเรื่องลูกชายสืบสกุลยังเข้มข้นแบบนี้ ถ้าเซี่ยเฉียงยอมกลับใจมาหาพ่อ ไม่แน่ว่าเซี่ยเจี้ยนกั๋วอาจจะให้อภัยแล้วรับกลับเข้าตระกูลก็ได้
เซี่ยเว่ยเบ้ปากอย่างหมั่นไส้
“แบบนั้นมันก็ได้ใจเกินไปหน่อยไหม เขาเล่นย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านตระกูลจ้าวไปแล้ว ก็เท่ากับยอมรับว่าเป็นลูกของจ้าวต้ากั๋วกับกวนหมิงลี่ไปแล้วสิ เว้นแต่เขาจะยอมเปลี่ยนนามสกุลกลับมาเป็นเซี่ย ไม่อย่างนั้นคนบ้านจ้าวจะมีสิทธิ์อะไรมาเอาบ้านของตระกูลเซี่ย”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง สีหน้าแต่ละคนแสดงความไม่ยอมรับ เซี่ยจิ้งเสริมขึ้นมาอีกแรง
“ถ้าเฉียงจื่อกับเยี่ยนจื่อโดนบ้านจ้าวถีบหัวส่ง แล้วซมซานกลับมาบ้านเซี่ย ฉันคนหนึ่งล่ะที่จะสมน้ำหน้าให้”
ในขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเมามัน จู่ๆ ก็มีเสียงใสๆ ดังแทรกขึ้นมา
“เซี่ยชุนหรง! ...เสี่ยวจิ้ง เสี่ยวหง เสี่ยวหลิน เสี่ยวหัว”
เซี่ยเสี่ยวเลิกคิ้วสูงทันทีที่ได้ยิน วิธีการเรียกชื่อแบบนี้มันฟังดูมีนัยยะแปลกๆ เรียกชื่อเต็มของพี่ชายคนโตอย่างห่างเหินแต่แฝงความสนิทสนม แต่กลับเรียกน้องๆ ด้วยชื่อเล่นนำหน้าด้วยคำว่า 'เสี่ยว' เพื่อแสดงความเอ็นดู
พวกเขาทั้งกลุ่มหันไปมองต้นเสียง ก็เห็นหญิงสาวหน้าตาหมดจดเกลี้ยงเกลาคนหนึ่งถักเปียสองข้างเดินยิ้มร่าเข้ามา เซี่ยเสี่ยวประเมินจากสายตาน่าจะอายุมากกว่าเธอเล็กน้อย
“พี่ม่านนีเองเหรอ”
เซี่ยจิ้งทักทายกลับไป ก่อนจะหันมากระซิบกระซาบกับเซี่ยเสี่ยว
“พี่ใหญ่ นี่คือพี่ม่านนี ลูกสาวป้ากัวไง ทำงานอยู่โรงงานทอผ้าเหมือนกัน...”
แล้วเธอก็ป้องปากกระซิบประโยคสุดท้ายเบาๆ
“...คนนี้แหละที่แม่เล็งไว้จะให้มาเป็นลูกสะใภ้”
เซี่ยเสี่ยวชะงักไปเล็กน้อย เล็งไว้เป็นลูกสะใภ้? นั่นก็หมายความว่าผู้หญิงคนนี้อาจจะได้เป็นพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอในอนาคต และถ้าทุกอย่างเป็นไปตามครรลอง เธอก็คือภรรยาเจ้าสัวในวันข้างหน้า ด้วยเหตุนี้ เซี่ยเสี่ยวจึงเริ่มพิจารณาอู๋ม่านนีอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น
[จบบท]