เมื่อเซี่ยเสี่ยวมาถึงจุดเกิดเหตุ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือหวังเอ้อร์โกวกำลังยืนสั่งการให้ลูกน้องมัดตัวพวกผู้หญิงอยู่ พอเธอปรากฏตัวขึ้น หวังอ้ายหัวและเพื่อนๆ ที่กำลังสิ้นหวังต่างก็เบิกตากว้างเหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่เซี่ยเสี่ยวรีบส่งสัญญาณส่ายหน้าห้ามไว้ พวกเธอจึงเข้าใจสถานการณ์และก้มหน้าลงซ่อนแววตาแห่งความหวังนั้นทันที เพื่อไม่ให้พวกโจรผิดสังเกต
เวลานั้นหวังเอ้อร์โกวก้าวเท้าเข้าไปหาซุนอวี้หัวอย่างช้าๆ สายตาของมันจาบจ้วงโลมเลียจ้องมองใบหน้าสวยหวานของเธออย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะหัวเราะร่าออกมาด้วยความพึงพอใจ
“สวยจริงๆ ให้ตายเถอะ สวยหยาดเยิ้มเลยแม่คุณ เอ่ย วันนี้โชคดีชะมัดที่มาเจอของดีเข้า”
ซุนอวี้หัวเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยงและอับอาย แต่หวังเอ้อร์โกวหาได้ใส่ใจไม่ มันยังคงส่งเสียงหัวเราะฮึฮึในลำคออย่างน่ารังเกียจ
หยางเสวี่ยหัวเหลือบตามองไปทางทิศที่เซี่ยเสี่ยวซ่อนตัวอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจดึงความสนใจของหัวหน้าโจรด้วยการเอ่ยถามขึ้น
“นายเป็นหัวหน้าแก๊งโจรเหรอ”
“โอ้โห แม่สาวงามคนนี้คุยกับพี่ด้วยแฮะ ถึงหน้าตาเธอจะเป็นรองแม่สาวคนเมื่อกี้อยู่นิดหน่อย แต่จัดว่าเป็นคนสวยอันดับสองที่พี่ถูกใจเลยนะเนี่ย” หวังเอ้อร์โกวหันมาทำตาหวานใส่หยางเสวี่ยหัว “สาวชาวเมืองนี่ผิวพรรณผู้ดีจริงๆ กลิ่นก็หอม เอาอย่างนี้แล้วกัน พอพี่พาเธอกลับไปถึงค่ายโจรเมื่อไหร่ พี่จะเก็บเธอไว้เอง ส่วนแม่สาวคนสวยอันดับหนึ่งนั่น พี่จะยกให้เหอต้าโถว”
หวังเอ้อร์โกวขยับตัวเข้าไปใกล้หยางเสวี่ยหัวแล้วสูดจมูกดมกลิ่นกายของเธออย่างหื่นกระหาย หยางเสวี่ยหัวรู้สึกคลื่นไส้จนแทบจะอาเจียนออกมาตรงนั้น แต่ก็ต้องข่มใจไว้เพื่อถ่วงเวลา
“ใครจะไปรู้ล่ะ ถ้าเกิดนายไปเจอคนสวยกว่าฉัน นายก็คงยกฉันให้คนอื่นอยู่ดี” หยางเสวี่ยหัวพยายามต่อปากต่อคำเพื่อตรึงความสนใจของมันไว้
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการสนทนา เซี่ยเสี่ยวรู้ดีว่าสถานการณ์ที่มีคนอยู่เยอะขนาดนี้ เธอไม่สามารถใช้พลังจากมิติหรือเรียกก้อนหินออกมาช่วยได้ เธอจึงต้องพึ่งพาอาวุธในมืออย่างก้อนอิฐที่คว้ามาได้ เซี่ยเสี่ยวค่อยๆ ย่องเงียบเชียบเข้าไปด้านหลังของหวังเอ้อร์โกว
หัวใจของเหล่าเพื่อนยุวปัญญาชนหญิงในห้องต่างเต้นรัวเร็วแทบจะหลุดออกมานอกอก ทุกคนลุ้นระทึกจนแทบกลั้นหายใจ เพราะหากเซี่ยเสี่ยวถูกจับได้ในจังหวะนี้ จุดจบของพวกเธอคงไม่สวยงามแน่
หวังเอ้อร์โกวเห็นสีหน้าหวาดกลัวของพวกผู้หญิงเหล่านั้นก็เข้าใจผิดคิดว่าพวกเธอกลัวตนเอง จึงไม่ได้เอะใจอะไร ยิ่งเห็นหยางเสวี่ยหัวยอมคุยด้วย มันยิ่งได้ใจและเพลิดเพลินกับการหยอกล้อสาวงาม ส่วนลูกน้องอีกคนที่กำลังมัดตัวต่งเหม่ยหัวอยู่ก็มัวแต่จ้องมองรูปร่างอวบอัดของเหยื่อด้วยความสนใจ มันคิดในใจว่าถ้างานสำเร็จมันจะขอรางวัลเป็นแม่สาวอวบคนนี้ จึงไม่มีใครทันสังเกตเห็นเซี่ยเสี่ยวที่ย่องเข้ามา
แต่แล้วสัญชาตญาณดิบของโจรก็ทำงาน หวังเอ้อร์โกวรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง รังสีอำมหิตที่แผ่มาจากด้านหลังทำให้ขนคอลุกชัน มันรีบหันขวับกลับไปมองทันที
แต่ทว่าช้าไปเสียแล้ว
ผัวะ!
