บทที่ 194: ที่ไม่ยิ้ม ก็เพราะต้องดูว่าอยู่กับใคร
“โจมตีด้วยคำพูดอย่างนั้นเหรอครับ” ลั่วเยี่ยนชิงเอ่ยถามขึ้น หลังจากได้ฟังเรื่องราวที่คุณภรรยาคนสวยของเขาไปจัดการกับพวกปากเสียมา
“จะเรียกว่าแบบนั้นก็ได้ค่ะ แต่ถ้าใช้คำว่า ‘โจมตี’ ฉันว่ามันฟังดูรุนแรงไปหน่อย” เจียงหลีขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหาท่านั่งที่สบายขึ้น “ฉันแค่ใช้ความจริงกับเหตุผลเข้าสู้ ให้พวกเขาเถียงไม่ออกก็เท่านั้น ถ้าจะให้เปรียบเปรยแบบง่ายๆ ก็คงเป็นการตอกหน้าอีกฝ่ายให้หงายด้วยความจริง จนพวกเขาต้องอับอายไปเอง”
“เป็นวิธีที่ดีมากครับ” ลั่วเยี่ยนชิงพยักหน้ารับเบาๆ ที่แท้คำว่า ‘ตอกหน้า’ ที่เธอเคยพูดถึงก็มีความหมายลึกซึ้งเช่นนี้นี่เอง ดูท่าว่าเขาคงจะห่างเหินจากคำพูดของคนยุคปัจจุบันไปมากโขอยู่เหมือนกัน
“คุณน่าจะเห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าพอบ้านเรามีเด็กๆ คนอื่นแวะเวียนมาดูโทรทัศน์ด้วยทีไร พวกเด็กๆ โดยเฉพาะรุ่ยรุ่ย จะดูมีความสุขกันมากเป็นพิเศษ”
คำพูดนั้นทำให้ลั่วเยี่ยนชิงต้องขมวดคิ้ว “ผมว่าลั่วหมิงรุ่ยไม่ได้ดีใจนะ”
“โธ่คุณ นั่นก็เพราะว่าคุณไม่ได้สังเกตให้ดีๆ เองต่างหาก เวลาที่รุ่ยรุ่ยมีความสุข ดวงตาของเขาจะส่องประกายสว่างกว่าปกติ” น้ำเสียงของเจียงหลีเจือความอ่อนโยน เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีนิลของสามี ก่อนจะเอ่ยปากถามในสิ่งที่เธอสงสัยมาตลอด
“รุ่ยรุ่ยอายุยังน้อย แต่กลับมีนิสัยที่สุขุมเกินวัยไปมาก ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นเด็กที่พูดน้อยยิ่งกว่าคุณเสียอีก บนใบหน้าก็แทบจะไม่เคยปรากฏรอยยิ้มเลยด้วยซ้ำ พอลองมานั่งนึกดูดีๆ ตั้งแต่ฉันย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ก็ไม่เคยเห็นรุ่ยรุ่ยยิ้มเลยสักครั้ง คุณพอจะบอกได้ไหมคะ ว่าเขาได้นิสัยแบบนี้มาจากใคร”
“เด็กแต่ละคนก็มีบุคลิกที่แตกต่างกันไป”
“เรื่องนั้นฉันรู้ดีค่ะ” เจียงหลีตอบรับ ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวเสริม “แต่นิสัยของรุ่ยรุ่ยนี่ช่างเหมือนคุณราวกับถอดแบบกันมาไม่มีผิด ทั้งไม่ชอบพูด ไม่ชอบยิ้ม ทำตัวเหมือนคนอมทุกข์ตลอดเวลา”
“ผมไม่ใช่คนแบบนั้น” เขาปฏิเสธเสียงเรียบ จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาพูดคุยกับเธอมากกว่าใครทั้งหมด
เจียงหลีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายแววหยอกเย้า “แน่ใจเหรอคะ”
“อืม” เขายืนยันหนักแน่น
“ก็ได้ค่ะ ในเมื่อคุณยืนยันแบบนั้น ฉันก็จะไม่เถียงแล้ว”
คาดไม่ถึงว่าหลังจากที่เธอยอมอ่อนข้อให้ อีกฝ่ายที่นิ่งเงียบไปชั่วอึดใจกลับเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะขึ้นมา “ผมอาจจะดูเป็นคนไม่ค่อยยิ้มก็จริง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าผมกำลังอยู่กับใคร”
