บทที่ 75: การฝากฝัง
"ซูหลัน ของแพงขนาดนี้ เธอนี่..."
ที่เหล่าพี่สะใภ้ต่างเอ็นดูน้องสาวสามีคนนี้อย่างมากก็ไม่ใช่เพราะเหตุอื่นใด นั่นเพราะตัวเจียงซูหลันเป็นคนที่รู้จักคิดและเข้าอกเข้าใจผู้อื่นเสมอมา เจียงซูหลันเพียงแค่ยิ้มรับ เธอไม่ได้ตอบคำพูดนั้นแต่เลือกที่จะส่งมอบไหมพรมน้ำหนักสองจินครึ่งทั้งหมดในมือให้กับพี่สะใภ้สาม
"พี่สะใภ้สามคะ ฝีมือเย็บปักถักร้อยของพี่ดีที่สุด พี่ช่วยดูหน่อยนะคะว่าจะถักยังไงดี ถ้ามันพอถักได้ พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง แล้วก็แม่ ช่วยถักผ้าพันคอให้คนละผืนเลยค่ะ"
พี่สะใภ้สามลูบไล้ไหมพรมขนแกะคุณภาพดีเยี่ยมในมือ
"เอามาถักแค่ผ้าพันคอ มันน่าเสียดายเกินไปหน่อยนะจ๊ะ"
จะมีบ้านไหนกล้าใช้ของดีขนาดนี้กันเชียว นี่มันไหมพรมขนแกะคุณภาพดีที่สุดเลยนะ!
เจียงซูหลันส่ายหน้า
"ไม่น่าเสียดายหรอกค่ะ ขอแค่เราไม่ได้ใช้มันทิ้งขว้าง ก็ไม่น่าเสียดายทั้งนั้นแหละค่ะ"
สิ่งที่เธอพอจะทำได้ในตอนนี้ก็มีเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เท่านั้น หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะโค้งคำนับให้กับพี่สะใภ้ทั้งสามคนของเธออย่างนอบน้อม
"พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง พี่สะใภ้สามคะ ต่อไปนี้ที่หนูไม่อยู่บ้านแล้ว พ่อกับแม่..."
น้ำตาของเธอเริ่มรินไหล
"พ่อกับแม่... ฝากพวกพี่ช่วยดูแลท่านด้วยนะคะ"
เธอก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ควรจะพูดคุยกับพวกพี่ชายมากกว่า แต่ปัญหาคือพวกเขาไม่ใช่คนจัดการดูแลเรื่องในบ้าน พวกเขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานหาเงินอยู่ข้างนอก พอกลับมาถึงบ้านก็นำเงินทั้งหมดไปมอบให้ภรรยาเป็นคนเก็บรักษา
อีกเหตุผลหนึ่งก็คือพวกพี่ชายเป็นคนที่ไม่ค่อยละเอียดอ่อนเท่าไหร่นัก แถมยังต้องไปทำงานที่ทีมโครงสร้างพื้นฐานชลประทานเพื่อสะสมคะแนนงานอยู่บ่อยๆ พอออกไปทำงานครั้งหนึ่งก็หายไปทีละหลายเดือน จะมีก็แต่พวกพี่สะใภ้ของเธอเท่านั้นที่มักจะอยู่ที่บ้านเป็นประจำ
ที่ด้านนอกประตู แม่เจียงซึ่งเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้ดูรูปถ่าย กำลังตั้งใจจะมาหาเจียงซูหลันเพื่อขอดู แต่กลับไม่คาดคิดเลยว่าจะต้องมาเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า น้ำตาของเธอจึงไหลทะลักออกมา เธอไม่กล้าส่งเสียงร้องไห้ ทำได้เพียงยกมือขึ้นปิดปากของตัวเองไว้แน่นขณะที่ไหล่ทั้งสองข้างสั่นสะท้าน ก่อนจะรีบหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องครัว
หลังจากกลับเข้ามาในห้องครัวแล้ว แม่เจียงก็ไม่สามารถกลั้นอารมณ์เอาไว้ได้อีกต่อไป เธอเริ่มส่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาเบาๆ ในลำคอรู้สึกฝืดเฝื่อน ขอบตาทั้งสองข้างก็ปวดแสบปวดร้อน น้ำตาเม็ดโตหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงไปบนกองขี้เถ้าในเตาไฟ
เธอกำลังสงสัยอยู่พอดีว่าทำไมจู่ๆ ซูหลันของเธอถึงได้ใจกว้างใช้เงินมือเติบขนาดนี้ ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง! ทั้งหมดนี้... ก็เพื่อพ่อแม่ที่ไม่ได้เรื่องสองคนนี้นี่เอง!
