บทที่ 192: เหยื่อล่อ
คนที่มาปรากฏตัวหน้าประตูคือซ่งเว่ยกั๋วและผู้บังคับการกรมจ้าว พวกเขาไม่ได้มามือเปล่า แต่ในมือของชายหนุ่มทั้งสองต่างก็หิ้วอาหารกระป๋องมาด้วยคนละสองกระป๋อง
ความจริงแล้วหน้าที่นี้ควรเป็นของภรรยาพวกเขา...เซียวอ้ายจิ้งและสวีเหม่ยเจียว แต่เพราะเหตุการณ์ครั้งก่อนทำให้พวกเธอทั้งคู่เกิดความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนต่อเจียงซูหลัน จนไม่กล้ามาเผชิญหน้าเอง
ประจวบเหมาะกับที่ซ่งเว่ยกั๋วและผู้บังคับการกรมจ้าวมีธุระต้องมาพูดคุยกับโจวจงเฟิงอยู่แล้ว ภารกิจส่งของเยี่ยมไข้จึงตกเป็นของพวกเขาสองคนโดยปริยาย
โจวจงเฟิงยืนนิ่งอยู่ที่ประตู คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แสดงเจตนาว่าไม่ต้องการรับของเหล่านั้น แม้จะไม่ได้เอ่ยปากปฏิเสธ แต่ท่าทีเย็นชาก็กดดันจนบรรยากาศอึดอัด
ซ่งเว่ยกั๋วซึ่งเป็นคนอารมณ์ดีกว่าจึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ เขายัดกระป๋องในมือใส่อ้อมแขนของโจวจงเฟิงอย่างไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ “นี่ไม่ใช่ของสำหรับนาย มันเป็นของเยี่ยมไข้ภรรยานาย รับไปเถอะน่า ไม่อย่างนั้นฉันจะรู้สึกไม่สบายใจ เหมือนติดค้างอะไรอยู่”
คำพูดนั้นทำให้ความตึงเครียดคลายลงเล็กน้อย อันที่จริงแล้ว มิตรภาพระหว่างซ่งเว่ยกั๋วกับโจวจงเฟิงนั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะมาเกรงอกเกรงใจกันด้วยเรื่องเพียงเท่านี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มต้นมานานตั้งแต่สมัยที่ท่านผู้เฒ่าโจวยังต้องไหว้วานให้ซ่งเว่ยกั๋วช่วยเป็นพ่อสื่อหาคู่ดูตัวให้กับหลานชายจอมเย็นชาคนนี้
เพียงแต่โชคชะตาเล่นตลก การเข้ามาของเซียวอ้ายจิ้งได้สร้างรอยร้าวที่มองไม่เห็นขึ้นตรงกลาง แม้จะไม่ถึงขั้นแตกหักจนมองหน้ากันไม่ติด แต่ความสนิทสนมอย่างที่เคยเป็นก็จางหายไปตามกาลเวลา
ถึงกระนั้น ธรรมชาติของผู้ชายก็มักจะใจกว้างและปล่อยวางได้เร็วกว่าที่คิด ซ่งเว่ยกั๋วคือตัวแทนของคนกลุ่มนั้นอย่างชัดเจน การมาเยือนในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการสลายน้ำแข็งในใจ
เมื่ออีกฝ่ายอ้างถึงภรรยา โจวจงเฟิงก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธอีกต่อไป เขารับของมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามปกติ “รับไว้แล้ว”
สิ้นคำ เขาก็หมุนตัวกลับเข้าบ้าน ปล่อยให้สหายทั้งสองยืนอยู่ที่หน้าประตู
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังเข้ามาในห้อง เจียงซูหลันที่นั่งรออยู่จึงเอ่ยถาม “พวกเขาไปกันแล้วเหรอ”
โจวจงเฟิงพยักหน้าเป็นคำตอบ แต่เขาไม่ได้หยุดพูดคุย ร่างสูงในชุดอยู่บ้านเดินตรงเข้าห้องนอนไปทันที สักพักเขาก็กลับออกมาในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวขี้ม้าที่คุ้นตา มันทำให้เขากลับไปสู่โหมดรองผู้บังคับการกรมผู้เคร่งขรึมอีกครั้ง
