บทที่ 268 คิดจะแทรกกลาง
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันนั่นแหละ แต่จะให้ทำยังไงได้ ก็ต้องทนเก็บความสงสัยเอาไว้ รอให้ข่าวจากบ้านผู้ใหญ่บ้านลอยมาเข้าหูเองน่ะสิ”
หวังชุนฮวาเปรยขึ้นมาก่อนจะหยุดพักหายใจไปอึดใจหนึ่งแล้วเล่าต่อ
“ยังจำเรื่องที่ลูกเขยของเจียงหลีส่งโทรทัศน์มาให้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านได้ไหม ตอนนั้นพวกเราก็เดากันไปต่างๆ นานา ว่าใครเป็นคนซื้อให้กันแน่ สุดท้ายพ่อเจียงกับเมียแกก็ออกมาบอกเองว่าลูกเขยเป็นคนซื้อมาให้เพื่อแสดงความกตัญญูต่อคนแก่อย่างพวกเขาทั้งสองคน แถมยังบอกอีกนะว่าลูกเขยแอบเจียงหลีซื้อมาให้คนเดียวเลย พูดตามตรงนะ ตอนที่ฉันได้ยินแบบนั้น ความรู้สึกในใจมันก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน มันทั้งทึ่งแล้วก็อิจฉาในเวลาเดียวกัน”
“ใครๆ ก็รู้สึกแบบนั้นทั้งนั้นแหละ”
หลี่ต้าหนิวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ น้ำเสียงของเธอเจือความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างปิดไม่มิด “เมื่อก่อนพวกเราเอาแต่แอบนินทากันลับหลังว่าเจียงหลีถูกพ่อแม่เลี้ยงมาแบบตามใจจนเคยตัว บางทีก็พูดกันแรงไปถึงขั้นว่าเจียงหลีถูกเลี้ยงให้เป็นคุณนายของบ้านไปแล้ว แต่ดูตอนนี้สิ พ่อเจียงกับเมียแก รวมถึงคนทั้งบ้านพลอยได้รับอานิสงส์จากเจียงหลีกันหมดเลย”
คำพูดนั้นแทงใจดำชุยปากลำโพงเข้าอย่างจัง เธอจะเถียงออกไปได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องที่อีกฝ่ายพูดมันคือความจริงทุกอย่าง
ใช่สิ เธอจะเอาอะไรไปเถียงได้ จะให้เธอยอมรับออกมาตรงๆ หรือไงว่าลึกๆ แล้วเธอก็อิจฉาบ้านผู้ใหญ่บ้านจนแทบกระอักเลือดอยู่แล้ว
เลี้ยงลูกสาวเหมือนกันแท้ๆ แต่ลูกสาวบ้านตัวเองกลับเหมือนของที่ลงทุนแล้วขาดทุน ขณะที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเลี้ยงลูกสาวคนเดียว แต่กลับได้ลูกเขยที่สุดแสนจะมีความสามารถมาเป็นครอบครัว
เฮ้อ ช่างน่าเหนื่อยใจจริงๆ เทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเอง หลี่ต้าหนิวก็ลดเสียงของตัวเองลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้หวังชุนฮวากับชุยปากลำโพงมากขึ้นอีกนิด “ฉันได้ยินเหมยเหมยลูกสาวฉันเล่าให้ฟังว่า...”