ซูหลันคงกลัวว่าตัวเองต้องเดินทางไปไกล จะไม่มีเวลามาคอยดูแลพ่อแม่ ดังนั้นก่อนที่จะจากไป เธอจึงได้ตั้งใจซื้อของมีค่าเหล่านี้มาเพื่อฝากฝังพวกพี่สะใภ้ โดยหวังว่าพวกพวกเธอจะช่วยดูแลพ่อแม่ที่แก่ชราแล้วของเธอให้มากขึ้นอีกสักหน่อย น้ำตาของแม่เจียงไหลพรั่งพรูออกมาไม่หยุดราวกับเขื่อนที่แตกทะลัก
แม่เจียงทุบหน้าอกตัวเองเบาๆ พลางร่ำร้องเรียกชื่อลูกสาวออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา "ซูหลันเอ๊ย... ซูหลันของแม่!" หัวใจของเธอแตกสลาย ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ท่วมท้นอยู่ในอก
ขณะเดียวกัน ภายในห้องเก็บฟืน
เจียงซูหลันยังคงพูดด้วยเสียงเบา
"พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง พี่สะใภ้สามคะ รบกวนพวกพี่ด้วยนะคะ"
พวกพี่สะใภ้เป็นคนละเอียดอ่อน ไม่เหมือนพวกพี่ชายที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ข้างนอก ขนาดพ่อแม่ป่วยพวกเขายังดูไม่ออกเลยด้วยซ้ำ ในช่วงวันที่เธอไม่ได้อยู่ดูแลพ่อแม่ ก็คงต้องอาศัยความละเอียดอ่อนของพวกพี่สะใภ้คอยช่วยเหลือดูแลท่านแล้ว
พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง และพี่สะใภ้สามที่อยู่ข้างๆ ต่างก็ตกใจ พวกเธอลุกขึ้นยืน
"ซูหลัน นี่เธอทำอะไรน่ะ?"
"ซูหลัน เธอทำอะไรอยู่ รีบลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นพี่จะโกรธจริงๆ ด้วย"
เจี่ยงซิ่วเจินพยายามดึงตัวเจียงซูหลันให้ลุกขึ้น แต่ก็ดึงไม่ไหว เธอจึงทำหน้าบึ้งตึงแล้วเริ่มอบรม
"พ่อแม่ก็คือพ่อแม่ของเธอ แล้วก็เป็นพ่อแม่ของพี่ ของน้องสะใภ้รอง แล้วก็น้องสะใภ้สามเหมือนกัน เรื่องนี้เธอวางใจได้เลยนะ ต่อไปในอนาคต ขอแค่พวกพี่ยังมีข้าวกิน พวกเราก็ไม่มีทางปล่อยให้พ่อแม่ต้องลำบากแม้แต่นิดเดียว"
"ฉันก็เหมือนกัน!" พี่สะใภ้รองรีบพูดเสริม
"ฉันก็คิดเหมือนพี่สะใภ้ใหญ่ค่ะ" พี่สะใภ้สามเอ่ยเบาๆ
เมื่อได้ยินคำยืนยันเช่นนี้ เจียงซูหลันถึงได้ยอมยืดตัวตรง ขอบตาของเธอแดงก่ำ
"ขอบคุณมากนะคะ พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง พี่สะใภ้สาม"
"ถ้าเธอยังทำตัวห่างเหินแบบนี้อีก ระวังพวกพี่จะไม่สนใจเธอแล้วนะ การดูแลพ่อแม่เป็นความรับผิดชอบของพวกเราอยู่แล้ว ในเมื่อเธอแต่งงานออกไปแล้ว ก็ตั้งใจใช้ชีวิตเล็กๆ ของตัวเองให้ดีก็พอ ขอแค่ชีวิตของเธอดี พ่อแม่ก็จะมีความสุข พวกเราก็จะมีความสุขไปด้วย!"
เจียงซูหลันตอบรับ "อืม" ออกมาเบาๆ ด้วยเสียงขึ้นจมูก ภายในใจรู้สึกซาบซึ้งจนยากจะบรรยาย
ในช่วงบ่าย คนในครอบครัวเจียงต่างก็ยุ่งวุ่นวายเป็นพิเศษ ทุกคนกำลังช่วยกันเตรียมตัวสำหรับการเดินทางของเจียงซูหลันและโจวจงเฟิงในวันพรุ่งนี้ ต่างคนต่างเสนอความคิดเห็นและให้คำแนะนำ โดยพื้นฐานแล้ว อะไรก็ตามที่เจียงซูหลันพอจะติดตัวเอาไปได้ ทุกคนก็พูดถึงมันจนครบหมดแล้ว
แม่เจียงกำลังนั่งห่อเกี๊ยวพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เธอเหลือบมองไปทางโจวจงเฟิงที่กำลังนั่งพูดคุยอยู่กับพ่อเจียง ก่อนจะเอ่ยปากถาม
"จงเฟิง ที่บ้านพักของลูกบนเกาะนู้น ลูกได้เลี้ยงไก่ไว้บ้างรึเปล่า?"
