บทที่ 195: คนหน้าด้าน
“ก็แค่หมั้นกันชั่วคราวเท่านั้นเองน่า ลูกต้องรู้นะว่าที่บ้านไม่มีทางทำร้ายลูกหรอก ที่พ่อกับแม่ทำไปทั้งหมดนี่หวังผลอะไร ก็ไม่ใช่เพื่อตัวลูกเองหรอกหรือ วันข้างหน้าทรัพย์สินทุกอย่างของที่บ้านมันก็ต้องตกเป็นของลูกอยู่แล้วไม่ใช่รึไง”
เสียงเกลี้ยกล่อมของผู้เป็นแม่ดังแว่วมาตามสายลม เซี่ยเสี่ยวยืนมองกู้เว่ยกั๋วกับแม่ของเขาที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นหลังของคนทั้งคู่ลับสายตาไป เธอจึงค่อยๆ เดินออกมาจากสถานีรถไฟด้วยทท่าทีผ่อนคลาย
ในความเป็นจริงแล้ว ช่วงเวลาที่เดินออกมานั้น เซี่ยเสี่ยวได้แอบเข้าไปในมิติเพื่อปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูแปลกตาไปจากเดิมเรียบร้อยแล้ว ใจจริงเธอคิดว่าจะเดินทางกลับเลย แต่เมื่อลองตรึกตรองดูอีกที ก็ตัดสินใจว่าควรจะแวะไปดูลาดเลาที่บ้านสกุลจ้าวเสียหน่อย ถ้าไม่ได้เห็นความเป็นไปของทางฝั่งนั้นกับตาตัวเอง วันนี้เธอคงนอนไม่หลับแน่
เมื่อเซี่ยเสี่ยวเดินทางมาถึงบ้านสกุลจ้าว ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือ กวนหมิงลี่กำลังเอามือลูบท้องของตัวเองป้อยๆ พลางฟ้องพ่อเฒ่าแม่เฒ่าจ้าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แฝงความน้อยเนื้อต่ำใจว่าสายตาที่เฉียงจื่อจ้องมองมาที่ท้องของเธอนั้นน่ากลัวเพียงใด เธอพร่ำบอกว่าตราบใดที่เฉียงจื่อกับเยี่ยนจื่อยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ เธอก็ไม่อาจข่มตาหลับได้ลง เพราะความหวาดระแวงมันกัดกินใจจนไม่เป็นอันทำอะไร
พ่อเฒ่าจ้าวได้แต่นั่งเงียบกริบ ไม่เอ่ยปากแสดงความคิดเห็นใดๆ ส่วนแม่เฒ่าจ้าวเองก็อึกอัก น้ำท่วมปากไม่รู้จะพูดอย่างไรในสถานการณ์น่าอึดอัดเช่นนี้
จ้าวต้ากั๋วเห็นท่าไม่ดีจึงรีบตัดบทขึ้นมาว่า “เดี๋ยวผมจะไปหาเซี่ยเจี้ยนกั๋วที่โรงงานเดี๋ยวนี้แหละ”
พ่อเฒ่าจ้าวรีบกำชับไล่หลังทันที “ระวังอย่าให้เจ้าเฉียงจื่อกับเยี่ยนจื่อเห็นเข้าล่ะ”
แม่เฒ่าจ้าวพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหันไปพูดปลอบใจกวนหมิงลี่ว่า “แม่รู้นะว่าตอนนี้ลูกกำลังกลัวว่าเจ้าสองพี่น้องนั่นจะมาทำอันตรายลูกในท้อง แต่ลูกเองก็เพิ่งจะตั้งครรภ์ได้ไม่นาน จะให้ไล่พวกเด็กๆ ออกไปจากบ้านปุปปับแบบนี้มันก็คงดูไม่ดี เด็กสองคนนั้นตอนนี้ก็เปลี่ยนมาใช้นามสกุลจ้าวแล้ว ยังไงเสียพวกเราก็เลี้ยงดูมาจนโตขนาดนี้แล้วนะ”
