บทที่ 284: ความรักของพ่อ
โจวจงเฟิงรู้ว่าตนเองมีความสัมพันธ์ส่วนตัวบางอย่างกับหัวหน้าเผ่าหลี ทว่าเขากลับคาดไม่ถึงว่าความสัมพันธ์นั้นจะสนิทสนมถึงขนาดนั้น
เมื่อสิ้นเสียงของโจวจงเฟิง
ทุกคนในที่นั้นต่างพากันพยักหน้ายอมรับโดยดุษณี
จะมีก็เพียงเฉินจื้อกางที่ทำท่าขยับปากเหมือนต้องการจะแย้งอะไรบางอย่าง แต่ทว่าก่อนที่เสียงจะหลุดรอดออกมา ศาสตราจารย์สวี่ก็รีบคว้าแขนลูกศิษย์ไว้แน่น แรงบีบที่ต้นแขนนั้นสื่อความหมายชัดเจนว่า หากขืนเอ่ยปากพูดอะไรไม่เข้าท่าออกมาตอนนี้ เขาคงได้บีบคอคนตายคาที่แน่
ณ เรือนไม้ของหัวหน้าเผ่าหลี
หลังจากที่หู่หยาและเหล่าลิ่วกลับมาจากภารกิจตามหาคน ทั้งคู่ก็รีบตรงเข้ามารายงานหัวหน้าเผ่าหลีด้วยสีหน้าเจื่อนๆ
“พวกเราพลิกหาทั่วแล้ว แต่ไม่เจอตัวลี่เหมยเลยครับท่านหัวหน้า”
หัวหน้าเผ่าหลีถอนหายใจพลางโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ช่างมันเถอะ ยัยลูกคนนี้วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่นซุกซนจนหาตัวจับยาก ไม่ต้องไปสนใจแล้ว พวกเอ็งออกไปดูลาดเลาหน่อยว่ารองผู้บังคับการกรมโจวกับคนของเขามาถึงหรือยัง” เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่ง คิ้วขมวดมุ่นอย่างใช้ความคิด ก่อนจะตัดสินใจว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ควรต้องคุยกับลูกสาวให้รู้เรื่องก่อน
“แล้วก็... ถ้าบังเอิญเจอลี่เหมยเข้า ก็บอกให้มันมาหาฉันที่นี่เดี๋ยวนี้”
หู่หยาและเหล่าลิ่วรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะล่าถอยออกไป
เมื่อลับร่างลูกน้อง หัวหน้าเผ่าหลีก็เดินเอามือไพล่หลังวนเวียนไปมาในห้องด้วยความกระวนกระวายใจ
เพียงไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเบาสบายที่คุ้นหูก็ดังขึ้น หลีลี่เหมยเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีไร้กังวล ในมือของเธอถือซาลาเปาที่ห่อด้วยใบตองซึ่งถูกกัดกินไปแล้วบางส่วน
“พ่อ ตามหาฉันทำไมจ๊ะ”
“มาก็ดีแล้ว ไปปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย พ่อมีเรื่องสำคัญมากจะคุยกับแก”
เมื่ออยู่ต่อหน้าลูกสาวคนเล็กที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ ใบหน้าเคร่งขรึมดุดันตามวิสัยผู้นำของหัวหน้าเผ่าหลีก็พลันอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
หลีลี่เหมยใจกระตุกวูบเมื่อเห็นท่าทีจริงจังนั้น แต่ก็ยอมทำตามคำสั่ง เธอเดินไปลงกลอนประตู ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งห้อยขาแกว่งไปมาบนเก้าอี้ตัวใหญ่อย่างเคยชิน
“มีเรื่องอะไรเหรอพ่อ ทำไมต้องทำตัวลึกลับขนาดนี้”
หัวหน้าเผ่าหลีมองดูลูกสาวด้วยสายตาที่อ่านยาก ลูกคนนี้มีความคิดนอกกรอบมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ยากจะควบคุม
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องพูด เพราะโอกาสดีๆ ไม่ได้มีมาบ่อยๆ
“คืออย่างนี้นะลี่เหมย พ่อมองหาผู้ชายดีๆ ไว้ให้แกคนหนึ่ง อยากให้แกแต่งงาน”
สิ้นประโยคนั้น
รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของหลีลี่เหมยก็เลือนหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
“ใคร”
น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นเย็นชาจนน่าใจหาย
