บทที่ 346: หวนคืน
บรรยากาศภายในห้องโถงบ้านตระกูลโจวตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด แม้แต่แม่เฒ่าโจวที่ปกติปากกล้าไม่เคยยอมใคร มาวันนี้กลับต้องยืนตัวลีบ ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเก่งกาจที่เคยมีหดหายไปจนหมดสิ้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับลูกสะใภ้ที่กำลังระเบิดอารมณ์
"แกกล้าเหรอ" แม่เฒ่าโจวเค้นเสียงถาม แต่ปลายเสียงกลับสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่
เจียงหมิ่นอวิ๋นสวนกลับทันควัน แววตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน "ทำไมฉันจะไม่กล้า!"
หญิงสาวชี้หน้ากราดไปทั่วห้องพลางตะคอกเสียงดัง "ลูกชายแม่เป็นหมัน เขาเป็นคนทำลายชีวิตฉันชัดๆ พวกแม่คิดจริงๆ เหรอว่าเจียงหมิ่นอวิ๋นคนนี้เป็นลูกพลับนิ่ม จะมาบีบมาเคี้ยวเล่นยังไงก็ได้ คิดว่าเรื่องใหญ่คอขาดบาดตายขนาดนี้ฉันจะยอมปล่อยผ่านง่ายๆ งั้นสิ ฝันไปเถอะ"
คำประกาศกร้าวของลูกสะใภ้ทำเอาแม่เฒ่าโจวหน้าถอดสี ร่างกายที่เคยผ่ายผอมแต่แข็งแรงดูหดเล็กลงไปถนัดตา นางไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ยังหนุ่มยังแน่นถึงต้องไปทำเรื่องพรรค์นั้น การมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองไม่ใช่ยอดปรารถนาของลูกผู้ชายหรอกหรือ
ความเงียบที่น่าอึดอัดถูกแทรกด้วยเสียงถอนหายใจยาวของชายหนุ่มเจ้าของเรื่อง โจวเยว่หัวมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย "หมิ่นอวิ๋น เรามาคุยกันดีๆ เถอะน่า"
"คุยเหรอ จะคุยอะไรมิทราบ" เจียงหมิ่นอวิ๋นแค่นหัวเราะเสียงแหลมปรี๊ด "ฉันแต่งงานกับคุณเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ คุณมีลูกไม่ได้ก็เป็นความจริงที่แก้ไม่ได้ แล้วคุณจะเอาอะไรมาคุย จะเอาอะไรมาชดเชยให้ฉัน!"
โจวเยว่หัวขมวดคิ้วพยายามหาข้อโต้แย้ง "แล้วตอนเจียงซูหลันแต่งงานกับผม เธอก็ไม่ได้มีลูกเหมือนกัน ทำไมเธอถึงอยู่ได้ ทำไมเธอทำได้แต่คุณทำไม่ได้"
ชื่อบุคคลที่สามที่ถูกยกขึ้นมาเปรียบเทียบทำให้แม่เฒ่าโจวทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก เจียงซูหลันคือใคร นางไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่สำหรับเจียงหมิ่นอวิ๋น ชื่อนี้เปรียบเสมือนน้ำมันราดบนกองไฟ
"เจียงซูหลันก็คือเจียงซูหลัน ฉันก็คือฉัน อย่าเอาฉันไปเปรียบเทียบกับคนอื่น!" เจียงหมิ่นอวิ๋นตะโกนกลับจนหน้าดำหน้าแดง "แล้วก็ช่วยแหกตาดูความจริงด้วยนะว่า หลังจากเจียงซูหลันแต่งงานกับโจวจงเฟิง ตอนนี้เธอท้องแล้ว กำลังจะเป็นแม่คนแล้วด้วย!"
ในใจของเจียงหมิ่นอวิ๋นเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง ไหนล่ะว่าที่เศรษฐีอันดับหนึ่ง การตัดสินใจแต่งงานกับโจวเยว่หัวคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอชัดๆ
"อะไรนะ"
โจวเยว่หัวอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ข่าวการตั้งครรภ์ของอดีตภรรยากระแทกใจเขาอย่างจัง "เจียงซูหลันจะท้องได้ยังไง..."
เป็นไปไม่ได้ ในชาติที่แล้วเธออยู่กินกับเขาจนแก่เฒ่าก็ไม่เคยมีวี่แววว่าจะตั้งท้องเลยสักครั้ง แล้วทำไมพอเปลี่ยนไปแต่งงานกับโจวจงเฟิงถึงได้ท้องรวดเร็วปานนี้
"ใช่ ไม่ใช่แค่ท้องธรรมดานะ แต่ท้องลูกแฝดด้วย" เจียงหมิ่นอวิ๋นจงใจเน้นเสียงเยาะเย้ย
"ดูสิว่าเจียงซูหลันวาสนาดีแค่ไหน พอเปลี่ยนผัวใหม่ นอกจากจะได้ลูกแฝดแล้ว โจวจงเฟิงยังได้เลื่อนยศเป็นผู้บังคับการกรม เธอได้เชิดหน้าชูตาเป็นคุณนายผู้บังคับการ มีคนคอยเอาอกเอาใจ แล้วย้อนกลับมาดูฉันสิ แต่งงานกับคุณ เจอทั้งแม่ผัวใจร้าย สามีเห็นแก่ตัว แถมยังมีลูกเลี้ยงนิสัยเสีย เจียงหมิ่นอวิ๋นคนนี้มันดวงซวยบรมซวยที่ต้องมาเกลือกกลั้วกับขยะเปียกแบบพวกคุณ!"
