บทที่ 239: เดิมพันแห่งอนาคต
จะอธิบายภาพที่เห็นอย่างไรดี
สหกรณ์สินเชื่อที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าพวกเธอ เป็นเพียงบ้านดินเก่าคร่ำคร่าสองหลังที่สร้างเชื่อมต่อกัน สภาพทรุดโทรมจนน่าใจหาย บริเวณหน้าประตูมีป้ายไม้เก่าๆ แขวนในแนวตั้ง เขียนด้วยตัวอักษรสีซีดจางว่า ‘สหกรณ์สินเชื่อ’
เจียงซูหลันมองภาพนั้นด้วยความตะลึงงัน สองมือกระชับกระเป๋าผ้าในอ้อมกอดแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะเอียงหน้าไปกระซิบถามเหมียวหงอวิ๋นด้วยความสงสัย “ทำไมกองทัพถึงไม่เข้ามาดูแลการก่อสร้างที่นี่คะ”
ในความคิดของเธอ หากกองทัพเป็นผู้ดำเนินการ สหกรณ์สินเชื่อแห่งนี้อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนที่ดูมั่นคงแข็งแรงกว่านี้ ไม่ใช่สภาพซอมซ่ออย่างที่เห็น
เหมียวหงอวิ๋นส่ายหน้าเบาๆ พลางอธิบาย “สหกรณ์สินเชื่อนี่เป็นของท้องถิ่นเขาดูแล เธอคิดดูสิ ถ้าเป็นเธอ เธอจะยอมยก ‘คลังสมบัติ’ ของตัวเองให้กองทัพไปบริหารจัดการไหมล่ะ”
ประโยคนั้นสะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวลึกๆ ระหว่างหน่วยงานทหารกับคนท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
เจียงซูหลันพยักหน้ารับเงียบๆ เข้าใจความหมายนั้นทันที เรื่องเงินทองไม่เข้าใครออกใคร คลังสมบัติของตนย่อมต้องเก็บรักษาไว้กับตัวถึงจะอุ่นใจที่สุด
หากฝากปลาย่างไว้กับแมว หรือเอาเงินไปใส่กระเป๋าคนอื่น ใครจะรับประกันได้ว่าจะไม่ถูกเชิดหนีหายไป
“นั่นสินะคะ”
เหมียวหงอวิ๋นถอนหายใจยาว ก่อนจะแนะนำด้วยความหวังดี “แม่สามีเธอส่งเงินมาให้ตั้งเยอะ ถ้าเธอไม่วางใจที่นี่ จะนั่งเรือไปฝากที่เมืองกวางโจวก็ได้นะ พวกสะใภ้ทหารบางบ้านเขาก็ไปเปิดบัญชีที่สหกรณ์สินเชื่อในเมืองเหมือนกัน ติดอยู่แค่อย่างเดียวคือมันไกลไปหน่อย ฉันขี้เกียจเดินทางไปๆ มาๆ ก็เลยเลือกฝากที่นี่ตลอด”
“แล้วมันปลอดภัยไหมคะ”
เจียงซูหลันยังคงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู สายตาพินิจพิจารณาสภาพแวดล้อมของสหกรณ์อย่างละเอียดถี่ถ้วน
“เรื่องความปลอดภัยเธอไม่ต้องห่วงหรอก” เหมียวหงอวิ๋นยืนยันหนักแน่น “เห็นเป็นกระท่อมมุงหญ้าแบบนี้ แต่เขามีคนเฝ้ายามตลอด 24 ชั่วโมง”
“ที่นี่เปิดมาเกือบยี่สิบปีแล้ว ไม่เคยมีปัญหา เรื่องนี้วางใจได้เลย”
เมื่อได้รับคำยืนยัน เจียงซูหลันจึงยอมเดินตามเหมียวหงอวิ๋นเข้าไปด้านใน ภายในอาคารแม้จะดูเก่าแต่ก็สะอาดสะอ้านกว่าภายนอกมาก มีม้านั่งไม้ยาวสองตัววางไว้สำหรับรองรับผู้มาใช้บริการ
บนผนังด้านหนึ่งมีกระดานดำแผ่นเล็กแขวนอยู่ บนนั้นมีข้อความเขียนด้วยชอล์กสีขาวระบุว่า ‘อัตราดอกเบี้ย 3.2’ และบรรทัดถัดมาเขียนว่า ‘พันธบัตรเพื่อการก่อสร้าง ชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย’
คิ้วเรียวของเจียงซูหลันขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เรื่องดอกเบี้ยเงินฝากเธอพอจะมีความรู้อยู่บ้าง แต่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า ‘พันธบัตรเพื่อการก่อสร้าง’ นี่สิ เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
เมื่อเจ้าหน้าที่หญิงที่นั่งประจำเคาน์เตอร์เห็นพวกเธอเดินเข้ามา ก็ไม่ได้แสดงท่าทีกระตือรือร้นแต่อย่างใด เธอยังคงนั่งนิ่ง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามหน้าที่ “มาฝากเงินหรือถอนเงิน”
เจียงซูหลันตอบกลับอย่างชัดเจน “ฝากเงินค่ะ”