กวนหมิงลี่แสร้งทำเป็นพยักหน้าอย่างว่าง่ายเหมือนลูกไก่ในกำมือ แต่ลึกๆ ในใจเธอย่อมรู้อยู่เต็มอกว่าการจะกำจัดเฉียงจื่อกับเยี่ยนจื่อออกไปให้พ้นหูพ้นตานั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในชั่วข้ามคืน หากเด็กสองคนนั้นไม่คิดจะแย่งสมบัติบ้านสกุลจ้าว เธอก็คงพอจะทำเป็นหลับหูหลับตาได้บ้าง แต่ถ้าพวกมันกล้าคิดจะมาแย่งส่วนแบ่งที่เป็นของลูกในท้องเธอแล้วล่ะก็ เธอไม่มีวันยอมเด็ดขาด ทรัพย์สมบัติเหล่านี้ต้องเป็นของลูกเธอเท่านั้น เธอไม่มีทางแบ่งให้ลูกติดท้องใครหน้าไหนทั้งนั้น
จากนั้น เซี่ยเสี่ยวก็สะกดรอยตามจ้าวต้ากั๋วออกมาเงียบๆ เธอไม่นึกเลยว่าคนบ้านนี้จะหน้าไม่อายถึงขนาดกล้าวางแผนจะฮุบบ้านพักสวัสดิการโรงงานของลุงใหญ่เซี่ยเจี้ยนกั๋ว ช่างฝันเฟื่องกันเสียจริง
เมื่อจ้าวต้ากั๋วเดินทางมาถึงโรงงานเฟอร์นิเจอร์ บรรยากาศภายในโรงงานกำลังโกลาหลวุ่นวาย เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นมาแต่ไกล โดยเฉพาะเสียงแหลมสูงบาดหูของจ้าวเสี่ยวหลานที่ตะโกนด่าทอใครบางคนดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
เซี่ยเสี่ยวอาศัยจังหวะชุลมุนแฝงตัวเข้าไปดูเหตุการณ์ เมื่อเห็นสภาพของจ้าวเสี่ยวหลานชัดๆ เธอก็ถึงกับสะดุ้งโหยง ไม่คาดคิดมาก่อนว่าหญิงวัยกลางคนตรงหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากขนาดนี้ ร่างกายที่เคยมีเนื้อมีหนังบัดนี้กลับผอมโซจนหนังหุ้มกระดูก ใบหน้าซูบตอบและแก่ชราลงไปถนัดตา ผิวพรรณหม่นหมองไร้ราศี
ในเวลานี้ จ้าวเสี่ยวหลานกำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง สองมือตะเกียกตะกายจะเข้าไปตบตีหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง ปากก็พ่นคำผรุสวาทออกมาไม่หยุดหย่อน
“นังจิ้งจอกหน้าไม่อาย! ไม่มีผู้ชายคนไหนเอาแล้วหรือไง ถึงได้เสนอหน้ามาเกาะแกะคนแก่คราวพ่อแบบนี้! ยังจะหน้าด้านเอาข้าวมาส่งให้อีก ทำไมไม่ป้อนใส่ปากเขาไปเลยล่ะ!”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เขาตวาดกลับไปเสียงดังลั่น “จ้าวเสี่ยวหลาน! เธอจะมาอาละวาดบ้าบออะไรที่นี่ ปล่อยหนูจางเดี๋ยวนี้นะ!”
“หนูจาง! เหอะ เรียกกันสนิทสนมเหลือเกินนะ! เซี่ยเจี้ยนกั๋ว คุณมันก็แค่ช่างแก่ๆ ในโรงงาน ให้เด็กสาวคราวลูกมาคอยปรนนิบัติพัดวี ไม่อายฟ้าดินบ้างหรือไง!”
ความหึงหวงและริษยาทำให้จ้าวเสี่ยวหลานหน้ามืดตามัว พ่นวาจาร้ายกาจออกมาทำร้ายจิตใจคนฟังอย่างไม่ไว้หน้า
เซี่ยเจี้ยนกั๋วโกรธจนตัวสั่น “หนูจางเขาก็แค่เอาข้าวมาส่งให้ผม มันไปหนักหัวส่วนไหนของเธอมิทราบ!”
หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าจางอวิ๋นน้ำตาคลอเบ้า ร้องบอกด้วยความอัดอั้นตันใจ “ฉันแค่เห็นว่าช่างเซี่ยยังไม่ได้ทานข้าว ก็เลยแบ่งส่วนของฉันไว้ให้ช่างเซี่ยกล่องนึง แต่จู่ๆ พี่จ้าวก็พุ่งเข้ามาตบตีฉัน...”
“อะไรคือแบ่งข้าวไว้ให้! หล่อนแบ่งให้กี่รอบแล้วยะ นังปีศาจจิ้งจอก! อย่าคิดว่าฉันดูไม่ออกนะว่าหล่อนคิดอะไรอยู่ หล่อนมันก็แค่อยากจะจับเซี่ยเจี้ยนกั๋วทำผัว จะมาทำเป็นอิดออดปิดบังอะไรกันนักหนา!” ความเกลียดชังอัดแน่นอยู่ในอกของจ้าวเสี่ยวหลาน เธอแทบอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกทึ้งใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวตรงหน้าให้แหลกคามือ
ทันใดนั้นเอง หญิงสูงวัยคนหนึ่งก็พุ่งตัวฝ่าวงล้อมเข้ามาอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าไปกระชากผมจ้าวเสี่ยวหลานแล้วตบตีกันพัลวัน
“ถุย! หล่อนนั่นแหละนังแพศยา! จ้าวเสี่ยวหลาน หล่อนหย่ากับเซี่ยเจี้ยนกั๋วไปตั้งนานแล้ว แถมยังแต่งงานใหม่ไปแล้วด้วย แล้วจะมาตามรังควานเซี่ยเจี้ยนกั๋วหาพระแสงอะไร! แก่จนป่านนี้ยังทำตัวหน้าด้านไร้ยางอาย!”
ผู้คนรอบข้างต่างพากันกรูเข้ามาห้ามทัพ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงยืนดูเรื่องสนุกอยู่วงนอก เรื่องราวฉาวโฉ่ระหว่างจ้าวเสี่ยวหลานกับเซี่ยเจี้ยนกั๋วไม่ใช่ความลับ ทุกคนในโรงงานต่างรู้ดี ครอบครัวนี้แทบจะทำงานอยู่ที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์กันทั้งตระกูล ใครเป็นใครก็รู้จักมักจี่กันหมด เดิมทีครอบครัวนี้ก็อยู่ดีมีสุข แต่จู่ๆ ก็เกิดเรื่องแตกหักจนบ้านแตกสาแหรกขาด คนที่รู้ตื้นลึกหนาบางต่างก็ลงความเห็นว่าจ้าวเสี่ยวหลานทำตัวเองแท้ๆ ส่วนเซี่ยเจี้ยนกั๋วนั้นช่างน่าสงสารและไร้น้ำยาเหลือเกิน
แต่จะว่าไป เซี่ยเจี้ยนกั๋วถึงจะอายุมากแล้ว แต่ด้วยฝีมือช่างระดับปรมาจารย์และความซื่อสัตย์ ก็ยังมีหญิงหม้ายและสาวโสดหลายคนแอบทอดสะพานให้ ซึ่งนั่นก็เป็นชนวนเหตุให้จ้าวเสี่ยวหลานเกิดความไม่พอใจและหึงหวงจนต้องมาอาละวาดอยู่บ่อยครั้ง
“แล้วมันเรื่องอะไรของป้าด้วย!” จ้าวเสี่ยวหลานตะคอกกลับด้วยความโมโห ตอนนี้เธอทำงานหนักทุกวัน พลกำลังวังชาจึงมีมากกว่าแต่ก่อน ทำให้การตบตีครั้งนี้ดูสูสี
“ด่าหลานสาวฉันขนาดนี้จะไม่ให้เกี่ยวได้ยังไง! เซี่ยเจี้ยนกั๋วเขาเป็นคนดี ฝีมือช่างก็แน่นปึ้ก ผู้ชายดีๆ แบบนี้หล่อนไม่เอาเอง ก็มีคนอื่นรอต่อคิวอีกเพียบ! คนในโรงงานตั้งกี่คนที่พยายามจะเข้ามาดูแลเซี่ยเจี้ยนกั๋วแต่ก็โดนหล่อนตามราวีจนกระเจิงไปหมด ฉันจะยกหลานสาวให้เซี่ยเจี้ยนกั๋ว มันจะทำไม! ใครจะทำไม!”
