บทที่ 133: แขกไม่ได้รับเชิญ
คำพูดนั้นลอยออกมาท่ามกลางความเงียบ มันเป็นการพูดยกยอที่เกินจริงไปมาก เซียวอ้ายจิ้งมีสถานะเป็นสหายอาวุโส การที่เธอเอ่ยปากว่า ‘ชื่นชม’ เจียงซูหลัน มันไม่ต่างอะไรกับการยกอีกฝ่ายขึ้นสูงเพียงเพื่อจะผลักให้ตกลงมา
โจวจงเฟิงปรายสายตามองเซียวอ้ายจิ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยโทนเสียงห่างเหิน “ภรรยาผมกำลังยุ่ง ไม่สะดวกพบแขกครับ” เขาปฏิเสธคำขอนั้นอย่างไม่รักษาน้ำใจ
“ยุ่งจริง หรือว่าอายจนไม่กล้าพาออกมาอวดใครล่ะ”
เซียวอ้ายจิ้งยังคงซักไซ้ ความรู้สึกชื่นชมในตัวโจวจงเฟิงที่เธอเคยมีมันแปรเปลี่ยนเป็นความชิงชังไปแล้ว หลังจากทำอะไรไปมากมาย แต่ผลประโยชน์ทั้งหมดกลับตกไปอยู่ที่เจียงซูหลัน
แต่แล้วร่างของเจียงซูหลันก็ก้าวออกมาจากห้องครัว การปรากฏตัวของเธอดึงดูดสายตาของคนสิบกว่าชีวิตในห้องโถงกลางให้หันไปมองเป็นจุดเดียว แม้ทุกคนจะรู้ข่าวการแต่งงานของโจวจงเฟิงมาบ้าง ก็นับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นภรรยาของเขาตัวเป็นๆ ซึ่งการได้เห็นหน้าเธอชัดๆ ในครั้งนี้ ก็ทำให้ทุกคนถึงกับชะงักไป เพราะเหตุผลง่ายๆ ว่าเธองดงามอย่างยิ่ง
เธอดูเรียบง่ายในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าเต๋อฉีเหลียงสีฟ้าอ่อนที่มีปกคอเป็นทรงเหลี่ยมเฉียง ผมเปียสีดำขลับถูกจัดให้พาดอยู่บนบ่าซ้าย ขับเน้นให้ผิวพรรณของเธอดูผุดผ่อง ใบหน้ารูปไข่ได้สัดส่วนรับกับคิ้วและดวงตาที่ราวกับถูกวาดขึ้นมา ทุกองค์ประกอบบนร่างของเธอดูลงตัวอย่างหาที่ติไม่ได้
ห้องโถงกลางที่เคยมีเสียงพูดคุยกลับเงียบสงัดลง
ทุกคนในที่นั้นดูเหมือนจะเข้าใจได้ว่า เหตุใดรองผู้บังคับการกรมโจวผู้มุ่งมั่นจึงตัดสินใจแต่งงานอย่างรวดเร็วหลังจากการเดินทางไปมณฑลตงเพียงครั้งเดียว หากมีภรรยาที่งดงามเช่นนี้ เป็นชายใดก็คงไม่อาจละสายตาไปได้
ติงอวี้เฟิ่ง ภรรยาของผู้พันเฉินถึงกับเผลอกลั้นหายใจ นี่มันราวกับนางฟ้า
ขณะที่สวีเหม่ยเจียว ภรรยาของผู้บังคับการกรมจ้าว เผลอเม้มริมฝีปาก สายตาที่จับจ้องไปยังเจียงซูหลันเต็มไปด้วยความระแวง
แม้แต่เซียวอ้ายจิ้ง ผู้ที่ก่อนหน้านี้ส่งเสียงดังต้องการจะพบหน้าเจียงซูหลัน ก็ยังต้องเงียบเสียงลง เธอจ้องมองร่างที่เพิ่งปรากฏตัวนั้นไม่กะพริบตา
เจียงซูหลันเพียงกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะเดินมุ่งตรงไปหาโจวจงเฟิง น้ำเสียงของเธอไพเราะ “เหล่าโจว ฉันได้ยินว่ามีคนอยากเจอน่ะค่ะ ใครเหรอคะ”
เธอไม่ได้เหลือบแลไปทางเซียวอ้ายจิ้งเลย
เป็นการแสดงออกถึงการไม่ไยดีที่ชัดเจน
ระยะห่างระหว่างห้องโถงกลางและห้องครัวมันใกล้กันเพียงแค่นี้ เจียงซูหลันจะไม่ได้ยินเสียงก่อนหน้านี้ได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้มาดี มีหรือที่เจียงซูหลันจะต้องทำดีตอบ