ทว่าหัวหน้าเผ่าหลีที่กำลังวาดฝันถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์กลับไม่ทันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น เขายังคงสาธยายสรรพคุณว่าที่ลูกเขยต่อไปด้วยความภูมิใจ
“คนนี้เป็นคนเก่งหาตัวจับยาก อายุแค่นี้แต่ได้ไต่เต้าขึ้นไปถึงตำแหน่งรองผู้บังคับการกรม อนาคตไกลแน่นอน ถึงเขาจะแต่งงานแล้ว แต่เมียปัจจุบันก็แค่คนต่างถิ่นไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีฐานอำนาจอะไรเลย คนแบบนี้กำจัดง่ายจะตายไป ธรรมชาติของผู้ชายร้อยทั้งร้อย ยังไงก็ต้องเลือกความก้าวหน้าในหน้าที่การงานมาก่อนเรื่องผู้หญิงอยู่แล้ว”
คราวนี้หลีลี่เหมยไม่เพียงแค่หุบยิ้ม แต่ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอสวนกลับทันทีโดยไม่รอให้พ่อพูดจบ
“พ่อ... พ่อกำลังจะบอกให้ฉันไปแต่งงานกับผู้ชายที่มีลูกเมียแล้วเนี่ยนะ”
“แล้วเมียเขาที่อยู่มาก่อนล่ะ จะให้ทำยังไง ผู้หญิงคนนั้นต้องกลายเป็นแพะรับบาปงั้นสิ”
“โอ๊ย เรื่องนั้นมันจัดการง่ายจะตายไป แค่เขียนหนังสือหย่าสักฉบับแล้วส่งตัวกลับบ้านไปก็จบเรื่อง ผู้ชายแต่งงานรอบสองมันเรื่องปกติสมัยนี้ ลี่เหมย... แกต้องหัดมองการณ์ไกลหน่อย อีกฝ่ายจะมีอดีตเมียหรือไม่มีมันสำคัญตรงไหน ในเมื่อแกเหนือกว่าผู้หญิงคนนั้นทุกประตู แกเป็นลูกสาวของเกาะนี้ เป็นลูกสาวของฉันหลีสยง แค่เขาแต่งงานกับแก ก็เท่ากับเขาได้ดองกับเผ่าหลีทั้งเผ่า อำนาจ บารมี เส้นสายของเผ่าเราจะช่วยหนุนหลังให้เขาเจริญรุ่งเรืองแบบฉุดไม่อยู่”
“ลี่เหมย เชื่อพ่อสิ ผู้ชายคนนี้เก่งกว่าไอ้หนุ่มหน้าไหนในเผ่าเราทั้งนั้น พ่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แกเสมอ”
ร่างกายของหลีลี่เหมยสั่นเทิ้มด้วยความรังเกียจ เธอแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าพ่อบังเกิดเกล้าจะมีความคิดต่ำตมถึงเพียงนี้
ตัดสินชะตาชีวิตของผู้หญิงสองคนราวกับเป็นผักปลา
เธอกัดฟันแน่นจนกรามปวดร้าว
“พ่อ ผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร... แล้วเมียเขาชื่ออะไร”
“ฝ่ายชายชื่อโจวจงเฟิง ส่วนเมียเขารู้สึกจะชื่อ... เจียงซูหลันมั้ง”
เจียงซูหลัน?
ชื่อนั้นกระแทกเข้าที่โสตประสาทของหลีลี่เหมยราวกับสายฟ้าฟาด
พี่ซูหลัน...
พี่ซูหลันผู้มีพระคุณของเธอ กำลังถูกพ่อของเธอเองร่วมมือกับสามีสารเลวคนนั้นวางแผนหักหลังอย่างเลือดเย็น
ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วร่างของหญิงสาว เธอขบกัดปลายลิ้นตัวเองอย่างแรงจนรสคาวเลือดคละคลุ้งในปาก เพื่อเรียกสติที่กำลังจะแตกกระเจิงให้กลับคืนมา
“พ่อ นี่มันความคิดคร่ำครึหลงยุคชัดๆ พ่อกำลังทำลายครอบครัวทหารนะ รู้ไหมว่ามันมีความผิดร้ายแรง ถ้าพ่อกล้าทำเรื่องบัดซบแบบนี้ ฉันหลีลี่เหมยคนนี้แหละจะไปแจ้งความจับพ่อเอง!”
และไอ้ผู้ชายสารเลวคนนั้น... ถ้ามันกล้าทรยศพี่ซูหลัน
เธอสาบานว่าจะเอาดาบสับมันให้เละเป็นชิ้นๆ!
คำขู่ของลูกสาวเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง หัวหน้าเผ่าหลีโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขาง้างฝ่ามือขึ้นสูงหมายจะตบสั่งสอนลูกไม่รักดี
“ลี่เหมย! แกกล้าพูดแบบนี้กับพ่อเหรอ แกไม่รู้หรือไงว่าพ่อเป็นใคร!”