ความอัดอั้นตันใจระเบิดออกมาเป็นคำด่าทอที่เจ็บแสบที่สุด
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว โจวเยว่หัวตบหน้าภรรยาฉาดใหญ่จนใบหน้าของเจียงหมิ่นอวิ๋นสะบัดไปตามแรง
ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วใบหน้าซีกซ้าย หญิงสาวเซถลาจนเกือบล้ม ดวงตาพร่ามัวเห็นดาวระยิบระยับ แต่ความเจ็บกายเทียบไม่ได้กับความเจ็บใจ เธอตวัดสายตาอาฆาตมองสามี ก่อนจะหมุนตัววิ่งเข้าไปในครัวแล้วคว้ามีดทำครัวเล่มใหญ่ออกมา
"ตายซะเถอะ!"
เธอพุ่งเข้าใส่โจวเยว่หัวราวกับคนเสียสติ คมมีดวาววับฟันฉับลงมาที่ใบหน้าของชายหนุ่ม โชคดีที่สัญชาตญาณเอาตัวรอดของโจวเยว่หัวยังทำงาน เขาเอียงคอหลบได้ทันอย่างเฉียดฉิว ไม่อย่างนั้นคมมีดคงฝังลงกลางแสกหน้าเขาไปแล้ว
"คุณบ้าไปแล้วเหรอเจียงหมิ่นอวิ๋น หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" โจวเยว่หัวตะโกนลั่น พยายามถอยหนี
แต่เจียงหมิ่นอวิ๋นไม่ฟังเสียง เธอไล่กวัดแกว่งมีดไปทั่วห้องราวกับคนคุ้มคลั่ง แม่เฒ่าโจวกรีดร้องเสียงหลงด้วยความหวาดกลัว เสี่ยวโจวเหม่ยร้องไห้จ้าเสียงดังระงมไปทั่วบ้าน
มีเพียงโจวหยาง พี่ชายคนโตที่ยังพอรวบรวมสติได้ เด็กชายพุ่งเข้าไปกอดขาของแม่เลี้ยงเอาไว้หวังจะหยุดยั้งเหตุการณ์ "หยุดนะ!"
แต่แรงของเด็กหรือจะสู้แรงของคนที่กำลังขาดสติ เจียงหมิ่นอวิ๋นซึ่งเกลียดชังลูกเลี้ยงทั้งสองเข้าไส้อยู่แล้ว เมื่อเห็นโจวหยางเข้ามาขวาง เธอจึงระบายความโกรธด้วยการยกเท้าถีบออกไปเต็มแรง
โครม!
ร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสิบขวบปลิวละลิ่วราวกับว่าวสายป่านขาด ร่างของเขากระเด็นไปกระแทกกับขอบโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างจัง ศีรษะด้านหลังกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะเสียงดังตึ้บ
โจวหยางรูดลงไปกองกับพื้น แน่นิ่งไปในทันที
วินาทีนั้น ทุกเสียงในบ้านพลันเงียบกริบลง
แม้แต่เจียงหมิ่นอวิ๋นเองก็ชะงักค้าง มีดในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเคร้ง
โจวเยว่หัวได้สติเป็นคนแรก เขารีบพุ่งเข้าไปประคองร่างลูกชายขึ้นมา เขย่าตัวเรียกด้วยเสียงสั่นเครือ "หยางหยาง... หยางหยางลูกพ่อ"
ไม่มีเสียงตอบรับ
เขาตะโกนเรียกชื่อลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เด็กชายก็ยังคงนอนแน่นิ่ง เลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกมาจากบาดแผลที่ศีรษะจนเปรอะเปื้อนมือของโจวเยว่หัว
ภาพเลือดสีแดงฉานทำให้ทุกคนในห้องสติแตก แม่เฒ่าโจวหน้าซีดเผือด ส่วนเจียงหมิ่นอวิ๋นยืนตัวแข็งทื่อ เธอแค่โกรธเกลียดเด็กพวกนี้ แต่ไม่เคยคิดจะลงมือฆ่าแกงใคร เมื่อความกลัวแล่นขึ้นสมอง เธอจึงหันหลังวิ่งเตลิดหนีออกจากบ้านไปอย่างไม่คิดชีวิต
โจวเยว่หัวไม่สนใจจะตามล่าภรรยา เขาอุ้มร่างปวกเปียกของลูกชายขึ้นแนบอกแล้ววิ่งออกจากบ้านมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลทันที ทิ้งให้แม่เฒ่าโจวยืนร้องไห้โฮอยู่เบื้องหลัง
"หยางหยาง หลานย่า... เจียงหมิ่นอวิ๋น นังคนใจอำมหิต แกทำได้ลงคอแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กๆ"
ระหว่างทางไปโรงพยาบาล โจวเยว่หัวกอดลูกชายไว้แน่น หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วด้วยความหวาดวิตก ลูกชายของเขาคือความหวังเดียว คืออัจฉริยะที่จะนำพาตระกูลไปสู่ความรุ่งโรจน์ จะมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเจียงหมิ่นอวิ๋นไม่ได้เด็ดขาด