“ธุระเสร็จแล้วเหรอ” โจวจงเฟิงถามกลับ
เขาเองก็ไม่ได้เอ่ยถึงเซียวอ้ายจิ้งเช่นกัน ทั้งสองสามีภรรยาต่างพร้อมใจกันมองข้ามการมีตัวตนของเซียวอ้ายจิ้งไปโดยสมบูรณ์
เจียงซูหลันพยักหน้ารับ
“ผมขอแนะนำให้ทุกคนรู้จัก นี่ภรรยาของผม เจียงซูหลันครับ”
โจวจงเฟิงคว้าแขนของเจียงซูหลันไว้ แล้วประกาศแนะนำเธอกับทุกคนที่อยู่ในห้องนั้น กลุ่มนายทหารอย่างผู้พันเฉิน ผู้บังคับการกรมจ้าว ผู้บังคับการกรมน่า และซ่งเว่ยกั๋วที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เพิ่งจะดึงสติกลับมาได้
“ไม่แปลกใจเลยที่เหล่าโจวรีบร้อนแต่งเมียขนาดนี้ ที่แท้ก็แอบซ่อนคนงามไว้นี่เอง”
มีภรรยาหน้าตาสะสวยขนาดนี้ หากเป็นพวกเขา ก็คงอยากจะเก็บไว้ชื่นชมคนเดียวเหมือนกัน
เจียงซูหลันส่งยิ้มบางๆ ให้กับทุกคน แต่เมื่อสายตาของเธอเคลื่อนไปประสานกับเซียวอ้ายจิ้ง รอยยิ้มนั้นก็จางหายไป
เซียวอ้ายจิ้งคือภรรยาของผู้บังคับการซ่ง เธอไม่เคยชินกับการถูกคนมองข้ามเช่นนี้ ยิ่งเธอกำลังหัวเสียอยู่ พอมาเห็นกิริยาของเจียงซูหลัน มีหรือที่เธอจะไม่รู้ตัว
“เธอสินะเจียงซูหลัน หน้าตาสวยขนาดนี้ มิน่าล่ะ ถึงได้แย่งรองผู้บังคับการกรมโจวไปจากหมิ่นอวิ๋นของฉันได้”
น้ำเสียงแหลมของเซียวอ้ายจิ้งทำลายบรรยากาศที่เป็นมิตรลง บรรยากาศที่เพิ่งจะเริ่มผ่อนคลายกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ทุกสายตาหันไปจับจ้องที่เจียงซูหลัน
โจวจงเฟิงขยับตัวทำท่าจะพูด แต่กลับถูกฝ่ามือเล็กๆ ของเจียงซูหลันแตะลงบนแขนเพื่อห้ามไว้
เธอยังคงรักษาท่าทีสงบไว้ “คุณคงเป็นญาติของเจียงหมิ่นอวิ๋นสินะคะ ไม่ทราบว่าเจียงหมิ่นอวิ๋นได้เล่าให้คุณฟังบ้างหรือเปล่า ว่าในงานดูตัววันนั้น เธอเป็นคนเข้ามาแย่งคู่ดูตัวของฉันไปก่อน แถมยังแอบสลับป้ายเลขห้องดูตัวของฉัน แล้วยังจ้างคนมาสาดน้ำชาใส่ฉันอีก สารพัดวิธีเพื่อให้ได้ผู้ชายแก่ๆ ที่เคยแต่งงานมาแล้วคนนั้นไป”
“และเท่าที่ทราบ ตอนนี้เธอก็ได้แต่งงานสมใจกับสามีที่เธอลงทุนลงแรงใช้สารพัดวิธีสกปรกเพื่อให้ได้เขามาแล้วไม่ใช่เหรอคะ”
“สหายคะ ก่อนที่จะกล่าวหาว่าคนอื่นไปแย่งของๆ ใครมา น่าจะลองตรวจสอบคนของตัวเองก่อนนะคะ ว่าทำตัวให้มันถูกต้องแล้วหรือยัง”
สิ้นเสียงของเจียงซูหลัน ห้องทั้งห้องก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครในที่นี้ล่วงรู้ถึงรายละเอียดเบื้องลึกของเรื่องนี้มาก่อนเลย
ที่ผ่านมาพวกเขาได้ยินเพียงข่าวลือในเกาะที่ว่า เจียงซูหลันใช้มารยาบางอย่างเพื่อแย่งรองผู้บังคับการกรมโจว ซึ่งเป็นคู่ดูตัวที่เซียวอ้ายจิ้งหมายตาไว้ให้หลานสาว
