บทที่ 118: บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
พนักงานขายหญิงคนที่มีผมเปียยาวสองข้างหยิบกระดาษชำระออกมาสองม้วนใหญ่ด้วยท่าทางคล่องแคล่วชำนาญ เธอจัดการม้วนพวกมันรวมกันแล้วยื่นส่งให้เจียงซูหลัน พลางขยิบตาให้เล็กน้อยเป็นเชิงส่งสัญญาณ “ของนี่ใช้ดีจริงๆ นะจ๊ะ”
เพียงแต่ว่าราคามันสูงเกินไปหน่อย พวกภรรยาทหารที่มาจากชนบทแล้วย้ายตามสามีมาอยู่บนเกาะส่วนใหญ่เลยไม่กล้าควักเงินซื้อกัน จะมีก็แต่ภรรยาทหารที่มาจากในเมืองเท่านั้นที่นิยมใช้ของแบบนี้
พนักงานขายจึงลอบประเมินในใจ ภรรยาของรองผู้บังคับการกรมโจวคนนี้จะต้องเป็นคนเมืองแน่ๆ ไม่อย่างนั้นผิวพรรณคงไม่ขาวผ่องละเอียดลออ แถมยังหน้าตาสะสวยจนชวนให้คนมองตะลึงแบบนี้หรอก
เจียงซูหลันเพียงแค่พยักหน้าตอบรับเบาๆ ในขณะที่โจวจงเฟิงเหลือบมองม้วนกระดาษนั้นเพียงแวบเดียว ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ความจริงเขาไม่เคยเข้าใจเลยว่ากระดาษชำระก็คือกระดาษชำระ ทำไมถึงต้องผลิตออกมาให้เป็นสีม่วงแดงด้วยนะ มันดูสีสันฉูดฉาดเกินความจำเป็นไปหน่อย
หลังจากซื้อม้วนกระดาษชำระเสร็จเรียบร้อย เจียงซูหลันก็เดินกวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง เธอเลือกซื้อสบู่ก้อนมา 2 ก้อน และกะละมังเคลือบอีก 4 ใบ
ถึงจะซื้อมาเท่านี้แล้วเธอก็ยังรู้สึกว่ามันยังขาดเหลืออะไรไปอีกนิดหน่อย แต่เจียงซูหลันก็รีบหยุดความคิดอันตรายนั้นไว้ทันที เธอเตือนตัวเองว่าห้ามซื้ออะไรเพิ่มอีกแล้ว ถ้ายังขืนซื้อต่อไป บ้านได้ล้มละลายกันพอดี เจียงซูหลันบังคับตัวเองให้เลิกมองสินค้าต่างๆ ที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้กระจก
ตอนที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกจากร้านนั่นเอง โจวจงเฟิงกลับหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน “ที่นี่มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขายไหมครับ”
คำถามนั้นทำเอาเจียงซูหลันชะงักไป พนักงานขายเองก็ประหลาดใจไปครู่หนึ่งเหมือนกัน “มีจริงๆ จ้ะ เพิ่งมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของโรงงานอาหารเซี่ยงไฮ้เข้ามาลังหนึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง แต่ว่าของมันแพงหน่อยนะ ห่อละ 1 หยวนเลย”
ตั้ง 1 หยวน! ต้องรู้ก่อนว่า แม้แต่เส้นบะหมี่อย่างดีที่ทำจากแป้งฟู่เฉียง ราคาก็ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเจ้านี่เลยด้วยซ้ำ
โจวจงเฟิง “เอามา 5 ห่อครับ”
พอได้ยินคำพูดนั้น ดวงตาของเหลยอวิ๋นเป่ากับเสี่ยวเถี่ยตั้นก็ลุกวาวเป็นประกายขึ้นมา แต่บะหมี่ 5 ห่อก็เท่ากับเงิน 5 หยวน ซึ่งเงิน 5 หยวนนี่แทบจะเป็นค่าอาหารของทั้งบ้านรวมกันหลายวันเลยทีเดียว
เจียงซูหลันรีบดึงแขนเขาไว้ทันควัน เธอโน้มตัวไปกระซิบเสียงเบา “โจวจงเฟิง จะซื้อไปทำอะไรเยอะแยะคะ ซื้อให้เด็กๆ ลองชิมสัก 2 ห่อก็พอแล้ว”
ก่อนหน้านี้เสี่ยวเถี่ยตั้นเพิ่งไปกินบะหมี่ของเหลยอวิ๋นเป่ามา ถ้าพวกเขาไม่ซื้อคืนกลับไปบ้างก็จะดูเหมือนเป็นการเอาเปรียบกันเกินไป แต่การซื้อ 2 ห่อ ก็ถือว่ามากเกินพอแล้วจริงๆ
พนักงานขายชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง ตอนแรกพวกเธอยังกลัวว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนี่จะขายไม่ออกจนต้องขาดทุนอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่ามีคนเหมาไปทีเดียว 5 ห่อ แต่ปัญหาคือ ดูเหมือนสามีภรรยาคู่นี้จะตกลงกันไม่ได้น่ะสิ
“เอา 5 ห่อครับ” เขาให้คำตอบยืนยันกับพนักงานขายอย่างชัดเจน โจวจงเฟิงหันกลับมามองเจียงซูหลัน แล้วย้อนถามเธอ “ไม่ใช่เด็กแล้วกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ได้หรือไง”
ตอนที่เหลยอวิ๋นเป่าเอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาคราวก่อน เขาสังเกตเห็นแววตาของเจียงซูหลันที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน มันฉายแววบางอย่างออกมา เป็นที่ชัดเจนว่าเจียงซูหลันเองก็อยากกินมันเหมือนกัน เพียงแต่เธอเป็นผู้ใหญ่ เลยไม่อยากจะไปแย่งของกินกับเด็กๆ
คำพูดนั้นทำให้เจียงซูหลันนิ่งไป เธอรู้สึกถึงความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกก่อตัวขึ้นในใจ มันเหมือนกับการได้ดื่มน้ำอุ่นๆ ในวันอากาศหนาวจัด ไม่เพียงแต่มอบความอบอุ่น แต่ยังมีความหวานเล็กๆ แทรกซึมเข้ามาด้วย เขาคนนี้ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ
พนักงานขายรีบไปหยิบบะหมี่ทั้ง 5 ห่อมาให้ทันที มันเป็นห่อพลาสติกสีแดงที่มีรูปไก่สีทองพิมพ์อยู่บนหน้าซอง เธอเลื่อนมันทั้งหมดมาตรงหน้าพวกเขา “5 ห่อพอดีเลยจ้ะ”
คนอื่นจะซื้อแค่ห่อเดียวยังต้องกัดฟันคิดหนัก แต่รองผู้บังคับการกรมโจวคนนี้กลับใจป้ำ สั่งทีเดียว 5 ห่อรวด
โจวจงเฟิงพยักหน้า เขารวบห่อบะหมี่ทั้งหมดใส่ลงในถุง แล้วหันไปทางเจียงซูหลัน “สหายซูหลัน กรุณาจ่ายเงินด้วยครับ”
เขาน่ะมีปัญญาสั่งซื้ออย่างเดียว แต่ในตัวกลับไม่มีเงินติดตัวเลยสักเฟิน คราวนี้เจียงซูหลันถึงกับหลุดหัวเราะออกมาทั้งที่กำลังโมโห เธออดไม่ได้ที่จะค้อนให้เขาวงหนึ่ง ก่อนจะล้วงธนบัตรใบละ 10 หยวน หรือที่เรียกกันว่าต้าถวนเจี๋ยออกมาจ่ายเงิน แล้วจึงเดินออกจากสหกรณ์การค้าและการตลาด
เจียงซูหลันยังคงรู้สึกเจ็บปวดในใจไม่หาย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนี่มันทำมาจากเนื้อหรือยังไงกัน ถึงได้แพงมหาโหดขนาดนี้
แต่เจียงซูหลันไม่รู้เลยว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนี้เดิมทีเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดของโรงงานอาหารเซี่ยงไฮ้ ข้างนอกนั่นขายกันอยู่ที่ห่อละ 5 เหมา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนที่มันถูกขนส่งมาไกลถึงบนเกาะแห่งนี้ ราคาของมันพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
“เอาล่ะ ไม่ต้องเสียดายเงินหรอก นานๆ ทีเราจะเจอของที่ชอบไม่ใช่หรือครับ คุณคิดว่าความสุขของคุณมีค่าน้อยกว่าเงิน 1 หยวนเหรอ”