“ผมต้องไปกับทีมล่าหมาป่าสักพัก มื้อเที่ยงอาจจะกลับมาไม่ทัน คุณกินข้าวก่อนได้เลย ไม่ต้องรอผม”
คำว่า “ทีมล่าหมาป่า” กระทบโสตประสาทของเจียงซูหลันจนเธอต้องขมวดคิ้วตามสัญชาตญาณ
“ทีมล่าหมาป่าเหรอคะ” เธอย้อนถาม “ฉันนึกว่าตั้งทีมเสร็จเรียบร้อยไปแล้วเสียอีก”
ความทรงจำในวันที่เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายยังคงสดใหม่ มันฝังรากลึกจนกลายเป็นความหวาดกลัวที่ยากจะสลัดหลุด
เธอจำได้ว่าหลังเกิดเรื่องวันนั้น ก็มีข่าวว่าจะมีการจัดตั้งทีมนี้ขึ้น นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เขายังจะไปทำอะไรที่นั่นอีก
โจวจงเฟิงสังเกตเห็นแววตาตื่นกลัวของภรรยา เขาจึงอธิบายให้เธอสบายใจ
“ไม่มีอะไรน่าห่วง แค่มีหมาป่าเจ้าเล่ห์สองตัวหนีรอดไปได้ หมาป่าพวกนี้มันอาฆาตเป็น ทางทีมเลยต้องจัดการถอนรากถอนโคนให้สิ้นซาก ไม่อย่างนั้นถ้าปล่อยทิ้งไว้ จะเป็นภัยคุกคามทีหลัง”
เขาเว้นช่วงเล็กน้อย “ถ้ามันลงเขามาเพื่อแก้แค้นพวกเราที่เป็นทหารก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่ที่น่ากังวลคือความเจ้าเล่ห์ของมัน ถ้ามันเลือกเป้าหมายไปที่คนแก่หรือเด็กๆ คนกลุ่มนั้นแทบไม่มีทางต่อสู้ป้องกันตัวได้เลย”
ขณะที่พูด เขาก็จัดเครื่องแบบให้เข้าที่และเตรียมจะก้าวออกจากบ้าน
“เดี๋ยวก่อน” เจียงซูหลันร้องห้ามไว้
วินาทีนั้นเอง ที่เหนือศีรษะของโจวจงเฟิงมีแถบข้อความสว่างวาบขึ้นมา
【เขาจะเจอเรื่องอันตราย】
【สองตัวที่หนีไปคือลูกหมาป่ารุ่นแรกของจ่าฝูงตัวเก่า แถมยังเป็นตัวเต็งที่จะชิงตำแหน่งจ่าฝูงตัวต่อไปด้วย ไม่ใช่แค่ฉลาดเป็นกรด แต่พละกำลังก็เหนือกว่าหมาป่าทั่วไปชนิดเทียบไม่ติด】
【หมายความว่ายังไง บอสโจวกับคนอื่นๆ ก็ฝีมือดี แถมยังมีปืน ทำไมต้องกลัวสัตว์สองตัวนี้ด้วย】
【แล้วถ้าบอสโจวกับทีมต้องใช้เวลาหลายวันในป่าเพื่อตามล่ะ พอพวกเขาเหนื่อยจนหมดสภาพ กำลังจะพักผ่อน หมาป่าสองตัวนั่นก็ฉวยโอกาสตอนกลางคืนลอบโจมตีล่ะ】
ข้อความนั้นทำให้หน้าต่างข้อความเงียบกริบไปชั่วขณะ
【การจู่โจมแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง ในจังหวะที่มนุษย์อ่อนแอที่สุด มันป้องกันไม่ได้เลยนะ】
【แล้วผลลัพธ์ล่ะ เป็นยังไง】
【เพื่อช่วยเพื่อนร่วมทีม บอสโจวต้องสู้ตายกับหมาป่าสองตัวนั้น สุดท้ายเขาฆ่ามันได้แบบฉิวเฉียด แต่ตัวเองก็โดนกัดจนเจ็บหนักไปทั้งตัว โดยเฉพาะที่ขา...แผลลึกจนเห็นกระดูก】
สิ้นข้อความนั้น หน้าต่างข้อความก็เงียบสนิทอีกครั้ง
ใบหน้าของเจียงซูหลันซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด
“ซูหลัน เป็นอะไรไป” โจวจงเฟิงที่เห็นเธอเรียกไว้แล้วก็เงียบไป แถมสีหน้ายังเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน จึงเรียกซ้ำถึงสามครั้งด้วยความเป็นห่วง