หญิงสูงวัยคนนี้ช่างห้าวหาญนัก เซี่ยเสี่ยวที่ยืนดูอยู่ถึงกับตาโตด้วยความทึ่ง แม้แต่จ้าวต้ากั๋วที่เพิ่งมาถึงก็ยังยืนงงทำอะไรไม่ถูก กว่าจะตั้งสติได้ก็รีบวิ่งเข้าไปแยกจ้าวเสี่ยวหลานออกมา
เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายจนบรรดาหัวหน้างานและผู้บริหารโรงงานต้องรีบวิ่งมาดู เฉียงจื่อกับเยี่ยนจื่อเองก็ได้ยินข่าวจึงรีบวิ่งหน้าตื่นตามมา แต่ลึกๆ ในใจเด็กทั้งสองคนก็ไม่ได้อยากให้พ่อแต่งงานใหม่สักเท่าไหร่
พอจ้าวเสี่ยวหลานเหลือบไปเห็นจ้าวต้ากั๋วกับลูกทั้งสองคนมากันพร้อมหน้า ก็ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ เธอชี้หน้าด่ากราดไปที่หญิงสูงวัยคู่กรณี
“หน้าไม่อาย! เป็นสาวเป็นนางหาผู้ชายดีๆ ไม่ได้หรือไง ถึงได้คิดจะมาคว้าพ่อม่ายลูกติดไปทำผัว เป็นแม่เลี้ยงคนมันสนุกนักหรือไง!”
“ถุย! หล่อนเป็นคนจับเด็กสองคนเปลี่ยนไปใช้นามสกุลจ้าวเองไม่ใช่รึไง แถมยังเอาชื่อไปฝากไว้ในทะเบียนบ้านพี่ชายตัวเองอีกต่างหาก หลานสาวฉันจะสาวยังไงแล้วมันหนักหัวใคร ถ้าหลานฉันเต็มใจจะใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเซี่ยเจี้ยนกั๋ว มันก็ไม่เกี่ยวกับคนนอกอย่างหล่อน! แต่งงานใหม่ไปแล้วก็หัดเจียมตัวอยู่ส่วนของตัวไปสิ อย่าทำตัวเป็นหมาหวงก้าง กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา!”
“หยุดเดี๋ยวนี้! ไม่อายคนงานคนอื่นบ้างหรือไง!” ผู้บริหารโรงงานตะโกนลั่น พลางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความระอา “จ้าวเสี่ยวหลาน เดือนนี้เธอมาก่อเรื่องที่นี่กี่ครั้งแล้ว!”
“ใช่ๆ ฉันว่านังนี่มันต้องมีปัญหาทางจิตแน่ๆ” หญิงสูงวัยรีบผสมโรง แต่พอโดนสายตาดุๆ ของผู้บริหารตวัดมองมา ก็รีบหุบปากฉับทันที
“ท่านคะ ฉัน...” จ้าวเสี่ยวหลานพยายามจะอ้าปากแก้ตัว แต่ก็โดนขัดขึ้นทันควัน
“ผมไม่อยากฟังคำแก้ตัว ถ้าขืนเธอยังทำตัวระรานชาวบ้านไม่เลิกแบบนี้ ก็ไม่ต้องมาเหยียบที่โรงงานนี้อีก!”
จ้าวเสี่ยวหลานทำหน้าเบี้ยวเหมือนจะร้องไห้ “ท่านคะ ทำไมท่านไม่ว่าเซี่ยเจี้ยนกั๋วกับนังจางอวิ๋นบ้างล่ะคะ สองคนนั้นทำตัวบัดสีบัดเถลิง...”