เสียงก้อนอิฐกระทบกะโหลกดังสนั่นหวั่นไหว เซี่ยเสี่ยวฟาดอิฐในมือใส่หน้าผากของหวังเอ้อร์โกวเต็มแรงชนิดที่ไม่มียั้งมือ ร่างของหัวหน้าโจรเซถลา ดวงตาพร่ามัวเห็นดาวระยิบระยับ ก่อนจะล้มตึงลงไปกองกับพื้น หมดสติไปในทันที
เหล่าหญิงสาวพากันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก แต่ยังไม่ทันได้ดีใจ เสียงตวาดก็ดังขึ้น
“อย่าขยับนะ! ถ้าใครขยับฉันจะฆ่านังอ้วนนี้ซะ!”
ลูกสมุนโจรที่เหลืออยู่รีบกระชากตัวต่งเหม่ยหัวขึ้นมา พร้อมกับเอามีดจ่อที่ลำคอของเธอเป็นตัวประกัน แววตาของมันตื่นตระหนกและหวาดกลัว
เซี่ยเสี่ยวไม่รอช้า เธอก้มลงเก็บปืนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วเล็งปากกระบอกปืนไปที่โจรคนนั้นด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
“นายอยากรู้ไหมว่าฉันยิงปืนเป็นหรือเปล่า” น้ำเสียงของเธอเย็นยะเยือก
“วะ...วางปืนลงเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันเชือดคอเธอแน่”
โจรคนนั้นตัวสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นปากกระบอกปืนหันมาทางตน ท่าทางเงอะงะและน้ำเสียงที่สั่นเครือบอกให้รู้ว่ามันไม่ใช่โจรที่มีประสบการณ์มากนัก
“เซี่ยเสี่ยว! วางปืนลงเถอะ ฉันกลัว ฮือๆ เดี๋ยวฉันตายนะ!” ต่งเหม่ยหัวกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ใบหน้าซีดเผือด
“โยนปืนมาทางนี้!” โจรตะคอกสั่งอีกครั้ง
เซี่ยเสี่ยวตัดสินใจทำในสิ่งที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึง เธอเหวี่ยงปืนในมือลอยละลิ่วข้ามหัวไปด้านหลังไกลๆ เสียงปืนกระแทกพื้นดัง ตุบ เธอไม่ได้โยนให้มันตามคำสั่ง แต่เลือกที่จะปลดอาวุธตัวเองเพื่อให้มันตายใจ
“ฉันว่านายน่ะดูท่าทางก็เป็นคนดีๆ ทำไมไม่เลือกเดินเส้นทางที่ถูกต้อง มาเป็นโจรทำไม คิดจะปล้นฆ่าข่มขืนคนอื่นแบบนี้ นายไม่ละอายใจต่อพ่อแม่ที่เลี้ยงมาบ้างหรือไง” เซี่ยเสี่ยวเริ่มเทศนาสั่งสอนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ในใจของเซี่ยเสี่ยวร้อนรนดั่งไฟเผา เธอพยายามแสดงออกว่าใจเย็น แต่ความเป็นห่วงต่งเหม่ยหัวนั้นมีอยู่เต็มอก ถ้าโจรเกิดบ้าเลือดขึ้นมาจริงๆ เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร
“ถอยไป! ถอยไปให้หมด!” โจรคนนั้นไม่ฟังคำสั่งสอน มันลากตัวต่งเหม่ยหัวถอยหลังออกไปทางประตู หวังจะใช้เธอเป็นโล่มนุษย์เพื่อหนีเอาตัวรอด
“เซี่ยเสี่ยว พวกเราจะทำยังไงดี” หวังอ้ายหัวถามเสียงสั่น
“ฉันจะตามไปช่วยเหม่ยหัวเอง พี่อ้ายหัว พวกพี่รีบมัดไอ้หมอนี่ให้แน่นหนาที่สุดนะ อย่าให้มันฟื้นขึ้นมาอาละวาดได้ ค้นตัวมันด้วยว่ามีอาวุธซ่อนอยู่อีกไหม” เซี่ยเสี่ยวชี้ไปที่ร่างไร้สติของหวังเอ้อร์โกว พลางสั่งการอย่างรวดเร็ว
“แล้วพวกพี่ห้ามตามออกมาเด็ดขาด ข้างนอกอันตรายกว่าในนี้เยอะ ถ้าเชื่อฉันก็รออยู่ในนี้”
เซี่ยเสี่ยวสั่งกำชับเสร็จก็พุ่งตัวตามโจรคนนั้นออกไปทันที เธอเห็นมันกำลังลากต่งเหม่ยหัวหนีไปในความมืด อาศัยจังหวะที่มันเผลอหันไปมองทางอื่น เซี่ยเสี่ยววูบหายเข้าไปในมิติส่วนตัวทันที
ชั่วพริบตาต่อมา เธอก็โผล่ออกมาดักหน้าโจรคนนั้นในระยะประชิด
ผัวะ!