หลี่ต้าหนิวชะโงกหน้าไปทางซ้ายทีขวาทีเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ บริเวณนี้ พอเห็นว่าปลอดคน เธอก็ยังไม่ยอมพูดต่อ ทำเอาชุยปากลำโพงที่รอฟังอยู่ถึงกับนั่งไม่ติด “มีอะไรก็รีบๆ พูดมาสิ อย่าทำให้อยากรู้แล้วก็จากไปแบบนี้”
“แหม ดูทำหน้าเข้าสิ รีบร้อนไปได้”
หลี่ต้าหนิวค้อนให้ชุยปากลำโพงวงหนึ่ง ก่อนจะยอมเล่าต่อจากที่พูดค้างไว้ “เหมยเหมยลูกสาวฉันบอกว่าพักหลังๆ มานี้ ยัยหนูสวีชุนเสียแวะเวียนไปที่สหกรณ์การค้าและการตลาดบ่อยผิดปกติ”
หวังชุนฮวาขมวดคิ้ว “อย่าพูดอ้อมไปอ้อมมาสิ เข้าเรื่องเลย”
หลี่ต้าหนิวส่ายหน้า “ฉันไม่ได้อ้อมค้อมเลยนะ พวกเธอก็ลองใช้หัวคิดกันดูหน่อยสิว่าทำไมยัยหนูชุนเสียถึงต้องไปที่สหกรณ์การค้าและการตลาดบ่อยๆ”
“นี่เธอนี่มันจริงๆ เลยนะ พูดใบ้มาขนาดนี้แล้วยังจะให้พวกเราเดาอะไรกันอีก”
หวังชุนฮวาถลึงตาใส่ ในขณะที่ชุยปากลำโพงก็ส่งสายตาไม่พอใจไปให้หลี่ต้าหนิวเหมือนกัน “จะเล่าก็รีบเล่า อย่ามัวแต่ลีลา พวกเราไม่ใช่พวกชอบเดาอะไรไปเรื่อยเปื่อย มันน่ารำคาญ”
“โอ๊ย ก็ได้ๆ ฉันพูดตรงๆ ก็ได้... ที่พักหลังมานี้ยัยหนูชุนเสียไปที่สหกรณ์การค้าและการตลาดบ่อยๆ น่ะ ไม่ใช่เพราะอยากจะไปซื้อของอะไรหรอกนะ แต่เธอตั้งใจไปหาโจวเหวยหมินต่างหาก”
“เรื่องนี้เหมยเหมยลูกสาวฉันเห็นกับตามาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ในช่วงไม่ถึงครึ่งเดือนดี แค่ที่เหมยเหมยเห็นนะ ยัยหนูชุนเสียก็แอบไปหาโจวเหวยหมินถึง 5 ครั้งแล้ว พวกเธอคิดดูสิว่าเรื่องแบบนี้มันจะไม่มีอะไรในกอไผ่ได้ยังไง”
หลี่ต้าหนิวเล่าด้วยท่าทีตื่นเต้น อยากรู้อยากเห็นเรื่องของชาวบ้านเต็มที่
ชุยปากลำโพงยกมือขึ้นตบต้นขาตัวเองดังฉาด “เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เอง สวีชุนเสียนี่อยากจะลงเอยกับโจวเหวยหมินแน่ๆ... หรือว่าลึกๆ แล้วเธอจะแอบชอบเขามาตั้งนานแล้ว”
หวังชุนฮวาก็ตกใจไม่แพ้กัน “มิน่าล่ะ เมื่อหลายปีก่อนทำไมยัยหนูนั่นถึงได้พยายามเข้าหาเจียงหลีอยู่ตลอดเวลา ที่แท้ก็เพราะแอบหมายปองผู้ชายของเพื่อนอยู่นี่เอง”
“ไม่จริงมั้ง ยัยหนูชุนเสียไม่น่าจะเป็นคนแบบนั้นหรอก ฉันไม่เชื่อหรอกว่าที่ทำดีกับเจียงหลีจะเป็นเพราะอยากได้ผู้ชายของเพื่อน”
พอได้ฟังการวิเคราะห์ของชุยปากลำโพงกับหวังชุนฮวา คราวนี้กลับเป็นหลี่ต้าหนิวที่ตกใจเสียเอง เธอก็แค่บอกว่าพักหลังๆ นี้สวีชุนเสียกับโจวเหวยหมินแอบเจอกันบ่อยๆ ไม่ได้หมายความว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นคนไม่ดี แอบตีท้ายครัวเพื่อนเสียหน่อย
อีกอย่าง ตอนนี้โจวเหวยหมินก็ควรจะถูกเรียกว่าเป็นอดีตคู่หมั้นของเจียงหลีแล้ว
“เรื่องเก่าๆ ช่างมันเถอะ อย่าไปพูดถึงมันเลย ฉันว่านะ ตอนนี้สวีชุนเสียกำลังคิดจะแย่งโจวเหวยหมินมาจากปัญญาชนซูมากกว่า”
ชุยปากลำโพงพูดจบก็พยักหน้ากับตัวเองอย่างหนักแน่นราวกับว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว “ต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ ไม่ผิดเพี้ยน ไม่อย่างนั้นเธอจะลงทุนวิ่งไปที่สหกรณ์การค้าและการตลาดเพื่อหาโจวเหวยหมินบ่อยๆ ทำไมกัน”
หวังชุนฮวาแสดงความคิดเห็นบ้าง “ปัญญาชนซูไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ หรอกนะ”
ก็จริง คนที่กล้าแย่งคู่หมั้นของคนอื่นมาเป็นของตัวเองได้ ในใจคงจะเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
[จบบท]