บทที่ 16: การโต้กลับของเจียงหลี
สวีชุนเสียถึงกับขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาฉายแววสงสัยจับจ้องไปยังหญิงสาวตรงหน้า นี่ใช่หลีเป่าคนเดิมที่เธอรู้จักจริงๆ เหรอ ทำไมถึงดูเปลี่ยนไปขนาดนี้
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถาม แต่เมื่อโจวเหวยหมินเอ่ยปากจบ สวีชุนเสียก็ไม่พลาดโอกาสที่จะสอดคำพูดเข้ามาทันที เธอต้องรีบดับฝันของเจียงหลีที่จะได้แต่งงานกับพ่อม่ายเนื้อหอมอย่างลั่วเยี่ยนชิง การแต่งงานแล้วต้องไปเป็นแม่เลี้ยงไม่ใช่เรื่องสนุกเลยสักนิด
เมื่อเห็นเจียงหลียังคงยืนนิ่งไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด สวีชุนเสียจึงแสร้งปรายตาไปยังซูชิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะหันกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยอย่างเปิดเผย “หลีเป่า พี่เหวยหมินเขาคงไม่ได้อยากถอนหมั้นกับเธอจริงๆ หรอกนะ เขาน่าจะมีเหตุผลบางอย่างที่บอกใครไม่ได้ เธอลองเปิดใจคุยกับเขาดีๆ อีกสักครั้งสิ”
“เธอช่วยเงียบก่อนได้ไหม” ยังไม่ทันที่สวีชุนเสียจะสาธยายจบ เจียงหลีก็ตวัดสายตาคมกริบไปทางเธอ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับโจวเหวยหมินอีกครั้ง สายตาของเธอเลยไปหยุดอยู่ที่ปัญญาชนหญิงข้างกายเขาเพียงชั่วครู่
ซูชิง พี่สาวของนางเอกในนิยายสินะ คงจะเป็นเธอไม่ผิดแน่
ราวกับรู้ว่ากำลังถูกจ้องมอง ซูชิงตัดสินใจชิงแนะนำตัวเองก่อน “สวัสดีสหายเจียงหลี ฉันซูชิง เป็นปัญญาชนที่มาจากบ้านพักปัญญาชนจ้ะ”
“ฉันรู้ว่าเป็นเธอ” เจียงหลีตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ในเมื่ออีกฝ่ายอยากเป็นจุดสนใจนัก เธอก็จะจัดให้ “ที่โจวเหวยหมินมาขอถอนหมั้นกับฉัน ก็คงเป็นเพราะเธอนั่นแหละ ใช่ไหมปัญญาชนซู”
“ไม่ใช่…” โจวเหวยหมินกำลังจะปฏิเสธ แต่เสียงหวานที่แฝงความรู้สึกผิดของซูชิงกลับดังตัดหน้าขึ้นมาเสียก่อน
“ฉันขอโทษนะ” คำพูดสั้นๆ แต่เป็นการยอมรับทุกข้อกล่าวหาของเจียงหลี
“ชิงชิง!” โจวเหวยหมินหันไปมองซูชิงด้วยแววตาไม่พอใจอย่างรุนแรง เขาข่มเสียงให้ต่ำลงเพื่อเตือนสติ “อย่าพูดอะไรไม่เข้าเรื่องต่อหน้าหลีเป่า!”