มือเรียวล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบปึกธนบัตรใบละสิบหยวนที่มัดรวมกันไว้อย่างหนาแน่นออกมาวางบนเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ จำนวนเงินสองพันหยวนวางเด่นหรา ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาใจ
“สหายคะ พันธบัตรเพื่อการก่อสร้างคืออะไรเหรอคะ”
ทันทีที่คำถามนี้หลุดออกจากปาก ท่าทีของเจ้าหน้าที่สาวก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เธอชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี
“สหาย คุณสนใจจะซื้อพันธบัตรเพื่อการก่อสร้างเหรอ ฉันจะบอกให้นะ นี่เป็นของดีที่หาไม่ได้ง่ายๆ เลยล่ะ มันจ่ายคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในครั้งเดียว ถ้าลองดีดลูกคิดคำนวณดูแล้ว ดอกเบี้ยสูงกว่าฝากเงินธรรมดาตั้งเยอะ แถมการซื้อพันธบัตรยังถือว่าได้ช่วยชาติพัฒนาประเทศด้วยนะ มันใช้ได้ทั่วประเทศ ต่อให้คุณย้ายออกจากเกาะไปอยู่ที่อื่น ก็เอาไปขึ้นเงินที่ธนาคารไหนก็ได้”
เจียงซูหลันยังไม่ได้ตอบรับในทันที ดวงตากลมโตของเธอจับจ้องไปยังพื้นที่ว่างเปล่าเหนือศีรษะของเจ้าหน้าที่หญิง ที่ซึ่งมีข้อความโปร่งแสงลอยเลื่อนผ่านไปมา
【พันธบัตรเพื่อการก่อสร้าง? ชื่อไม่คุ้นเลย มันคืออะไรอะ ซูซูอย่าเพิ่งซื้อนะ เดี๋ยวขาดทุน】
【หลบไป เด็กเอกการเงินจะเลกเชอร์ให้ฟัง พันธบัตรตัวนี้คือต้นตระกูลของตั๋วเงินคลัง รัฐบาลออกขายแค่ไม่กี่ปี แต่ช่วงนี้ดอกเบี้ยสูงจนน่าตกใจ ขอแค่ซูซูถือไว้แล้วขายออกภายในห้าปี รับรองว่าไม่มีทางขาดทุน เผลอๆ ดอกเบี้ยสูงกว่าฝากประจำสามปีถึงเท่าตัว】
【สรุปง่ายๆ คือ ถ้าซูซูซื้อตอนนี้ ยังไงก็กำไร?】
【ถูกต้อง! ไม่ใช่แค่ไม่ขาดทุน แต่ถ้าขายถูกจังหวะคือกำไรเละ】
【พวกเธอต้องเข้าใจก่อนว่า นี่คือกระดาษที่รัฐบาลออกเอง ประเทศเรามีคติประจำใจคือยอมเข้าเนื้อตัวเองแต่ไม่ยอมให้ประชาชนเดือดร้อน ลองมองไปในอนาคตอีกสิบปีสิ ตั๋วเงินคลังปี 81 ตอนออกมาแรกๆ ไม่มีใครเอา แต่สุดท้ายคนที่กล้าซื้อรวยกันเป็นแถว
จริงๆ แล้วตั๋วเงินคลังกับพันธบัตรเพื่อการก่อสร้างโดยเนื้อแท้มันก็คือพี่น้องท้องเดียวกัน รัฐบาลเป็นคนกู้เหมือนกัน
แต่ยุคนี้คนรู้เรื่องการเงินน้อย ทุกคนกลัวความเสี่ยง เลยไม่มีใครกล้าแตะ
ต้องรอให้ผ่านยุคสมัยไปแล้วมองย้อนกลับมานั่นแหละ ถึงจะรู้ว่าตัวเองปล่อยเพชรหลุดมือไป】
ข้อความเหล่านั้นกระแทกใจใครหลายคนที่กำลังเฝ้าดูหน้าต่างข้อความ บรรยากาศเงียบกริบลงถนัดตา
เจียงซูหลันจับใจความสำคัญได้สองอย่าง หนึ่งคือพันธบัตรนี้ซื้อแล้วไม่ขาดทุนแน่นอน และสองคือในปี 81 จะมีสิ่งที่เรียกว่าตั๋วเงินคลังที่ทำกำไรได้มหาศาล
เธอจดจำข้อมูลแห่งอนาคตนี้ไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ
เสียงของเจ้าหน้าที่หญิงดึงสติเธอกลับมาสู่ปัจจุบัน “สหาย ตกลงจะฝากเงินหรือซื้อพันธบัตรคะ”
เจียงซูหลันตัดสินใจเด็ดขาด เธอดันกองเงิน ‘ต้าถวนเจี๋ย’ ทั้งหมดไปข้างหน้า “ฉันซื้อพันธบัตรเพื่อการก่อสร้างค่ะ”
“ตอนนี้มีระยะเวลาเท่าไหร่บ้างคะ”
“เรามีแบบหนึ่งปี สองปี สามปี และห้าปีค่ะ สูงสุดคือห้าปี”
เจียงซูหลันนึกถึงคำเตือนในหน้าต่างข้อความที่ว่าอย่าถือเกินห้าปี ประกอบกับนี่เป็นครั้งแรกที่เธอลงทุนในรูปแบบนี้ ความระมัดระวังทำให้เธอเลือกทางสายกลาง
“ฉันเอาแบบหนึ่งปีค่ะ” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนถามย้ำเพื่อความแน่ใจ “ชำระคืนครั้งเดียวพร้อมดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่คะ”
รอยยิ้มของเจ้าหน้าที่หญิงแทบจะฉีกถึงใบหู “ถ้าฝากประจำหนึ่งปีปกติ ดอกเบี้ยแค่ร้อยละสาม แต่พันธบัตรหนึ่งปีตัวนี้ ให้ดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละสิบเชียวนะคะ!”
