บทที่ 23: เหมาเหมาและโต้วโต้ว
เจียงหลีเริ่มร่ายยาวเป็นฉากๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าป้าคนนั้นเป็นใคร แต่เขาเล่าว่าลูกสาวเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของห้างสรรพสินค้าเลยนะ เมื่อวานตอนลูกสาวเขากลับบ้านมา ยังเปรยๆ ให้ฟังอยู่เลยว่าที่ห้างเพิ่งรับเสื้อผ้ามีตำหนิล็อตใหม่เข้ามา มีครบทั้งของผู้ชาย ผู้หญิง แล้วก็ของเด็กๆ ที่สำคัญคือไม่ต้องใช้ตั๋วปันส่วน แถมราคาก็ถูกอย่างกับได้เปล่าแน่ะ”
เรื่องราวทั้งหมดเป็นสิ่งที่เธอแต่งขึ้นสดๆ แต่เจียงกั๋วอันที่ฟังอยู่กลับไม่ได้เอะใจแม้แต่น้อย เขาเชื่อสนิทใจ ก่อนจะเอ่ยสรุปตามความเข้าใจของตัวเอง “แล้วเธอก็เลยโดนคุณป้าคนนั้นจูงมือลากไปที่โกดังของห้างโดยไม่ทันได้คิดอะไร พอเห็นตัวไหนสภาพดีก็หยิบใส่ๆ สุดท้ายก็เลยเผลอซื้อมือเติบไปหน่อยใช่ไหม”
เจียงหลียกมือข้างที่ว่างขึ้นมาทำท่าชูนิ้วโป้งให้พี่ชาย “พี่ห้าเก่งที่สุดเลย เดาถูกเป๊ะทุกอย่าง แต่จะว่าไป ฉันก็ไม่ได้ซื้อมั่วซั่วนะ ฉันซื้อตามจำนวนคนในบ้านเราเป๊ะๆ ไม่ขาดไม่เกินเลยสักชิ้นเดียว”
“อย่าบอกนะว่าเธอเผื่อแผ่ไปถึงครอบครัวของพี่สี่กับพี่รองที่อยู่ต่างเมืองด้วย”
แม้จะถามออกไปแบบนั้น แต่ลึกๆ แล้วเจียงกั๋วอันก็พอจะเดาคำตอบได้อยู่แล้ว
“ก็พี่ชายของฉันทั้งคนนี่นา มีของดีๆ ก็ต้องแบ่งปันกันสิ”
หญิงสาวกะพริบดวงตาคู่สวยที่ดูเจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอก พร้อมกับตีหน้าซื่อไร้เดียงสา ทว่าในสายตาของเจียงกั๋วอันแล้ว มันช่างเป็นภาพที่น่าเหนื่อยใจเหลือเกิน
ทำไมเขาถึงมีน้องสาวที่ทั้งซื่อและใจกว้างเป็นแม่น้ำได้ขนาดนี้นะ นอกจากเขาซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆ แล้ว พี่ชายคนอื่นๆ ต่างก็แยกย้ายไปมีครอบครัวของตัวเองกันหมด การจะซื้อของฝากไปให้ แค่ครอบครัวละชิ้นสองชิ้นก็ถือว่ามีน้ำใจมากแล้ว แต่นี่อะไรกัน น้องสาวของเขาเล่นเหมาซื้อให้ครบทุกคนในแต่ละบ้านเลยหรือ
“พี่ห้าปวดหัวเหรอคะ ให้ฉันพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลไหม”
เมื่อเห็นพี่ชายยกมือกุมขมับ เจียงหลีก็รีบแสดงความห่วงใยทันที เพียงแค่รอให้เขาพยักหน้า เธอก็พร้อมจะลากเขาไปโรงพยาบาลอำเภอได้ทุกเมื่อ
โดนน้องสาวมองด้วยสายตาเป็นห่วงขนาดนี้ เจียงกั๋วอันจะทำอะไรได้อีก
เขาลดมือลงอย่างจนใจ และก่อนที่เจียงหลีจะทันได้เอ่ยอะไรต่อ เขาก็ชิงคว้าถุงผ้าใบใหญ่สองใบจากมือเธอมาถือไว้เอง “ไปกันเถอะ เราไปบ้านพี่สี่กัน”
…
ครอบครัวของพี่ชายสี่เช่าบ้านหลังเล็กๆ ที่มีลานบ้านกว้างขวาง อยู่ทางตอนใต้ของอำเภอ เพราะยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน ในบ้านจึงมีเพียงพี่สะใภ้สี่กับลูกชายตัวน้อยสองคนเท่านั้นที่อยู่