“ฉันว่าเธอนั่นแหละที่บัดสีที่สุด! เซี่ยเจี้ยนกั๋วเขาเป็นพ่อม่าย หลานสาวฉันก็เป็นสาวโสด สองคนนี้จะคบหากันมันผิดตรงไหน แต่เธอน่ะ แต่งงานมีผัวใหม่เป็นตัวเป็นตนแล้ว ยังจะเสนอหน้ามาวุ่นวายกับผัวเก่าอยู่ได้ จ้าวเสี่ยวหลาน เธอนั่นแหละคือคนที่หน้าด้านที่สุด! ถ้ายังตัดใจจากเซี่ยเจี้ยนกั๋วไม่ได้ ตอนนั้นจะหย่าทำไม สมน้ำหน้า! คนเราทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลกรรม ยาแก้เสียใจไม่มีขายหรอกนะจะบอกให้!”
คำด่าที่เจ็บแสบกระแทกใจดำเข้าอย่างจัง ทำให้จ้าวเสี่ยวหลานหน้าแดงก่ำ น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ยืนตัวสั่นเทาดูน่าสงสาร ผิดกับท่าทางนางมารร้ายเมื่อครู่นี้ลิบลับ
“ท่านครับ ขอโทษด้วยครับ เป็นความผิดของผมเอง” เซี่ยเจี้ยนกั๋วรีบออกมารับหน้าด้วยความรู้สึกผิด
ทางฝั่งผู้บริหารโรงงานเองก็เอือมระอากับพฤติกรรมของจ้าวเสี่ยวหลานมานานแล้ว ประจวบเหมาะกับหัวหน้าฝ่ายสตรีของโรงงานเห็นช่องทาง จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “เซี่ยเจี้ยนกั๋ว ฉันว่าคุณรีบๆ แต่งงานไปเสียเถอะ สหายจางอวิ๋นเขาก็เป็นคนดี ถ้าคุณไม่ได้ติดขัดอะไร เดี๋ยวทางโรงงานจะเป็นเจ้าภาพจัดงานให้เอง”
“ไม่ได้ครับ! ไม่ได้เด็ดขาด เธอยังเด็ก รุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวผมเลยนะครับ ไม่ได้ครับไม่ได้...” เซี่ยเจี้ยนกั๋วปฏิเสธพัลวัน เขาไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานใหม่เลยสักนิด ยิ่งต้องมาแต่งกับผู้หญิงที่อายุไล่เลี่ยกับลูกสาวตัวเองแบบนี้ เขายิ่งรับไม่ได้
ทันใดนั้น ป้าจางก็ร้องโวยวายขึ้นมาทันที “หลานฉันปาเข้าไปสามสิบสองแล้วนะพ่อคุณ! จะไปรุ่นเดียวกับลูกสาวคุณได้ยังไง เซี่ยเจี้ยนกั๋ว... จางอวิ๋นหลานฉันน่ะ เมื่อก่อนเคยหมั้นหมายไว้ แต่ฝ่ายชายดันมาด่วนตายไปเสียก่อนจะแต่ง หลานฉันเลยโดนข้อหาว่าเป็นดวงกินผัว ทำให้ไม่มีใครกล้ามาขอแต่งงานจนอายุล่วงเลยมาป่านนี้ แต่เดี๋ยวนี้ท่านผู้นำเหมาท่านก็สอนไว้แล้วว่าความเชื่องมงายมันเชื่อถือไม่ได้ พวกหัวเก่าคร่ำครึต้องกวาดล้างให้หมด ฉันเห็นว่าคุณเป็นคนดี หย่าขาดจากเมียมาใช้ชีวิตโดดเดี่ยว ก็เลยอยากจะแนะนำหลานสาวให้ แล้วดูสิ วันนี้จ้าวเสี่ยวหลานมาอาละวาดประจานกันขนาดนี้ จางอวิ๋นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!”
[จบบท]