ซูชิงเบะปากน้อยๆ ทำราวกับว่าเธอคือผู้ถูกกระทำ “ฉันพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นเหรอ” นัยน์ตาของเธอคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำใส “เรื่องของความรักมันบังคับกันไม่ได้นี่นา ในเมื่อเราสองคนรักกัน การที่เรายอมรับความจริงกับสหายเจียงหลีตรงๆ มันก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ แบบนี้ที่เขาเรียกว่าเจ็บแต่จบไง”
“เธอยังจะพูดอีก!” โจวเหวยหมินกัดฟันกรอด ความไม่พอใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเขา
“เหวยหมิน นี่คุณกำลังดุฉันเหรอคะ” ซูชิงทำหน้าเศร้าสร้อย น้ำตาหยดแหมะลงมาอาบแก้ม
“พอได้แล้ว” เจียงหลีเอ่ยขึ้นมาเพื่อหยุดบทละครน้ำเน่าตรงหน้า “ไม่ต้องมาเล่นละครตบตาฉันหรอก” คิดว่าโจวเหวยหมินเป็นทองคำฝังเพชรหรือยังไง ถึงได้แย่งกันขนาดนี้
เมื่อเห็นสวีชุนเสียทำท่าจะอ้าปากพูดสนับสนุนซูชิง เจียงหลีก็แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหันไปทางโจวเหวยหมิน “สหายโจวเหวยหมิน นับตั้งแต่วินาทีที่เราถอนหมั้นกัน ความสัมพันธ์ระหว่างเราก็สิ้นสุดลงแล้ว เพราะฉะนั้นฉันขอร้องอย่างเป็นทางการเลยนะ ว่าอย่าเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตของฉันอีก และถ้าจะให้ดี ก็อย่ามาปรากฏตัวให้ฉันเห็นหน้าอีกเลย”
พูดจบ เธอก็หันไปทางซูชิง “ส่วนเธอ ปัญญาชนซู ฉันก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่ได้สมหวังกับสหายโจวเหวยหมิน แต่คงต้องขอโทษด้วยที่ไปร่วมงานแต่งของพวกเธอไม่ได้ พอดีว่าอีกไม่นาน ฉันก็ต้องเดินทางไปปักกิ่งเพื่อใช้ชีวิตครอบครัวกับสามีของฉันแล้ว”
“อะไรนะ! หลีเป่า เธอพูดว่าอะไรนะ” โจวเหวยหมินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“หลีเป่า! เธอพูดบ้าอะไรของเธอ” สวีชุนเสียแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
ซูชิงถึงกับยืนนิ่งเป็นหิน อ้าปากพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
“ทำไมต้องทำหน้าเหมือนเห็นผีกันขนาดนั้นด้วย” เจียงหลีเลิกคิ้วถาม “ผู้ชายถึงเวลาก็ต้องแต่งงาน ผู้หญิงถึงเวลาก็ต้องออกเรือน มันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ ฉันกับสหายลั่วจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว การที่ฉันจะเรียกเขาว่าสามี มันก็ไม่น่าจะผิดตรงไหนนี่”
“หลีเป่า เธอ…” โจวเหวยหมินรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมากระแทกที่อกอย่างแรง เขาไม่อยากจะเชื่อ ไม่อยากยอมรับความจริงที่ได้ยิน แต่แววตาและสีหน้าที่เรียบเฉยของเจียงหลีกลับตอกย้ำว่าทุกอย่างที่เธอพูดคือเรื่องจริง
ซูชิงที่เพิ่งดึงสติกลับมาได้ พยายามปั้นหน้ายิ้ม “ยินดีด้วยนะสหายเจียงหลี เรื่องก่อนหน้านี้ที่ฉันอาจจะพูดอะไรไม่ดีกับเธอไป ก็ขอโทษด้วยแล้วกันนะ”
สิ้นเสียงของซูชิง โจวเหวยหมินก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างเหม่อลอย ฝีเท้าของเขาโซซัดโซเซราวกับคนไร้วิญญาณ พร้อมที่จะล้มลงได้ทุกขณะ
ซูชิงเห็นท่าไม่ดีจึงไม่มีแก่ใจจะสนทนากับเจียงหลีอีกต่อไป เธอรีบวิ่งตามหลังโจวเหวยหมินไปอย่างร้อนรน
สายตาของเจียงหลียังคงเรียบนิ่ง เธอมองตามแผ่นหลังของคนทั้งคู่ที่เดินห่างออกไปจนลับสายตา... ไม่สิ ที่จริงแล้วสายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของซูชิงต่างหาก ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันอย่างไม่คิดปิดบัง
[จบบท]