แต่ไม่เคยมีใครระแคะระคายเลยว่า มันจะมีเรื่องราวพลิกผันซับซ้อนอยู่เบื้องหลังมากมายขนาดนี้ หากเรื่องราวเป็นไปตามที่เจียงซูหลันพูด มันก็กลับตาลปัตรเป็นเจียงหมิ่นอวิ๋นต่างหากที่ไปแย่งคู่ดูตัวของเจียงซูหลัน การที่เซียวอ้ายจิ้งบุกมาโวยวายถึงที่นี่จึงเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลอย่างมาก
เซียวอ้ายจิ้งเองก็คาดไม่ถึงว่าเจียงซูหลันจะกล้าพูดจาโต้ตอบอย่างฉะฉานและแฉเรื่องราวทั้งหมดออกมาต่อหน้าคนหมู่มากเช่นนี้ เธอโกรธจนร่างสั่นเทา “ต่อให้เธอจะแก้ตัวยังไง สุดท้ายเธอก็ได้แต่งงานกับโจวจงเฟิง มันคือเรื่องจริง”
ยังไงเธอก็แย่งหลานเขยในอนาคตของเธอไปอยู่ดี
เจียงซูหลันมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแปลกๆ “ฉันแต่งงานกับโจวจงเฟิงแล้วมันแปลกตรงไหนเหรอคะ ในเมื่อเจียงหมิ่นอวิ๋นเป็นคนทิ้งเขาไปเอง โจวจงเฟิงเลยกลายเป็นชายโสด และเพราะแผนการของเจียงหมิ่นอวิ๋น ฉันก็เลยกลายเป็นสหายหญิงที่ไร้คู่ เราสองคนต่างก็เป็นโสด ไม่ได้มีพันธะอะไร ทำไมเราจะตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกันไม่ได้”
“หรือคุณกำลังจะบอกว่า โจวจงเฟิงเป็นสมบัติส่วนตัวของคุณหรือไงคะ เขาจะแต่งงานกับใคร ต้องรอให้คุณเป็นคนตัดสินใจก่อนงั้นเหรอ”
การตอกกลับที่รุนแรงนั้นทำให้ใบหน้าของเซียวอ้ายจิ้งซีดขาว
เธอกำลังจะอ้าปากเถียงต่อ แต่ซ่งเว่ยกั๋วก็ตวาดขึ้นเสียงดัง “เหล่าเซียว ถ้าคุณไม่คิดจะกินข้าว ก็กลับไปได้แล้ว”
เซียวอ้ายจิ้งกับซ่งเว่ยกั๋วเป็นสามีภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่ยังหนุ่มสาว เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสามีจะกล้าตวาดเธออย่างไม่ไว้หน้าต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ มันทำให้เธอรู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรง เธอจึงสะบัดตัวหันหลังเดินออกจากบ้านไป
ซ่งเว่ยกั๋วยืนนิ่งอยู่กับที่เพียงลำพังครู่ใหญ่ หลังจากพยายามปรับอารมณ์แล้ว เขาจึงหันไปกล่าวขอโทษสองสามีภรรยาเจ้าของบ้าน “ภรรยาผมเธออารมณ์ไม่ปกติ ผมต้องขอโทษพวกคุณสองคนแทนเธอด้วยจริงๆ”
เจียงซูหลันไม่ได้ตอบรับ หรือปฏิเสธคำขอโทษนั้น
ในขณะที่โจวจงเฟิงแสดงจุดยืนที่ชัดเจนกว่า “ซ่งเว่ยกั๋ว ถ้าหากครั้งต่อไปสหายเซียวอ้ายจิ้งยังมีท่าทีแบบนี้อีก ก็ไม่ต้องเชิญเธอมาที่บ้านผม”
นี่คือการมาเยี่ยมเยียนในฐานะแขกงั้นหรือ แบบนี้มันเรียกว่าบุกมารังแกกันถึงบ้านชัดๆ
เมื่อคำพูดนั้นจบลง ผู้พันเฉินและผู้บังคับการกรมจ้าวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้แต่มองหน้ากัน ก่อนที่ทั้งคู่จะส่ายหัวเบาๆ พวกเขารู้สึกว่ารองผู้บังคับการกรมโจวผู้นี้ ทำอะไรตามอารมณ์ของตัวเองมากเกินไปแล้ว
[จบบท]