เสียงก้อนอิฐปะทะกะโหลกดังขึ้นเป็นครั้งที่สองของค่ำคืนนี้ เซี่ยเสี่ยวฟาดอิฐใส่หัวโจรอย่างแม่นยำ
“กรี๊ด!” ต่งเหม่ยหัวกรีดร้องเสียงหลงเมื่อเห็นเลือดสดๆ ไหลอาบหน้าโจร มีดในมือของมันร่วงลงพื้น
“จะร้องทำไมเล่า รีบลากมันกลับไปมัดในหอพักเร็วเข้า” เซี่ยเสี่ยวหันไปดุต่งเหม่ยหัวเบาๆ เพื่อเรียกสติ
“อะ...อื้อๆ ได้ๆ” ต่งเหม่ยหัวรีบกุลีกุจอเข้ามาช่วยเซี่ยเสี่ยวลากร่างโจรที่หัวแตกยับเยินกลับเข้าไปในหอพัก
เมื่อกลับเข้ามาในห้อง เพื่อนยุวปัญญาชนหญิงต่างมองเซี่ยเสี่ยวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความชื่นชมและความทึ่งฉายชัดในแววตา
“เซี่ยเสี่ยว เธอเก่งมากเลย” เสียงชื่นชมดังขึ้นเซ็งแซ่
เซี่ยเสี่ยวยิ้มแห้งๆ มุมปากกระตุกเล็กน้อย “พวกพี่เฝ้าพวกมันไว้ดีๆ นะ ถ้ามันดิ้นก็ทุบให้เดี้ยงไปเลย แต่อย่าให้ถึงตายก็พอ”
“เซี่ยเสี่ยว เธอจะออกไปอีกเหรอ” หวังอ้ายหัวถามด้วยความเป็นห่วง
“ใช่จ้ะ ฉันจะไปดูทางป้าเจิ้งหน่อย เป็นห่วงทางนั้น ตอนนี้ลุงหัวหน้ากับพี่เจี้ยจื๋อแล้วก็พี่เจี้ยซิงน่าจะอยู่ที่ยุ้งฉางกันหมด ไม่รู้ป้าเจิ้งเป็นยังไงบ้าง”
เหตุผลจริงๆ ที่เธอต้องไปคือความเป็นห่วงเกาเจี้ยซิง และเธอก็อยากไปดูความปลอดภัยของเจิ้งเซี่ยงหงด้วย ตัวเธอเองไม่ได้มีวรยุทธ์อะไร ทักษะป้องกันตัวงูๆ ปลาๆ ที่มีคงสู้พวกโจรอาชีพไม่ได้ สิ่งเดียวที่เธอพึ่งพาได้คือมิติพิเศษนี้เท่านั้น
หลังจากร่ำลาทุกคนในหอพัก เซี่ยเสี่ยวก็มุ่งหน้าไปยังยุ้งฉาง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว บ่งบอกว่าการปะทะกันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เซี่ยเสี่ยวมองสถานการณ์ด้วยความกังวล เธอตัดสินใจนำปืนที่เก็บไว้ในมิติออกมาทั้งหมด เหลือติดตัวไว้ป้องกันตัวแค่กระบอกเดียว แล้วหอบปืนเหล่านั้นวิ่งฝ่าความมืดไปหาเกาเจี้ยซิง
ปัง!