โจวจงเฟิงมาจากครอบครัวที่มีฐานะดี เขาแทบไม่เคยต้องกังวลเรื่องเงินเลย อยากได้อะไรก็ซื้อเสมอ ตอนที่ยังเป็นโสดเขาก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด และในเมื่อตอนนี้เขามีภรรยาแล้ว เขาก็ยิ่งไม่มีทางปล่อยให้ภรรยาต้องลำบากเด็ดขาด
คำพูดนั้นของเขาทำเอาเจียงซูหลันเถียงไม่ออก เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้างั้นเดี๋ยวตอนไปตลาด เราซื้อกับข้าวน้อยลงหน่อยแล้วกันนะคะ” ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารช่วงนี้มันสูงเกินไปแล้วจริงๆ
ในเมื่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ซื้อมาแล้ว เรื่องอื่นๆ ที่เหลือโจวจงเฟิงจึงตามใจเจียงซูหลันแต่โดยดี เขาเดินนำหน้ามุ่งตรงไปยังตลาดขายผัก
มีเพียงเด็กชายทั้งสองคนที่สบตากันไปมา สายตาของพวกเขาทั้งคู่จับจ้องไปที่ถุงตาข่ายไนลอนในมือของโจวจงเฟิง ซึ่งข้างในบรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไว้ถึง 5 ห่อ ทั้งเสี่ยวเถี่ยตั้นและเหลยอวิ๋นเป่าต่างก็กลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อก
“คุณอาโจวดูใจดีกับพวกเราจังเลยเนอะ”
“งั้นเดี๋ยวเราเก็บซุปอุจจาระที่อร่อยที่สุดไว้ให้เขาดีไหม”
โจวจงเฟิง “…” เขาคิดว่าคงจะไม่ต้องลำบากถึงขนาดนั้น
ตลาดขายผักอยู่ไม่ไกลจากสหกรณ์การค้าและการตลาดมากนัก ที่นี่ไม่ได้มีแค่ผักสดๆ วางขายเท่านั้น แต่ยังมีอาหารทะเลที่เหล่าชาวประมงเพิ่งจับขึ้นมาส่งขายอีกด้วย
เจียงซูหลันเหลือบไปเห็นหอยกาบที่กำลังอ้าปากพ่นฟองอากาศอยู่ในน้ำ ความตั้งใจเดิมที่จะประหยัดเงินนั้นมลายหายไปสิ้น “ซื้อเจ้านี่หน่อยดีไหมคะ” เมื่อตอนกลางวันที่บ้านสกุลเหลย เธอกินแล้วรู้สึกว่ามันอร่อยดีทีเดียว
โจวจงเฟิงพยักหน้า “นี่คือหอยลาย ชั่งให้เรา 3 จินครับ”
เจียงซูหลัน “เยอะไปค่ะ”
“ไม่เยอะหรอก พรุ่งนี้ผมอยากชวนเพื่อนทหารมากินข้าวที่บ้านด้วยกัน ซื้อไปทีเดียวเลย คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินมาอีกรอบพรุ่งนี้ คุณว่าดีไหม”
เจียงซูหลันพยักหน้ายอมรับ เธอมารู้สึกตัวเดี๋ยวนี้เองว่า ในเรื่องการจับจ่ายซื้อของนี่ โจวจงเฟิงดูจะใจถึงและเด็ดขาดกว่าเธอมาก
หอยลาย 3 จิน กุ้งอีก 2 จิน หมูสามชั้น 1 จิน แถมยังได้หนังหมูมาฟรีอีกหนึ่งชิ้นสำหรับเอาไว้เจียวน้ำมันเพื่อเตรียมกระทะใหม่ แถมด้วยผักกาดขาวหัวใหญ่อีก 2 หัว หัวไชเท้า 3 หัว และมันฝรั่งอีก 2 ลูก
หลังจากเดินออกมาจากตลาดขายผัก เจียงซูหลันมองดูโจวจงเฟิงที่ตอนนี้หอบหิ้วถุงตาข่ายพะรุงพะรังจนแทบจะไม่มีที่ให้ถือแล้ว เธอมองเขาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะทำเสียงดุ “คราวหน้าห้ามคุณมาซื้อกับข้าวกับฉันอีกแล้วนะ”
ผู้ชายคนนี้พอเข้าตลาดขายผักเท่านั้นแหละ ก็ทำตัวเหมือนโจรเข้าปล้นหมู่บ้าน ถ้าเธอไม่คอยดึงรั้งเขาไว้ ป่านนี้เขากคงวางแผนยกตลาดกลับบ้านไปด้วยแล้วถ้าเขาสามารถทำได้
โจวจงเฟิงได้แต่ยกมือขึ้นลูบจมูกตัวเองแก้เก้อ เจียงซูหลันยังคงบ่นต่อ “แค่บ่ายนี้บ่ายเดียว เราใช้เงินไปเกือบ 100 หยวนแล้วนะ”
[จบบท]