ณ โรงพยาบาลประจำอำเภอ
หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายในห้องฉุกเฉินร่วมสามชั่วโมง
บนเตียงผู้ป่วยเหล็กดัดสีขาวซีด โจวหยางนอนลืมตาโพลง จ้องมองเพดานไม้เก่าคร่ำคร่าที่มีคราบน้ำฝนซึมเป็นดวงๆ ศีรษะของเขาถูกพันด้วยผ้าก๊อซสีขาวรอบ แววตาที่เคยใสซื่อแบบเด็กวัยสิบขวบเลือนหายไป แทนที่ด้วยความลุ่มลึกและเยือกเย็นราวกับผ่านโลกมาอย่างโชกโชน
ประตูห้องพักผู้ป่วยถูกผลักเปิดออกเสียงดังแอ๊ด
โจวเยว่หัวเดินเข้ามาในห้อง มือหนึ่งถือใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล อีกมือหิ้วกระติกน้ำร้อนสังกะสีและกล่องข้าวอะลูมิเนียม ทันทีที่เห็นลูกชายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงได้แล้ว ความกังวลบนใบหน้าของเขาก็พลันมลายหายไป
"หยางหยาง ลูกฟื้นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง"
โจวหยางค่อยๆ หันมามองผู้เป็นพ่อ สายตาของเขาพิจารณาชายตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล
"พ่อครับ ทำไมพ่อไม่แต่งงานกับคุณน้าเจียงซูหลัน แต่ดันไปคว้าผู้หญิงอย่างเจียงหมิ่นอวิ๋นมาทำเมีย"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางแสกหน้า โจวเยว่หัวรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ มือไม้สั่นจนกระติกน้ำร้อนในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น
"หยางหยาง ลูก..."
เกิดใหม่เหรอ?
คำถามนี้ดังก้องอยู่ในใจของโจวเยว่หัว แม้ไม่ได้เอ่ยออกมา แต่สายตาที่สบกันก็สื่อความหมายได้ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูด โจวหยางพยักหน้าให้พ่อเบาๆ เป็นอันรู้กันว่าความลับสวรรค์นี้มีเพียงพวกเขาสองพ่อลูกเท่านั้นที่ล่วงรู้
เมื่อปรับความเข้าใจกันได้ โจวหยางก็กวาดสายตามองไปรอบห้องผู้ป่วยรวม สภาพความแออัด เตียงผู้ป่วยที่วางเรียงรายจนแทบไม่มีทางเดิน กลิ่นยาฆ่าเชื้อผสมกลิ่นอับชื้น และเสียงรบกวนจอแจ ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่ชอบใจ
"พ่อครับ... ตอนผมเด็กๆ บ้านเราจนขนาดนี้เลยเหรอ"
ในความทรงจำจากชีวิตก่อน ยามเจ็บป่วยเขาจะได้รับการดูแลประหนึ่งเจ้าชายในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ พักในห้องวีไอพีที่หรูหราสะดวกสบาย ไม่ใช่มานอนเบียดเสียดในสภาพแวดล้อมที่น่าสังเวชแบบนี้
คำถามของลูกชายแทงใจดำคนเป็นพ่อจนหน้าเจื่อน โจวเยว่หัวขยับเข้าไปใกล้ลูกชาย ก้มลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม "ยุคสมัยนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละลูก ช่วยไม่ได้จริงๆ"
"อดทนไปก่อนนะ รอพ่อสร้างเนื้อสร้างตัวได้เมื่อไหร่ พวกเราจะกลับไปเสวยสุข ใช้ชีวิตหรูหราเหมือนเดิมแน่นอน"
โจวหยางซึ่งได้รับความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมาแล้วมองพ่อด้วยสายตาที่อ่อนลง เขาพอใจในตัวโจวเยว่หัวมาก เพราะในโลกนี้จะมีพ่อสักกี่คนที่ยอมลงทุนไปทำหมัน เพื่อตัดปัญหาเรื่องลูกคนใหม่กับภรรยาใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าทรัพย์สมบัติและความรักทั้งหมดจะตกอยู่ที่เขาเพียงคนเดียว
ในจุดนี้ โจวเยว่หัวสอบผ่านความเป็นพ่อได้อย่างไร้ที่ติ
[จบบท]