นี่คือการระดมทุนของรัฐที่ยอมจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงลิ่วเพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากประชาชน
ทว่าชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปไหนเลยจะเข้าใจกลไกการเงินแบบนี้ ต่อให้เจ้าหน้าที่อธิบายจนคอแห้ง ก็ไม่มีใครกล้าเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาแลกกับกระดาษแผ่นเดียว
ดังนั้นเมื่อเจอคนใจถึงอย่างเจียงซูหลัน เจ้าหน้าที่หญิงจึงต้องรีบคว้าโอกาสไว้ เพราะยอดขายพันธบัตรคือผลงานชิ้นโบแดงที่เบื้องบนกำหนดมา
สมองของเจียงซูหลันคำนวณตัวเลขอย่างรวดเร็ว เงินต้นสองพันหยวน ดอกเบี้ยร้อยละสิบ เท่ากับจะได้ดอกเบี้ยเปล่าๆ ถึงสองร้อยหยวน
นี่มันยิ่งกว่าคุ้มค่าเสียอีก
เธอไม่ลังเลที่จะยืนยัน “สหาย ฉันซื้อพันธบัตรสองพันหยวนค่ะ”
“เท่าไหร่นะ!”
เจ้าหน้าที่หญิงอุทานเสียงหลง ราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง
เหมียวหงอวิ๋นที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับสะดุ้งโหยง รีบคว้าท่อนแขนของเจียงซูหลันไว้แน่น “เสี่ยวเจียง! เธอจะใจร้อนวู่วามแบบนี้ไม่ได้นะ”
ใครจะไปรู้ว่าไอ้พันธบัตรบ้านี่มันคืออะไร เงินตั้งสองพันหยวน ถ้าเกิดสูญเปล่าขึ้นมา มีหวังบ้านรองผู้บังคับการกรมโจวได้ลุกเป็นไฟแน่
ไม่ว่าจะมองมุมไหน นี่ก็เป็นเงินก้อนมหาศาล
เจียงซูหลันหันไปยิ้มบางๆ ให้เพื่อนบ้านผู้หวังดี “พี่สะใภ้เหมียว รัฐบาลไม่มีทางหลอกลวงประชาชนหรอกค่ะ ดอกเบี้ยสูงขนาดนี้ พี่ไม่ลองแบ่งเงินมาซื้อสักหน่อยเหรอคะ”
เหมียวหงอวิ๋นส่ายหน้าดิกจนแก้มกระเพื่อม “ฉันไม่เอาด้วยหรอก”
สำหรับเธอ กระดาษพันธบัตรพวกนั้น กินก็ไม่อิ่มท้อง ห่มก็ไม่อุ่นกาย แถมยังเอาไปจับจ่ายใช้สอยไม่ได้ จะเอามาให้รกบ้านทำไม
ในสายตาของเหมียวหงอวิ๋น มันก็แค่เศษกระดาษเปื้อนหมึกเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายปิดประตูตาย เจียงซูหลันก็ไม่คิดจะเซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปหาเจ้าหน้าที่หญิง แล้วดันกองเงินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น “สองพันหยวนค่ะ ซื้อพันธบัตรทั้งหมด”
เจ้าหน้าที่หญิงดึงสติตัวเองกลับมาได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอลูกค้ากระเป๋าหนักที่ตัดสินใจเด็ดขาดขนาดนี้
ศีรษะของเธอผงกรับรัวเร็วด้วยความยินดี “ได้ๆๆ สหาย รอเดี๋ยวนะ ฉันจะรีบดำเนินการให้เดี๋ยวนี้เลย!”
[จบบท]