“...” นี่เธอ… กำลังโดนเขาจีบอยู่หรือเปล่านะ หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ พยายามค้นหาคำตอบจากนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น ทว่าเธอกลับไม่พบเจอสิ่งใดเลย
ความเงียบที่โรยตัวลงมา ทำให้ลั่วเยี่ยนชิงต้องเอ่ยปากถาม “กำลังคิดอะไรอยู่ครับ”
“ฉันง่วงแล้วค่ะ ก็เลยเหม่อลอยไปหน่อย” เจียงหลีหาข้ออ้างเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้นก็พักผ่อนเถอะครับ”
“ค่ะ… ฝันดีนะคะ”
“ฝันดีครับ”
เจียงหลีข่มตาหลับลงแล้วพลิกตัวกลับไปนอนในท่าหงายตามเดิม เพียงไม่นานเปลือกตาของเธอก็หนักอึ้งราวกับมีใครเอาของหนักมาถ่วงไว้
ในภวังค์ที่ใกล้จะหลับเต็มที เธอรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองมา ก่อนที่สัมผัสอันแผ่วเบาราวกับปุยนุ่นจะลากผ่านแนวคิ้วและเปลือกตาของเธอช้าๆ เธออยากจะลืมตาขึ้นมาดูให้รู้แน่ชัด แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามที่ใจปรารถนา
ลั่วเยี่ยนชิงขยับกายเข้าใกล้ร่างบางที่หลับสนิทไปแล้ว เขาจัดท่าทางของตัวเองให้นอนตะแคงข้าง ใช้แขนข้างหนึ่งรองรับศีรษะไว้ ขณะที่ปลายนิ้วชี้ของมืออีกข้างกำลังเผลอไผลไล้ไปตามกรอบคิ้วและดวงตาของเธออย่างไม่รู้ตัว
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่มีใครรู้ อาจเป็นเพราะแรงกระตุ้นจากส่วนลึกของหัวใจ ที่ทำให้เขาตัดสินใจโน้มใบหน้าลงไปประทับจุมพิตอันอ่อนโยนลงบนหน้าผากเนียนใสของเธอ
กว่าจะดึงสติกลับมาได้อีกครั้ง ใบหน้าของเขาก็ร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน หัวใจภายในอกก็เต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการนำตัวเองกลับไปนอนในพื้นที่ของตัวเองดังเดิม มุมปากปรากฏรอยยิ้มจางๆ ขณะที่ยกมือขึ้นมาปิดตาไว้ ‘นี่เราทำอะไรลงไป’
ครั้งที่สองแล้ว… ถ้ารวมคืนนี้ด้วยก็เป็นครั้งที่สองที่เขาจูบเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หัวใจของเขากลับพองฟูไปด้วยความสุขอย่างน่าประหลาด
…
“จริงด้วยสิหลีเป่า เมื่อวานฉันมัวแต่คุยเพลินจนลืมถามไปเลย ว่าช่วงนี้พวกเด็กๆ โดยเฉพาะรุ่ยรุ่ย ดูมีท่าทีแปลกๆ ไปนะ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาหรือเปล่า”
วันนี้เป็นวันที่แม่เฒ่าฉีพาซ่งเซวียนมาเรียนซอเอ้อร์หูตามปกติ หลังจากที่เจียงหลีสอนบทเรียนใหม่ของวันนี้เสร็จสิ้น เธอก็ปล่อยให้เด็กหนุ่มได้ทบทวนและฝึกซ้อมด้วยตัวเอง ส่วนเธอก็หันมากำชับลูกๆ ทั้งสามไม่ให้วิ่งเล่นซุกซน ก่อนจะย้ายมานั่งคุยกับแม่เฒ่าฉีบนโซฟาไม้เนื้อแข็งตัวเดิม
เมื่อได้ยินคำถามที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของแม่เฒ่าฉี เจียงหลีก็ไม่ได้คิดที่จะปิดบัง เธอเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตั้งแต่เรื่องที่เธอต้องเดินทางไปจัดการกับปัญหาที่บ้านตระกูลเซวียและบ้านอื่นๆ ตลอดจนการบุกไปเผชิญหน้ากับต้นตอของปัญหาที่บ้านตระกูลเหวินให้ฟังอย่างหมดเปลือก
[จบบท]