บทที่ 175: ผมได้ยินหมดทุกอย่างแล้ว
ความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่รอบกายไม่ได้ทำให้ลั่วเยี่ยนชิงรังเกียจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกพึงพอใจกับมันอย่างบอกไม่ถูก
เสียงหัวเราะคิกคักที่ดังอยู่ข้างหูเต็มไปด้วยความสดใสร่าเริง และในที่สุด ลั่วเยี่ยนชิงก็อดไม่ได้ที่จะเปล่งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาจากลำคอเบาๆ
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าร่างบางที่นอนหันหลังให้อยู่จะพลิกตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว เธอขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม
“ฉันได้ยินนะคะ!”
ลั่วเยี่ยนชิงนิ่งเงียบไป
ดวงตาของเจียงหลีฉายแววล้อเลียนอย่างปิดไม่มิด “คุณแอบยิ้มอยู่ใช่ไหมล่ะ ฉันได้ยินจริงๆ นะคะ อย่าคิดว่าจะปฏิเสธได้”
ทว่า ลั่วเยี่ยนชิงเพียงแค่กะพริบตาช้าๆ ปฏิกิริยาของเขาฉายแววไม่เข้าใจอย่างชัดเจน ราวกับจะถามว่า “เมื่อกี้คุณพูดอะไร ผมได้ยินไม่ถนัด”
สีหน้าที่แสดงออกมานั้นดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน
นี่เขากำลังลอกเลียนแบบเธออยู่ใช่หรือเปล่า?!
เจียงหลีเบิกตากว้างขึ้น ทำแก้มป่องอย่างไม่รู้ตัว เธอขยับตัวขึ้นไปทาบทับอยู่บนร่างแกร่งของเขา ก่อนจะยื่นมือออกไปขยี้ใบหน้าหล่อเหลาอย่างนึกมันเขี้ยว พร้อมกับแกล้งทำเสียงขู่ฟ่อๆ “ถ้ายังไม่ยอมรับอีก ระวังฉันจะกัดคุณจริงๆ ด้วย!”
เพื่อยืนยันว่าคำพูดของเธอไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น เธอจงใจขบฟันเข้าหากันเบาๆ ให้เขาได้ยิน
ลั่วเยี่ยนชิงไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต เขาชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาอีกครั้งอย่างกลั้นไม่อยู่
เสียงหัวเราะนั้นทำให้เจียงหลีหยุดการกระทำของตัวเองลง เธอลดมือลงอย่างไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ มองลึกลงไปในดวงตาสีนิลที่ทอประกายระยับราวกับมีดวงดาวอยู่ภายในนั้น แววตาที่เต็มไปด้วยความขบขัน และริมฝีปากหยักสวยที่ยังคงมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่ จู่ๆ สายตาของเธอก็เริ่มพร่ามัว
ในหัวของเธอมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา...อยากจะจูบเขา
และแล้วเธอก็ทำตามหัวใจเรียกร้องจริงๆ ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่การจูบที่แก้มเหมือนเคย แต่เป็นการประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากได้รูปของเขาอย่างนุ่มนวล
“ลั่วเยี่ยนชิง คุณดูดีมากจริงๆ ค่ะ!” โดยเฉพาะตอนที่คุณยิ้ม มันยิ่งทำให้คุณดูดียิ่งกว่าเดิมเสียอีก!
สิ้นเสียงกระซิบแผ่วเบา เหตุการณ์ก็กลับตาลปัตร เมื่อเธอพบว่าตำแหน่งของตัวเองกับเขาได้สลับกันไปแล้ว
ลั่วเยี่ยนชิงจ้องมองดวงตาคู่สวยที่เขาชอบเรียกว่าตาจิ้งจอกของเธออย่างไม่วางตา
“คุณชอบหรือเปล่า?”
เจียงหลีกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะพยักหน้าตอบรับเสียงอ้อมแอ้ม “อืม ชอบค่ะ”
เวลาคล้ายจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ ดวงตาของลั่วเยี่ยนชิงก็ยิ่งทอประกายลึกล้ำ เขาก้มหน้าลง เลียนแบบการกระทำของเธอก่อนหน้านี้อย่างแนบเนียน เขามอบจุมพิตแผ่วเบาที่พวงแก้มเนียน ก่อนจะเลื่อนลงมาประทับจูบที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง
เจียงหลีกะพริบตาถี่ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้กำลังฝันไป เมื่อตระหนักได้ว่าทุกอย่างคือความจริง ใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันใด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอรีบใช้สองมือยันแผงอกของเขาเอาไว้เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างกัน
ริมฝีปากของเธอยังคงพึมพำกับตัวเองไม่หยุด “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ไม่มีอะไรเลย ใช่ แบบนั้นแหละ ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น!”
เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังหลอกตัวเอง เมื่อได้ยินเสียงพึมพำนั้น ประกอบกับท่าทีที่รีบร้อนตีตัวออกห่างของเธอ ลั่วเยี่ยนชิงก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือเรียวยาวดุจหยกขาวลูบปิดดวงตาที่ยังคงฉายแววขบขันของตัวเองพลางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“ผมได้ยินหมดทุกอย่างแล้ว”
เมื่อตั้งสติได้ เจียงหลีก็ทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ “คุณไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ นอนได้แล้ว!”
ลั่วเยี่ยนชิงยอมโอนอ่อนตามใจเธออย่างว่าง่าย “ครับ ผมไม่ได้ยินอะไรเลย”
ดวงตาหงส์ของเขายังคงเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
“ราตรีสวัสดิ์นะ”
แน่นอนว่าหญิงสาวบางคนที่กำลังงอนตุ๊บป่องคงไม่มีทางได้ยินคำพูดนั้น
อันที่จริงแล้ว หากจะว่ากันตามตรง เจียงหลีเองก็ไม่ต่างอะไรกับมือใหม่ในเรื่องความรัก ในโลกที่จากมา เธออุทิศทั้งชีวิตและจิตใจให้กับการทำงาน ไม่เคยมีเวลาว่างพอที่จะไปมีความรัก และไม่เคยคิดที่จะมีด้วยซ้ำไป
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องคอยหาทางนัดบอดให้เธอสารพัดรูปแบบ แถมแม่ยังคอยพร่ำบอกอยู่เสมอว่าการมีแฟนมันดีอย่างนั้น การแต่งงานมันดีอย่างนี้ หรือการมีลูกตัวน้อยๆ มันน่ารักน่าเอ็นดูเพียงใด
เรียกได้ว่าเรื่องการแต่งงานของเธอ กลายเป็นเรื่องที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องกุมขมับอยู่ตลอดเวลา
…
สายลมเย็นสดชื่นในยามค่ำคืนพัดโชยเข้ามาทางหน้าต่าง ขับกล่อมให้เจียงหลีเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างไม่รู้ตัว ข้างๆ กันนั้น ลั่วเยี่ยนชิงพลิกตัวตะแคงข้างอย่างแผ่วเบา ก่อนจะขยับกายเข้าใกล้ร่างบางอีกนิด
สายตาของเขาทอดมองใบหน้าด้านข้างของเธอที่หลับใหล ภาพความทรงจำครั้งแรกที่ได้พบกันก็ย้อนกลับเข้ามาในความคิด... เธอช่างดูไม่เหมือนหญิงสาวที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวชาวนาเลยแม้แต่น้อย ทั้งรูปลักษณ์และกิริยาท่าทางล้วนโดดเด่นเหนือใคร ไม่ต้องคิดให้มากความก็รู้ได้ว่า ไม่ว่าจะไปปรากฏตัวที่ไหน เธอย่อมเป็นที่จับจ้องของผู้คนเสมอ
และมันก็เป็นความจริงอย่างที่เขาคิด
[จบบท]