บทที่ 20: เจียงหลีหว่านล้อม
"แล้วเรื่องซักผ้าล่ะลูก ถ้าเป็นหน้าร้อนก็ยังพอทน แต่ฤดูอื่นจะทำยังไง โดยเฉพาะหน้าหนาวที่อากาศมันโหดร้ายขนาดนั้น ลูกจะปล่อยให้แม่เป็นห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยหรือไง"
น้ำเสียงของไช่ซิ่วเฟินเต็มไปด้วยความกังวล ริ้วรอยบนหน้าผากขมวดเข้าหากันแน่นจนเจียงหลีสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ส่งผ่านมา
"โธ่แม่ เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลยนี่คะ"
เจียงหลีเอ่ยกลั้วหัวเราะ พวงแก้มใสปรากฏลักยิ้มจางๆ ดวงตาคู่สวยที่ใครๆ ก็ชมว่าเหมือนสุนัขจิ้งจอกทอประกายสดใส "หนูเคยฟังวิทยุ เขาบอกว่าที่ห้างสรรพสินค้าในเมืองใหญ่ๆ เขามีของที่เรียกว่าเครื่องซักผ้าขายด้วยนะคะ ไว้พอหนูไปถึงปักกิ่งเมื่อไหร่ จะหาเวลาว่างไปซื้อมาติดบ้านไว้สักเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าชิ้นใหญ่ๆ หนาๆ หรือพวกผ้าปูที่นอน ปลอกผ้านวม เราก็แค่จับทุกอย่างยัดเข้าไปในเครื่อง มันก็จะซักให้เราจนสะอาดเอี่ยมเลยค่ะ"
"เครื่องซักผ้างั้นเหรอ มันคืออะไรกันล่ะนั่น" ไช่ซิ่วเฟินทวนคำด้วยความฉงนสนเท่ห์ "ที่ห้างสรรพสินค้ามีของแปลกๆ แบบนี้ขายด้วยหรือ แม่ไม่ยักเคยได้ยิน"
แววตาของผู้เป็นแม่เต็มไปด้วยความสงสัยและไม่เชื่อถือนัก แต่สำหรับพ่อเจียง พี่ชายคนโตและพี่ชายคนที่สาม พวกเขากลับเชื่อมั่นในคำพูดของแก้วตาดวงใจคนนี้เสมอ พวกเขารู้ดีว่าเจียงหลีไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรเลื่อนลอยโดยไม่มีมูลความจริง
รอยยิ้มหวานยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเจียงหลี เธอเริ่มอธิบายให้ทุกคนในครอบครัวฟังอย่างใจเย็นว่าเครื่องซักผ้าคืออะไร สองมือก็วาดไปในอากาศเพื่อแสดงให้เห็นขนาดและรูปร่างของมัน พร้อมทั้งแจกแจงหลักการทำงานที่น่าทึ่ง จนทุกคนที่ได้ฟังต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง
"โอ้โห มันจะมีของวิเศษขนาดนั้นอยู่บนโลกนี้จริงๆ เหรอ"
ไช่ซิ่วเฟินอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น ก่อนจะตบลงบนต้นขาของตัวเองดังฉาด "ต้องซื้อ เราต้องซื้อมันมาให้ได้สักเครื่อง เอาอย่างนี้แล้วกันนะ พอลูกเดินทางไปถึงปักกิ่งเมื่อไหร่ ก็ให้พ่อกับพี่ใหญ่แล้วก็พี่เล็กของลูกตามไปด้วยกันเลย ไปที่ห้างสรรพสินค้าอะไรนั่นแล้วจัดการซื้อเครื่องซักผ้ากลับมาที่บ้านให้เรียบร้อย ถ้าเป็นแบบนี้แม่ถึงจะพอเบาใจได้หน่อย"
เมื่อจินตนาการถึงชีวิตในเมืองกรุงของลูกสาว ทั้งเรื่องการทำอาหารที่มีเตาถ่านรังผึ้งคอยให้ความสะดวกสบาย เรื่องซักผ้าก็กำลังจะมีเครื่องทุ่นแรง แถมน้ำที่บ้านยังเป็นน้ำประปาที่เปิดใช้ได้ตลอดเวลา ความวิตกกังวลที่เกาะกุมหัวใจของไช่ซิ่วเฟินมาตลอดก็ค่อยๆ คลายลงทีละน้อย