เสียงปืนดังเฉียดร่าง ก้อนหินในมิติส่งสัญญาณเตือนภัย เซี่ยเสี่ยวรีบเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะมีมือปริศนากระชากแขนเธออย่างแรงจนตัวปลิวเข้าไปหลบหลังที่กำบัง
“เธออยากตายหรือไง!” เสียงตะคอกคุ้นหูของเกาเจี้ยซิงดังลั่นแข่งกับเสียงปืน
เซี่ยเสี่ยวสะดุ้งโหยงกับเสียงคำรามนั้น กำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่กระสุนอีกชุดก็สาดเข้ามาทางที่พวกเขาซ่อนอยู่
เกาเจี้ยซิงกดหัวเซี่ยเสี่ยวลงต่ำ พาเธอหลบวิถีกระสุนอย่างทุลักทุเล
“พี่รองเกา ฉันเอาปืนมาส่งให้พี่” เซี่ยเสี่ยวรีบพูดพลางยัดปืนในอ้อมแขนใส่มือเขา
ดวงตาของเกาเจี้ยซิงเป็นประกายวาววับเมื่อเห็นอาวุธสงครามในมือ “ของดีนี่หว่า!” เขาอุทาน ก่อนจะตวัดสายตาดุๆ มองเธอ “ไปเอามาจากไหน”
“ก็ยึดมาจากพวกโจรน่ะสิ ฉันใช้เจ้านี่จัดการพวกมัน” เซี่ยเสี่ยวชูก้อนอิฐคู่ใจขึ้นมาแกว่งโชว์ตรงหน้าเขา
เกาเจี้ยซิงถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่รู้จะทึ่งหรือจะโกรธดีที่เห็นเธอเสี่ยงตายขนาดนี้ “เธอนี่มัน...ช่างกล้าบ้าบิ่นเกินคนจริงๆ ใช้อิฐก้อนเดียวเนี่ยนะไปปล้นปืนโจร เบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง”
เขาบ่นพึมพำพลางส่งปืนต่อให้เกากั๋วเฉียงผู้เป็นพ่อ “พ่อ เอาปืนพวกนี้ไปแจกจ่ายทุกคน”
สั่งงานเสร็จ เกาเจี้ยซิงก็คว้าข้อมือเซี่ยเสี่ยวแล้วออกแรงลากเธอวิ่งออกจากจุดปะทะทันที
“พี่รองเกา! พี่จะลากฉันไปไหนเนี่ย” เซี่ยเสี่ยววิ่งตามจนขาขวิด หอบแฮ่กๆ จนตัวโยน
เกาเจี้ยซิงไม่ตอบคำถาม เขาตั้งหน้าตั้งตาวิ่งลากเธอมาจนถึงหน้าบ้านตระกูลเกา ประตูบ้านปิดสนิทแน่นหนา เขาตะโกนเรียกเสียงดัง
“แม่! เปิดประตูหน่อย!”
เจิ้งเซี่ยงหงที่หลบอยู่ด้านใน พอได้ยินเสียงลูกชายก็รีบปลดล็อกประตูเปิดรับทันที
เซี่ยเสี่ยวยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกเกาเจี้ยซิงผลักแผ่นหลังให้เข้าไปในตัวบ้านจนเซถลา เกาเจี้ยซิงรีบดึงประตูปิดตามหลังดังปัง
“แม่ ช่วยดูยัยตัวแสบนี่ไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้เธอวิ่งเพ่นพ่านออกไปข้างนอกเด็ดขาด”
สั่งแม่เสร็จสรรพ เกาเจี้ยซิงก็หันหลังวิ่งกลับไปยังสนามรบทันที ทิ้งให้เซี่ยเสี่ยวยืนงงเป็นไก่ตาแตก
อะไรกันเนี่ย นี่เขาขังเธอไว้เหรอ! เซี่ยเสี่ยวรู้สึกอัดอั้นตันใจ บอกไม่ถูกว่าควรจะโกรธหรือขำดี
“เสี่ยวเสี่ยว รีบเข้ามาข้างในเร็วลูก ข้างนอกมันวุ่นวายขนาดนี้ หนูวิ่งออกไปทำไม” เจิ้งเซี่ยงหงรีบดึงแขนเซี่ยเสี่ยวให้เข้ามาในห้องโถง
“ป้าเจิ้งคะ ฉันเข้าไปไม่ได้หรอก ฉันต้องกลับไปที่หอพัก” เซี่ยเสี่ยวแย้งขึ้น เธออยากจะออกไปช่วยทุกคน อีกอย่างเธอยังไม่เห็นหัวหน้าโจรตัวจริงเลยว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
[จบบท]