โจวจงเฟิงส่ายหัวตามสัญชาตญาณ
"ไม่มีครับ"
เขาเป็นผู้ชายตัวคนเดียว อาศัยอยู่ที่หอพักของกองทัพ อย่าว่าแต่เลี้ยงไก่เลย แม้แต่ห้องพักส่วนตัวเขาก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ แน่นอนว่าการกลับไปครั้งนี้ เขาจะต้องยื่นเรื่องขอห้องพักใหม่แน่นอนอยู่แล้ว
แม่เจียงหันไปมองลูกสะใภ้ทั้งสามคนของเธอ ก่อนจะเริ่มปรึกษา
"แม่ว่า แม่จะเอาแม่ไก่แก่ที่ยังไข่อยู่สองตัวที่บ้าน ให้ซูหลันเอาติดตัวไปที่เกาะด้วย"
สิ้นเสียงของแม่เจียง ทั้งห้องก็เงียบไป
ไก่ที่ไข่ให้ที่บ้านได้ก็มีแค่แม่ไก่แก่สองตัวนี้เท่านั้น พวกมันเป็นลูกเจี๊ยบที่เพิ่งจับมาเลี้ยงเมื่อปีที่แล้ว ยังอายุน้อยและขยันออกไข่
"แม่คะ ฉันว่าก็ดีนะคะ ถ้าที่บ้านอยากกินไข่ พ่อก็เป็นหมออยู่แล้ว ให้คนเอาไข่ไก่มาแลกยาแทนก็ได้นี่คะ" เจี่ยงซิ่วเจินเป็นคนพูดขึ้น
มีคนมากมายที่เวลามาหาหมอแล้วไม่มีเงินจ่าย พวกเขาก็มักจะเอาไข่ไก่สองสามฟองมาให้แทนเงินค่ายาอยู่แล้ว
ในเมื่อเจี่ยงซิ่วเจินซึ่งเป็นลูกสะใภ้คนโตออกปากพูดแล้ว ลูกสะใภ้คนที่สองและลูกสะใภ้คนที่สามก็ย่อมไม่มีทางปฏิเสธ แม่เจียงจึงหันไปสั่งลูกๆ
"งั้นถ้าพวกเธอทุกคนเห็นด้วยก็ดีเลย ตอนบ่ายนี้ก็ไม่ต้องให้อาหารไก่แล้วนะ ปล่อยให้มันหิวสักสองสามมื้อ จะได้ไม่ขี้บนรถไฟเยอะแยะจนเหม็นตายกันพอดี"
"เจ้าสี่ แกมีฝีมือด้านงานสานนี่ ไปตัดต้นอ้อมาหน่อยนะ แล้วก็สานกรงไก่ให้ซักอัน ให้ซูหลันพวกเขายกขึ้นรถไฟไปด้วยได้ เอาแบบที่ไม่ให้ขี้ไก่รั่วออกมา แล้วก็ไม่ส่งกลิ่นเหม็นด้วยล่ะ"
นี่คือการตัดสินใจที่เด็ดขาด โดยไม่เปิดโอกาสให้เจียงซูหลันได้ปฏิเสธเลย
ตลอดช่วงบ่ายที่เหลือก็เป็นไปในลักษณะนี้ แม่เจียงพอนึกเรื่องอะไรขึ้นมาได้ เธอก็จะสั่งการเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่ง สั่งนู่นสั่งนี่เพิ่มมารวมๆ แล้วก็เจ็ดแปดเรื่องได้ เธอทำตัวเหมือนเป็นผู้บัญชาการใหญ่ไม่มีผิด อย่างแรกเลยก็คือสั่งให้พี่ใหญ่เจียงไปเจาะน้ำแข็งที่แม่น้ำ แล้วจับปลาซิวแก้วกลับมาสักตะกร้าหนึ่ง
ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่มีอยู่เฉพาะในแม่น้ำแถวท้องถิ่นของพวกเขาเท่านั้น มันมีความยาวประมาณหนึ่งนิ้วมือ ลำตัวแคบและเรียวเล็ก เป็นสีเงินขาว ดูสวยงามมาก เพียงแต่มันตัวเล็กเกินไปจนแทบไม่มีเนื้อเลย เวลาจะเอามาทำอาหารก็ยุ่งยากแถมยังเปลืองน้ำมันอีกด้วย พวกผู้ใหญ่ก็เลยไม่ค่อยนิยมจับปลาชนิดนี้กันเท่าไหร่ พวกเขาชื่นชอบปลาชนิดอื่นอย่างปลาเฉาฮื้อหรือปลาซ่งฮื้อมากกว่า เพราะเหตุผลง่ายๆ ว่ามันมีเนื้อเยอะ
แต่ว่าครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกสาวคนเล็กของเธอจะต้องเดินทางไกล การจะกินอะไรบนรถไฟก็คงไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่ แถมโจวจงเฟิงก็ยังเป็นผู้ชายตัวโต กินจุกว่าคนทั่วไปอีกด้วย ถ้าปล่อยให้กินไม่อิ่มก็คงจะไม่ดีแน่
[จบบท]