“แกรู้ไหมว่าการแต่งงานของผู้หญิงมันสำคัญแค่ไหน มันเหมือนการได้เกิดใหม่อีกครั้งเลยนะ พ่อต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับก็เพราะเป็นห่วงเรื่องคู่ครองของแก แกเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อ
พ่อมองไปทั่วทั้งเผ่าก็ไม่เห็นมีใครคู่ควรกับแกสักคน พ่อถึงต้องยอมเอาหน้าแก่ๆ นี่ไปแลก ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อเฟ้นหาสามีที่ดีที่สุดให้แก เพื่อที่ครึ่งชีวิตที่เหลือแกจะได้อยู่อย่างสุขสบาย ไม่ต้องลำบาก
ถึงขนาดที่พ่อยอมเอาผลประโยชน์ของทั้งเผ่ามาผูกติดไว้กับการแต่งงานครั้งนี้ นี่มันเป็นเดิมพันที่สูงที่สุดตั้งแต่ตั้งเผ่าหลีมาเลยนะ
แกรู้ไหม... ถ้าแกได้แต่งกับรองผู้บังคับการกรมโจว เผ่าหลีทั้งเผ่าจะเป็นเกราะทองคำคุ้มครองแก ต่อให้วันข้างหน้ามันคิดจะรังแกแก มันก็ต้องคิดหนักว่าจะมีปัญหากับเผ่าหลีได้ไหม”
“ลี่เหมย ลืมตาดูโลกความเป็นจริงบ้างเถอะ ลูกสาวบ้านอื่นในเผ่าเรามีใครบ้างที่พ่อแม่ทุ่มเทให้ขนาดนี้ มีใครบ้างที่โชคดีเหมือนแก!”
ตรรกะวิบัติ...
หลีลี่เหมยรับไม่ได้กับความรักที่บิดเบี้ยวแบบนี้ เธอเชิดหน้าขึ้น น้ำตาคลอเบ้าแต่แววตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้น
“ความสุขของฉันงั้นเหรอ... ความสุขที่ต้องแลกมาด้วยน้ำตาของคนอื่นเนี่ยนะ พ่อเองก็รู้อยู่เต็มอกว่ารองผู้บังคับการกรมโจวเขามีมีเมียแล้ว เขามีครอบครัวแล้ว ทำไมพ่อถึงยังหน้าด้านจะยัดเยียดฉันให้เขาอีก แล้วเมียเขาที่อยู่มาก่อนล่ะ พ่อเคยคิดบ้างไหมว่าเขาจะรู้สึกยังไง หรือผู้หญิงคนนั้นเกิดมาเพื่อเป็นบันไดให้ผู้ชายเหยียบย่ำขึ้นไปหาอำนาจอย่างนั้นเหรอ”
ความโศกเศร้ากัดกินหัวใจของหลีลี่เหมย ชะตากรรมของผู้หญิงในเผ่าหลีว่าน่าเวทนาแล้ว
ในปัจจุบัน ผู้ชายในกองทัพที่ภายนอกดูมีเกียรติ ก็ยังมีความคิดสกปรกโสมมไม่ต่างกัน
เพื่ออำนาจ เพื่อยศถาบรรดาศักดิ์ ถึงกับพร้อมจะเขี่ยภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากทิ้งเหมือนขยะ
ผู้ชายพรรค์นี้... การแต่งงานจอมปลอมแบบนี้... จะให้เธอรู้สึกยินดีได้ยังไง
จะให้เธอฝากชีวิตไว้กับคนเนรคุณแบบนี้ได้ยังไง
คำพูดแทงใจดำของลูกสาวทำให้หัวหน้าเผ่าหลีหน้าแดงสลับเขียวด้วยความอับอายระคนโกรธแค้น เขาจึงตวาดเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความละอายในใจ
“ลี่เหมย! คนที่จะทำการใหญ่ เขาไม่มามัวคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอก! หลักการนี้พ่อพร่ำสอนแกมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย แกเอามันไปทิ้งไว้ที่ไหนหมด!”
ถึงจะโกรธแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วหัวหน้าเผ่าหลีก็รักลูกสาวคนนี้ที่สุด ในบรรดาลูกทั้งหมด หลีลี่เหมยคือคนที่เขาภาคภูมิใจที่สุด
แม้จะเป็นผู้หญิง แต่เธอก็มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดและมีความคิดอ่านที่เป็นตัวของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
[จบบท]