“โจวจงเฟิง โจวจงเฟิง คุณไม่ไปได้ไหม อย่าไปร่วมทีมล่าหมาป่าเลยนะ” เจียงซูหลันคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนรนวิงวอน
“ซูหลัน เกิดอะไรขึ้น” เขาถามย้ำ พยายามจับความผิดปกติ
“ผมไม่ไปไม่ได้ โหวจื่อกับซื่อเหยียนไปมาแล้วรอบหนึ่ง พวกเขาก็บาดเจ็บกลับมา” เขาสบตาเธอ พยายามอธิบายเหตุผล “ที่ผ่านมาผมต้องอยู่ดูแลคุณที่ป่วย ผมเลยไม่ได้ไป แต่ตอนนี้คุณหายดีแล้ว ผมจำเป็นต้องไป ผมปล่อยให้ลูกน้องไปเสี่ยงตาย ส่วนตัวเองมานั่งสบายใจอยู่บ้านไม่ได้...ผมทำไม่ลง”
เจียงซูหลันรู้ดีว่าคำขอของเธอช่างเห็นแก่ตัวเพียงใด แต่ภาพบาดแผลลึกจนเห็นกระดูกที่ฉายชัดในหัวมันทำให้เธอทนไม่ได้ เธอไม่อยากรับรู้ล่วงหน้าแล้วต้องมานั่งมองเขาเดินออกไปเผชิญความเจ็บปวดนั้น
“โจวจงเฟิง ฉันไม่สบาย ฉันปวดท้อง คุณอยู่บ้านเป็นเพื่อนฉันก่อนได้ไหม” เธอตัดสินใจโกหก
แต่คำโกหกนั้นใช้กับเขาไม่ได้ผล สีหน้าของโจวจงเฟิงเคร่งขรึมขึ้น “ซูหลัน เวลาที่คุณโกหก เปลือกตาของคุณจะกะพริบถี่มาก ในหนึ่งนาทีคุณกะพริบตาเป็นสิบๆ ครั้ง”
เขามองเธอนิ่ง “อย่าโกหกผมเลย”
“และที่สำคัญ ซูหลัน ผมเป็นทหาร”
คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับค้อนทุบ เจียงซูหลันชะงักงัน...ใช่แล้ว เขาคือทหาร นี่คือหน้าที่ คือภารกิจที่เขาไม่สามารถหลีกหนีได้
【ซูซูก็คงลำบากใจมาก ในฐานะภรรยา ย่อมไม่อยากให้สามีไปเสี่ยง แต่ในเมื่อสามีเป็นทหาร มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้】
【ความปลอดภัยของครอบครัวกับภาระหน้าที่...มันเลือกยากจริงๆ】
【ถ้ารั้งบอสโจวไม่ได้ ก็ต้องปล่อยเขาไปเจ็บหนักเหรอ】
【เกือบตายเลยนะนั่น เพื่อช่วยเพื่อนร่วมทีม】
【มันก็ไม่แน่เสมอไป ถ้าเรากำจัดหมาป่าสองตัวนั้นก่อนได้ อันตรายก็จบ】
【แล้วพวกมันซ่อนอยู่ที่ไหนล่ะ พอจะเช็กจากเนื้อเรื่องได้ไหม】
【เจอแล้ว! ฉันไปเช็กมา...หมาป่ามันอยู่ที่...เอ๊ะ】
【ทำไมไปอยู่ตรงนั้นได้】
【ที่ไหน รีบบอกมา!】
【จำที่ซูซูกับเพื่อนไปเจอดินแดนสวรรค์คราวก่อนได้ไหม ที่นั่นแหละ หมาป่าสองตัวมันซ่อนอยู่ในนั้น ที่นั่นมันลับตาคนสุดๆ นอกจากซูซูที่เป็นบั๊กของเรื่อง แถมยังเป็นลูกรักสวรรค์ ไม่มีใครหาที่นั่นเจอแน่】
【จบกัน ตำแหน่งนั้นนอกจากซูซู ไม่มีใครหาเจอ】
หน้าต่างข้อความเงียบไปอีกครั้ง ราวกับว่านี่คือทางตัน
เจียงซูหลันที่ยืนนิ่งอยู่นานพลันได้สติ เมื่อเธอห้ามเขาไม่ได้ เธอก็มีแต่ต้องตามเขาไปเท่านั้น เธอเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาอย่างแน่วแน่ “โจวจงเฟิง ฉันจะไปกับคุณ”
“คราวก่อน จ่าฝูงหมาป่ามันตายเพราะฉัน และมันก็ถูกฆ่าโดยคุณ หมาป่าที่เหลือย่อมมีเราสองคนเป็นเป้าหมายหลักในการแก้แค้น ฉันไป...พวกเราไปกันสองคนนี่แหละ คือเหยื่อล่อที่ดีที่สุด เราจะลากพวกมันออกมาได้ในครั้งเดียว”
[จบบท]