เจียงหลีเป็นคนเคาะประตู ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตึงตังดังมาจากด้านใน
“ใครมาคะ” เสียงหวานของพี่สะใภ้สี่ดังลอดออกมา
“พี่สะใภ้สี่คะ ฉันเองค่ะ วันนี้ฉันกับพี่ห้าเข้ามาทำธุระในอำเภอ เลยกะว่าจะแวะมาหาเหมาเหมากับโต้วโต้วก่อนไปปักกิ่งค่ะ”
เจียงหลีตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มหวาน ทันทีที่เธอพูดจบ ประตูไม้ก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดก่อนจะถูกเปิดออกจนสุด เผยให้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของพี่สะใภ้สี่ “อ้าว น้องหลีกับกั๋วอันนี่เอง เข้ามาข้างในก่อนเร็วๆ เข้า เหมาเหมากับโต้วโต้วกำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนเล่มเล็กอยู่ในห้องพอดีเลย”
ยังไม่ทันที่พี่สะใภ้สี่จะพูดจบดี เสียงเล็กๆ สองเสียงก็ตะโกนแข่งกันดังลั่นออกมาจากในตัวบ้าน “คุณอาเล็กมา”
สิ้นเสียงเรียก ร่างป้อมๆ ของเด็กชายสองคนก็วิ่งหน้าตั้งออกมาจากในห้องนอน เด็กชายคนเล็กที่น่าจะอายุราว 4 ขวบ วิ่งนำมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจียงหลีและเจียงกั๋วอัน ก่อนจะเงยหน้าแป๋วแหววขึ้นมองพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง “คุณอาเล็กกับคุณอาห้ามาหาผมกับพี่ชายเหรอครับ”
เจียงหลีพยักหน้ารับ ดวงตาคู่สวยทอประกายเอ็นดู “ใช่แล้วจ้ะ คุณอาเล็กกับคุณอาห้าตั้งใจมาหาหลานๆ โดยเฉพาะเลยนะ”
“คุณอาเล็ก เข้าไปนั่งในบ้านกันเถอะครับ”
เด็กชายคนโตอายุ 7 ขวบ เอ่ยชวนเสียงใส เขาจับมือเจียงหลีแล้วจูงคุณอาคนสวยที่เขาชอบที่สุดเข้าไปในบ้าน “ข้างนอกอากาศร้อน ในบ้านเย็นกว่าเยอะเลย คุณอาเล็กเข้ามาพักให้หายเหนื่อยก่อนนะครับ”
“พี่ชายพูดถูกแล้ว คุณอาเล็กกับคุณอาห้ารีบเข้ามาข้างในกับพวกเราเร็วครับ”
โต้วโต้ว หรือชื่อจริงคืออีหัง เห็นพี่ชายที่ชื่ออีฟาน หรือเหมาเหมา จูงมือคุณอาเล็กข้างหนึ่ง น้องชายก็ทำตามบ้าง เขารีบเข้าไปกุมนิ้วชี้และนิ้วกลางของเจียงหลีอีกข้างหนึ่งไว้แน่น แล้วยังไม่ลืมที่จะหันไปเร่งเจียงกั๋วอันที่เดินตามหลังมา “คุณอาห้าต้องเดินตามมาติดๆ เลยนะครับ”
เจียงกั๋วอันหัวเราะเบาๆ กับความน่ารักของหลานชาย “รู้แล้วครับผม”
“น้องหลี กั๋วอัน มาดื่มซุปถั่วเขียวให้ชื่นใจก่อนสิ”
พี่สะใภ้สี่ยกถ้วยซุปถั่วเขียวสองถ้วยมาวางไว้บนโต๊ะอาหารตัวเล็กตรงหน้าเจียงหลีและเจียงกั๋วอัน “พี่ต้มไว้ตั้งแต่เช้าเลยนะ ใส่น้ำตาลทรายขาวด้วย กำลังเย็นได้ที่พอดีเลย ดื่มตอนนี้รับรองว่าสดชื่น”
[จบบท]