"ได้เลยค่ะแม่ หนูจะทำตามที่แม่บอกทุกอย่างเลย" เจียงหลียิ้มรับอย่างว่าง่าย
หญิงสาวเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ ส่งสายตาออดอ้อน "พ่อคะแม่คะ พรุ่งนี้หนูอยากจะขอเข้าไปเดินเล่นในตัวอำเภอสักหน่อยค่ะ"
ความจริงแล้ว ก่อนที่จะต้องจากบ้านไปไกล เธอตั้งใจจะมอบเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ทุกคนในครอบครัวเป็นของขวัญ การเดินทางเข้าตัวอำเภอจึงเป็นเพียงข้ออ้างที่สมเหตุสมผลที่สุด สำหรับการนำเสื้อผ้าและรองเท้าที่เธอได้มาจากระบบออกมามอบให้ทุกคน
"จะไปตัวอำเภอเหรอ แล้วจะไปคนเดียวรึไง ไม่ได้นะ แม่ไม่อนุญาตเด็ดขาด"
ไช่ซิ่วเฟินส่ายศีรษะปฏิเสธเป็นพัลวัน ลูกสาวของเธองดงามราวกับนางฟ้าจำแลง การปล่อยให้ออกไปไหนมาไหนตามลำพังเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เล็กจนโตแม้เจียงหลีจะเคยไปตัวอำเภออยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เธอต้องเดินทางไปเพียงคนเดียว
"แม่คะ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ"
เจียงหลีรู้สึกขำกับท่าทีของมารดา แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจที่ได้รับความรักและความห่วงใยมากมายขนาดนี้ "หนูไม่ได้จะไปคนเดียวเสียหน่อยค่ะ หนูว่าจะชวนพี่เล็กไปเป็นเพื่อนด้วยกันในวันพรุ่งนี้เช้า แบบนี้ดีไหมคะ"
เจียงกั๋วอันที่นั่งเงียบมาตลอดนับตั้งแต่รู้ว่าน้องสาวสละตำแหน่งงานให้ บัดนี้ได้เอ่ยปากขึ้น เขาจงใจไม่พูดแทรกระหว่างการสนทนาของครอบครัว เพราะไม่อยากให้ใครมองว่าตนกำลังหลงระเริงกับโชคที่ได้รับ เจียงกั๋วอันเป็นชายหนุ่มที่รู้จักกาละเทศะเสมอมา ประกอบกับรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา ผิวพรรณขาวสะอาด และนิสัยที่ร่าเริงจริงใจ ทำให้เขาเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเป็นคนหนุ่มที่ขยันขันแข็งคนหนึ่งเลยทีเดียว
ด้วยเหตุนี้เอง พ่อกับแม่จึงทั้งรักและเอ็นดูในตัวลูกชายคนนี้ พี่ชายคนอื่นๆ ก็คอยดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี บรรดาพี่สะใภ้ก็ไม่เคยเอ่ยปากว่าร้าย ส่วนเหล่าหลานๆ นั้น หากไม่นับคุณอาหญิงคนสวยอย่างเจียงหลีแล้ว คุณอาเล็กคนนี้ก็คือคนที่พวกเขาชื่นชอบมากที่สุด
"พ่อครับแม่ครับ ผมขอรับรองเลยว่าจะปกป้องดูแลหลีเป่าอย่างดีที่สุด พวกเราไปกันยังไง ก็จะกลับมาอย่างนั้น ผมสัญญาว่าน้องจะปลอดภัยดีทุกอย่าง ไม่แม้แต่จะให้มีรอยขีดข่วนเลยครับ"
เจียงกั๋วอันตบอกรับคำมั่นสัญญาอย่างแข็งขัน
คำพูดที่แสนจริงจังของเขาทำให้เจียงหลีหลุดหัวเราะออกมา "พ่อคะแม่คะ หนูเชื่อใจพี่เล็กค่ะ ว่าเขาจะดูแลหนูได้อย่างแน่นอน"
[จบบท]